นายกฯพบ'ก๊วนสมศักดิ์'ชื่นมื่น

  • Tuesday, December 26, 2017 - 00:00


    “บิ๊กตู่” ขนคณะแอ่วเมืองสองแควสุดชื่นมื่น หยอดคำหวานทุกพื้นที่ทั้งอุ้มไก่ชนเหลืองหางขาว-ซื้อลูกหมาบางแก้ว 3 ตัว พร้อมขอเปลี่ยนนามสกุลเป็น “ประยุทธ์ จันทร์ส้มซ่า” เพื่อกลมกลืน ลั่นประชาธิปไตยต้องควบคู่ธรรมาภิบาล ย้ำจะไม่ให้ทุกอย่างกลับวังวนเดิม "สมศักดิ์" ขนอดีต ส.ส.เข้าพบก่อนชง 134 โครงการ มิวายปลุกผีแก่งเสือเต้น

    เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 25 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ มายังท่าอากาศยานทหารกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เพื่อลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พิษณุโลก และประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 4/2560 ที่ จ.สุโขทัย ระหว่างวันที่ 25-26 ธ.ค.

    เมื่อถึง จ.พิษณุโลก นายกฯ ได้ขึ้นรถตู้ทะเบียน 5 กด 5550 กรุงเทพมหานคร เดินทางมายังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก เพื่อกราบสักการะพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิษณุโลก โดยพระศรีรัตนมุนี รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ ได้มอบเหรียญสมโภชหลวงพ่อพระพุทธชินราชครบรอบ 660 ปีให้นายกฯ และคณะ ทั้งนี้ระหว่างสนทนาธรรมกับพระศรีรัตนมุนี พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าเพิ่งหายจากเป็นไข้หวัด พร้อมแสดงความห่วงใยถึงอาการอาพาธของพระธรรมเสนานุวัตร รองเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัด

    “ผมมีความเป็นห่วงประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย ถ้าไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่ที่มีมูลค่าก็จะลำบาก ซึ่งรัฐบาลพยายามทำในเชิงมหภาค เพราะถ้าทำแต่ข้างล่างโดยไม่ทำข้างบนไว้ก็ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องทำทั้งสองอย่าง แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่คนทั้งหมดจะเกิดความเข้าใจ ก็ขอฝากให้หลวงพ่อได้ช่วยดูด้วย เพราะเราต้องบริหารจัดการใหม่ทั้งหมดไม่เช่นนั้นก็ไปไม่ถึงกัน ก็จะประสบปัญหา เกิดความไม่เท่าเทียม ซึ่งผมจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

    โดยนายกฯ เผยภายหลังว่า ได้ขอพรให้บ้านเมืองปลอดภัย โดยจะทำงานเพื่อบ้านเมืองให้สำเร็จ ทุกปัญหาจะช่วยดูแล

    ทั้งนี้ ที่บริเวณวัดมีนายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และกลุ่มผู้พิการที่ร่วมโครงการขับเคลื่อนพิษณุโลกเมืองต้นแบบด้านอารยสถาปัตย์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รอเข้าพบนายกฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า เราต้องมีความเชื่อมั่น มีความหวัง มีศรัทธา ทุกคนเป็นฮีโร่ทั้งหมด พร้อมถามผู้พิการว่า “อยากให้มีการเลือกตั้ง อยากให้คนอื่นมาทำแทนผมหรือยัง ถ้ามาทำก็ทำให้ดีแล้วกัน ต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ต้องดูแลคนพิการให้เกิดความเป็นธรรม ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติ การใช้งบประมาณก็จะเป็นเบี้ยหัวแตก ไม่มีการสร้างระบบ” พร้อมกล่าวตบท้ายด้วยว่า "พร้อมจะเลือกตั้งแล้วหรือไม่"

    จากนั้นมีประชาชนมายื่นเรื่องร้องเรียนทั้งกรณีไม่มีไฟฟ้าใช้มา 20 ปี, ราคาข้าวตกต่ำ และภัยแล้ง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้รับเรื่องไว้ ก่อนระบุว่ารัฐบาลพร้อมทำให้หมด แต่ต้องดูกฎหมาย ดูคนที่มาคัดค้าน ซึ่งท่านต้องช่วยตรงนี้ และในช่วงท้ายมีชาวบ้านมาให้กำลังใจนายกฯ และอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง โดย พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มอย่างอารมณ์ดี พร้อมกล่าวตอบว่า “ขอให้สวยๆ คนจะงาม งามที่ใจใช่ใบหน้า”

    ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่บ้านวังส้มซ่า ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเดินทางมาเยี่ยมชมและให้กำลังใจการดำเนินงานของบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพิษณุโลก (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน โดยนายกฯ ได้เยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มวิสาหกิจตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สปา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ทดลองนวดไหล่แก้เมื่อยจากผู้สูงอายุในชุมชน ทั้งนี้เมื่อคุณยายบอกให้นายกฯ อยู่นานๆ นายกฯ กล่าวตอบว่า “ยังไม่ถึงเวลาพูด” พร้อมหัวเราะอย่างเขินๆ

    'ประยุทธ์ จันทร์ส้มซ่า'

    จากนั้นนายกฯ ได้ให้ความสนใจรูปไก่พื้นเมืองของ จ.พิษณุโลก คือ ไก่เหลืองหางขาว ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลมา และได้ทดลองอุ้มไก่ชื่อเทพประทานพร ทั้งนี้นายกฯ ยังสนใจพ่อพันธุ์ไก่ชนพระนเรศวรชื่อ มารวย ซึ่งมีราคาสูงกว่า 100,000 บาท โดยนายกฯ ได้พูดกับไก่ชนเทพประทานพรพร้อมเกาคอว่า “ไม่ต้องกลัว คสช.นะ คสช.ไม่ดุ"

    นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังสนใจการเพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายสุนัขพันธุ์บางแก้ว โดยได้ล้อเล่นกับเจ้าเมืองแมน สุนัขพ่อพันธุ์ และซื้อลูกสุนัขพันธุ์บางแก้ว เพศผู้ 3 ตัว ในราคาตัวละ 6,000 บาท เพื่อนำไปเลี้ยงเองที่บ้าน 1 ตัว อีก 2 ตัวมอบให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โดยได้จ่ายเงินสดให้เจ้าของ 25,000 บาท พร้อมระบุว่าเงินที่เหลือให้เป็นขวัญถุง

    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวกับประชาชนว่าดีใจที่ได้มาในวันนี้ นี่คือโอกาสของบ้านเมืองเราที่มีศักยภาพ มีภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องของส้มซ่า ขอให้เรียกว่าประยุทธ์ จันทร์ส้มซ่า เพื่อที่จะได้กลมกลืนกันหน่อย วันนี้ดีใจที่ได้เจอกัน นี่คือความสุข ส้มซ่านั้นไม่น่าเป็นห่วง เชื่อว่าจะขายได้มากกว่านี้ ด้วยช่องทางการค้าออนไลน์ จึงอยากให้รวมกลุ่มกันแปรรูปแล้วนำสินค้าของเราไปขายแบบออนไลน์ แต่ต้องมีคุณภาพด้วย

    “เรื่องของราคาข้าวนั้นรัฐบาลได้ดูแลหลายอย่างแล้ว ที่ผ่านมาพยายามแก้ไขปัญหาราคาข้าวตลอด 3 ปีเต็ม และไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้นอีก แต่ถ้าบ้านเมืองกลับไปเช่นเดิมก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ขอให้ทุกคนนึกถึงลูกหลาน เพราะถ้าทำอยู่อย่างเช่นทุกวันนี้ก็จะไม่มีทางเป็นไปได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

    หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามประชาชนว่ามีใครเบื่อนายกฯ หรือไม่ โดยผู้สูงอายุคนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า “รักนายกฯ ขอถ่ายรูปกับนายกฯ หน่อย” โดย พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มชอบใจก่อนตอบว่า “มาแรง ถือว่าจริงใจจริงๆ” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินลงจากโพเดียมเพื่อทักทายประชาชนและรับดอกไม้ถ่ายรูปอย่างเป็นกันเองก่อนกล่าวว่า “วันนี้รู้สึกเหมือนกับประกวดนางสาวไทย ขอให้ทุกคนร่ำรวย อย่าซื้อหวยกันเยอะ” และระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินถ่ายรูปกับชาวบ้าน มีชาวบ้านแซวขอหวยทะเบียนรถนายกฯว่า “นายกฯ 5550 หรือเปล่า ยังไงงวดนี้ขอหน่อย”

    หลังจากนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งรอพบนายกฯ เพื่อมอบวัตถุมงคลเป็นพระร่วง พร้อมกล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ที่ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง พร้อมระบุว่าตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.เป็นต้นไป บ้านเมืองของเราจะเจริญรุ่งเรืองผ่องอำไพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ถอนหายใจก่อนกล่าวว่า “จ้า” ทั้งนี้ ก่อนเดินขึ้นรถเดินทางไปทำภารกิจต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ทำมือเป็นสัญลักษณ์ไอเลิฟยู พร้อมตะโกนว่า “รักทุกคน”

    ลั่น ปชต.ต้องคู่ธรรมาภิบาล

    ต่อจากนั้นเวลา 11.20 น. ที่อาคารศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเดินทางมาเป็นสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ที่ดินทำกิน 14 จังหวัด 21 พื้นที่แก่นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และรองผู้ว่าฯ จากนั้นนายกฯ กล่าวกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับกว่าพันคนว่า ได้รับฟังปัญหาประชาชนซึ่งตรงกับแนวทางรัฐบาล ที่จะพัฒนายกระดับอาชีพรายได้ประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ต้องร่วมมือกัน ทำข้างเดียวไม่ได้ เราต้องอยู่ภายใต้ศาสตร์พระราชาที่ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้หลักความรู้และคุณธรรม ซึ่งคุณธรรมเป็นหลักสำคัญที่ทุกคนต้องรู้อะไรดีอะไรชั่ว อะไรไม่ดีอย่าไปทำ การพูดจาให้ร้ายบิดเบือนถือว่าไม่มีคุณธรรมเช่นกัน การที่จะให้รัฐบาลใช้กลไกประชาธิปไตยก็ใช่ แต่การเป็นประชาธิปไตยต้องมีธรรมาภิบาล คำนึงถึงความทั่วถึง ความเป็นธรรมและความเท่าเทียม ไม่เป็นภาระงบประมาณ

    “วันนี้ผมเข้ามาทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ระบบ ไม่ได้เข้ามาทำให้ทุกคนลำบากหมด แต่ทำให้ถูกต้อง ผมไม่ได้กล่าวอ้างว่าใครดีใครเก่ง แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องรับรู้ เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะเศรษฐกิจเราแย่มาตั้งแต่ปี 2556” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่าประชาธิปไตยก็ว่ากันไป แต่ต้องมีการทำงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าจะดูแลประชาชนอย่างไรให้ทั่วถึง ประชาธิปไตยมันต้องเป็นแบบนี้ มีธรรมาภิบาลทั่วถึงและเป็นธรรม กระจายสู่ชนบท เพิ่มมูลค่าให้ทั่วถึงให้ได้

    นายกฯ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกี่ยวกับการเมืองก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าให้มันบานปลายมากไปกว่านี้เลย พอแล้วล่ะ ก็ดูแลเท่าที่จะสามารถทำได้ จะให้สถานการณ์มันขึ้นมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว พูดง่ายๆ มันก็เป็นเหตุผลและความจำเป็น อยากให้ทุกคนร่วมมือกันทำ ร่วมกับรัฐบาลนี้แหละไม่ต้องรัฐบาลหน้า ทำไปก่อน ถ้าดีเขาก็ทำต่อเอง หรือถ้าเขาจะทำได้ดีกว่าก็ไม่ว่าเขา ขอให้ทำดีกว่านี้ก็แล้วกัน เพราะทำท่ามกลางปัญหาที่กองอยู่จำนวนมากทำได้เท่านี้ ต่อไปก็ต้องมารับไป ทำต่อไป อำนาจอยู่ที่ท่านจะเลือกใคร

    “ผมพูดด้วยใจของผมไม่ได้เสริมแต่ง ไม่ได้พูดให้ท่านรักผม ผมรู้ว่าในห้องนี้ไม่ค่อยรักผมหรอก ใช่เปล่า ไหนใครรักยกมือก่อน”

    ทั้งนี้มีประชาชนยกมือ นายกฯ จึงกล่าวว่าน้อยจริงๆ พร้อมหัวเราะและกล่าวต่อว่า เรื่องของท่าน ไปอ้อนอะไรกับท่านไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าขอให้พวกท่านร่วมมือกับเราหน่อยเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดต้องใช้ประชารัฐ วันนี้เราต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เปลี่ยนความเชื่อใหม่ให้ได้ ถ้าไม่เปลี่ยนก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ไม่มีโอกาสอีกแล้ว ก็ทำสุดชีวิตให้พวกท่าน

    อวยพรล่วงหน้า 20 ปี

    “ใกล้ปีใหม่แล้วขออวยพรล่วงหน้าไปอีก 10 ปี 15 ปี 20 ปี เพราะถ้าอวยพรปีเดียวก็ได้ปีเดียว แล้วปีหน้าผมจะได้อยู่รึเปล่ายังไม่รู้เลย ก็ไม่เป็นไรผมขออวยพรให้ท่าน ปัญหาที่เผชิญมาตลอดชีวิตหมดสิ้นไป ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่หรือความไม่ยุติธรรม หรือความไม่เป็นธรรม ก็ขอให้ชีวิตต่อไปจากนี้มีความสุข ขอให้ทุกคนร่วมมือกับผมในเวลานี้” จากนั้นนายกฯ ถามประชาชนไหนใครจะช่วย ยกมือ สัญญาแล้วนะ สัญญาต้องเป็นสัญญา ไม่ใช่สัญญา สายัณห์ (สายัณห์ สัญญา) เราจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าด้วยกลไกประชารัฐ ประชาชนคือเจ้าของทุกอย่าง แต่ต้องเอาข้าราชการไปด้วย ขอบคุณ ขอโทษถ้าพูดแรงไป

    จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่อาคารศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือ ร่วมกับผู้ว่าฯ ภาคเอกชนและผู้บริหารท้องถิ่นภาคเหนือ โดยก่อนการประชุมได้แวะดูรถขายกาแฟเคลื่อนที่ ชื่อร้าน Coffee Truck โดยนายกฯ สั่งเครื่องดื่มกาแฟคาปูชิโนเย็น 1 แก้ว และได้สอบถามราคารถดังกล่าว ซึ่งเจ้าของซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยินบอกว่า ได้ซื้อซากรถทหารปลดประจำการมาดัดแปลง ปรับปรุงตกแต่งใหม่ในราคา 6 หมื่นบาท ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ พิษณุโลกได้เหมา 1,000 แก้วมาให้บริการฟรีเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมประชุมทั้งหมด

    ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงถึงผลที่ประชุมร่วมว่า ได้รับทราบข้อเสนอทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือครอบคลุม 6 ด้าน ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อเสนอไปเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

    นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวว่า ภาคเอกชนพอใจผลประชุม โดยนายกฯ ได้ให้ความสำคัญแนวทางการพัฒนาโครงการต่างๆ ในภาคเหนือ เพราะอย่างน้อยบางโครงการนายกฯ ก็ได้รับทราบ แต่จากนี้ก็อยู่ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะไปผลักดันต่อ โดยเฉพาะโครงการสำคัญอย่างการบริหารจัดการลุ่มน้ำยม วงเงิน 1,400 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างเป็นระบบ

    ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ (บางระกำโมเดล 60) โครงการแก้มลิงบึงระมาณ บึงตะเคร็ง และบึงขี้แร้ง ประมาณ 30 นาที ก่อนลง ฮ.ที่กองกำกับการ 6 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย และเดินทางมายังวัดศรีชุม ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย เพื่อสักการะพระอจนะ และถ่ายภาพร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่โบราณสถานภายในวัดศรีชุม

    จากนั้นเวลา 16.50 น. ที่หอประชุมอาคารอนุสรณ์ลายสือไท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย นายกฯ พบปะพูดคุยกับผู้นำท้องถิ่นประมาณ 50 คน นำโดยนักการเมืองกลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่นำอดีต ส.ส.ของจังหวัดมาเข้าพบ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง

    ในเวลา 18.00 น. นายสมศักดิ์กล่าวหลังหารือว่า ได้กล่าวกับรัฐบาลว่าสุโขทัยนั้นมีรายได้ต่ำลำดับที่ 64 ของประเทศไทย การเพิ่มรายได้ของประชากรมีปัญหา ทั้งยังติดขัดปัญหาด้านน้ำท่วม จึงเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา โดยเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งสิ้น 134 โครงการ วงเงินงบประมาณ 6,500 ล้านบาท อาทิ โครงการแก้ไขปัญหาแก้มลิงทะเลหลวง และโครงการพัฒนาเขื่อนแก่งเสือเต้น ฯลฯ ที่มีความพยายามมา 2 รัฐบาลแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งไม่ทราบว่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ แต่ก็จะผลักดันต่อไป โดยทั้ง 134 โครงการที่เสนอไปนั้นคงต้องรอดูการประชุม ครม.วันที่ 26 ธ.ค.ว่าจะได้มีการอนุมัติหรือไม่

    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของข้อเสนอต่างๆ ในวันนี้ เป็นเรื่องที่ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวังไว้ โดยในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน รัฐบาลมีความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน โดยได้นำตัวเลขทั้งหมดมาประเมินเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ซึ่งขณะนี้ยังมีความแตกต่างของการกระจายรายได้ในแต่ละพื้นที่ รัฐบาลก็ได้เร่งรัดการทำงานทุกอย่าง แต่ยังไม่ทันใจผู้ที่เรียกร้อง ทั้งนี้ทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาความยากจนให้ประชาชน โดยจะต้องทำให้ประชาชนสามารถสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเองได้

    "เรื่องการบริหารจัดการน้ำรัฐบาลจะดูให้ทั้งหมด ทั้งการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ แหล่งน้ำชลประทาน โดยจะดูว่าพื้นที่ไหนที่ทำได้ รวมทั้งจะต้องไปศึกษาวิธีการแก้ปัญหาว่าจะทำแก้มลิง หรือที่เก็บน้ำต่างๆ ได้หรือไม่ โดยข้อเสนอโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมต่างๆ ของจังหวัดสุโขทัย ขอรับไว้พิจารณารวมกับโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อยู่ในแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลต่อไป" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า ในการทำงานอย่ามองทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องมองทุกอย่างเป็นการบ้าน ขอให้เชื่อใจนายกรัฐมนตรี หัวใจของนายกฯ ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อประชาชน และการพบปะวันนี้ก็ไม่ใช่เพื่อการเมือง แต่เพื่อประชาชนทุกคน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น