ท้าคสช.เลื่อนเลือกตั้ง มาร์คยัวะรีเซตพรรคติดลบ ชายชาติทหารต้องพูดตรงๆ

  • Tuesday, December 26, 2017 - 00:00


    "มาร์ค" จัดหนัก ม.44 รีเซตสมาชิกพรรคกลายเป็นติดลบ โอด ปชป.มี 3 ล้านแต่ถูกห้ามเคลื่อนไหว 30 วันทำไม่ทันสมาชิกต้องหลุดไปแน่ แต่พรรคใหม่เดินหน้าได้ก่อน ท้าชายชาติทหารหากต้องการเลื่อนเลือกตั้งให้กล้าหาญบอกสังคมตรงๆ อย่าใช้อำนาจเบ็ดเสร็จพร่ำเพรื่อไปปักบนขี้เลน เตือนดูประวัติศาสตร์รัฐบาลลุแก่อำนาจต้องเผชิญอะไร "นิพิฏฐ์" ลั่นยื่นศาล รธน.พิสูจน์สิทธิ์ ปชช.กับอำนาจ คสช.อะไรเหนือกว่า "วิษณุ" อ้างไม่ใช่รีเซตหรือเซตซีโร เจตนาต้องการให้สมาชิกยืนยันมาที่พรรค ถ้า 30 วันทำไม่ทันขยายเวลาออกไปเป็นชาติก็ได้

    เมื่อวันจันทร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางธุการได้ว่า ที่ผ่านมาตนไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในหลายเรื่อง แต่สิ่งที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.พยายามทำ และเหตุผลคือการลำดับการจัดการเรื่องกฎหมาย โดยจัดทำกฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน จากนั้นตามด้วยกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และกฎหมายการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพราะนายมีชัยรู้ว่าทันทีที่กฎหมาย 4 ฉบับเสร็จ และต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันตามรัฐธรรมนูญ

    นายอิภิสิทธิ์กล่าวว่า แต่เมื่อต้องปฏิรูปพรรคการเมืองและ กกต.จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าไปทำให้พรรคการเมืองกับ กกต.ต้องเปลี่ยนแปลงแล้วเหลือเวลา 150 วันในการจัดเลือกตั้ง จะทำให้เกิดความโกลาหลและความยากลำบากต่อผู้เกี่ยวข้อง กรธ.จึงทำกฎหมายสองฉบับแรกออกมาเร็ว แต่อยู่ดีๆ คสช.กลับนำการทำงานของพรรคการเมืองไปผูกกับกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ว่าต้องประกาศใช้ก่อน คำสั่งมาตรา 44 ที่ออกมาก็ยังเขียนว่าเอาเรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งควรจะเตรียมการก่อนการเลือกตั้งไปผูกกับกฎหมายเลือกตั้งที่มีเวลาแค่ 150 วัน ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรเลย และที่อ้างว่าสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย ตนก็แปลกใจว่าอะไรที่ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย ทำไมผู้ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่มีความตระหนักหรือรอบคอบเพียงพอ ที่จะรู้ว่าแผนการที่วางเป็นขั้นตอนด้วยเหตุด้วยผลคืออะไร ตนไม่อยากจะเชื่อว่าไม่รู้ แต่กลายเป็นว่าอาจจะมีความต้องการอะไรบางอย่าง

    "ถ้ามีความต้องการในเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้ง ทำไมไม่มีความกล้าหาญที่จะบอกอย่างตรงไปตรงมา ผมเห็นว่าเป็นชายชาติทหาร อยากจะเลื่อนการเลือกตั้งเพราะมีเหตุผลที่ดีเพื่อส่วนรวมก็บอกมาตรงๆ ไม่เอามาตรา 44 มาแก้ พอถึงเวลาเกิดขรุขระทำอะไรไม่ทันก็เอามาตรา 44 ออกมาอีก โดยที่ไม่บอกให้สังคมและประชาชนรู้อย่างตรงไปตรงมาว่า ผู้มีอำนาจกำลังมองปัญหาอย่างนี้ ทำอย่างนี้ และยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเท่าไหร่ยิ่งต้องใช้ให้น้อยที่สุด อย่าใช้พร่ำเพื่อ อำนาจเบ็ดเสร็จแต่ไปปักอยู่บนขี้เลน มันไม่ได้แก้ปัญหา ไม่ได้ปฏิรูป ทั้งที่กฎหมายทั้งหมดก็มาจาก คสช.และแม่น้ำ 5 สายทั้งนั้น มีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ตามใจชอบ เปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ก็ได้ และถ้าอำนาจเบ็ดเสร็จที่ใช้ไปเพื่อประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวก ซึ่งทำได้ทั้งนั้น แต่อยากให้ระมัดระวังแล้วย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ว่าเวลาใช้อำนาจแล้วขาดความชอบธรรม ผลสุดท้ายผู้ใช้อำนาจจะต้องเผชิญกับอะไร ก็อยากจะเตือนไว้เท่านั้น" นายอภิสิทธิ์กล่าว

    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า คำสั่งมาตรา 44 ที่ประกาศบอกให้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.61 ใครอยากตั้งพรรคให้เริ่มต้นดำเนินการได้ เป็นเรื่องแปลกว่ากฎหมายได้อนุญาตให้เฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มหาสมาชิกพรรคได้ แต่ขณะที่พรรคการเมืองเก่าไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลย และต้องรอเดือน เม.ย.เท่านั้นจึงจะเริ่มดำเนินการได้ การที่ คสช.ระบุว่าในระหว่างนี้พรรคเก่าไปเตรียมการกับสมาชิกพรรคเก่า ก็ต้องถามว่าทำได้หรือไม่ในเมื่อยังมีคำสั่ง คสช.ห้ามเคลื่อนไหวอยู่ ถ้าเป็นห่วงเรื่องความวุ่นวายทางการเมือง ถามว่าทำไมคนบางกลุ่มเคลื่อนไหวได้ไม่ต้องกลัวว่าจะวุ่นวายหรือไม่ รู้หรือว่าใครจะตั้งพรรคใหม่ แล้วทำไมกลุ่มคนอื่นเคลื่อนไหวแบบเดียวกันไม่ได้ ไม่มีเหตุมีผล

    ท้า คสช.เลื่อนเลือกตั้ง

    "ตามคำสั่งที่ออกมา ในเดือน เม.ย.นี้ใครเป็นสมาชิกพรรคเก่ายืนยันและชำระเงิน เพื่อยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคของตนเอง ซึ่งพรรคที่ได้รับผลกระทบก็คือพรรคที่มีสมาชิกจำนวนมาก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกเกือบ 3 ล้านคน การจะติดต่อคน 3 ล้านคนโดยถูกห้ามเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมอยู่ และให้ 3 ล้านคนทำหนังสือยืนยันกลับมาภายใน 30 วัน ในทางปฏิบัติทำได้หรือไม่ หากไม่ยืนยันก็ต้องหลุดไป ซึ่งเหมือนกับรีเซตสมาชิกพรรค ซึ่งไม่ได้เป็นศูนย์แต่กลายเป็นติดลบ เพราะสมาชิกพรรคที่หลุดไปเสียความรู้สึกกับพรรคที่เขาผูกพันอยู่ ไม่แน่ใจว่าระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย. พวกผมจะสามารถไปทำงานเชิงธุรการที่จะให้สมาชิกเก่าทำหนังสือยืนยันและชำระเงินได้กี่คน ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่ง่ายๆ แต่พรรคใหม่เขาเดินไปชักชวนใครก็ได้ ผมถึงบอกว่าถ้ากล้าหาญพอทำไมไม่เปิดให้มีการแข่งขันอย่างตรงไปตรงมา"

    นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่ที่ให้สมาชิกต้องยืนยันด้วยหนังสือแทนที่จะให้ยืนยันทางอิเล็กทรอนิกส์ ตนพูดในมุมผูกพันทางการเมืองในเชิงอุดมการณ์ของสมาชิกและพรรคการเมือง มาทำลายตรงนี้เพื่ออะไร และถ้ามองการเมืองแค่เรื่องการเลือกตั้งจำนวนสมาชิกก็ไม่มีผลอะไรเท่าไหร่ วันก่อนนายกฯ พูดว่าการเมืองที่ดีต้องปรับปรุงระบบตัวแทนต้องมีส่วนร่วม มีความผูกพัน แต่นี่คือสิ่งที่ท่านกำลังทำลายจากการที่อยู่ดีๆ บังคับให้พรรคภายใต้คำสั่ง คสช.ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง จะต้องมีคนอื่นๆ อีกหลายล้านคนต้องทำหนังสือยืนยัน แต่วิธีการและรูปแบบกำหนดอย่างไรในขณะนี้ยังไม่ทราบได้ เพียงเพื่ออะไรก็ไม่ทราบ

    "อยากบอกกับสมาชิกพรรคที่มีหัวใจเป็นประชาธิปัตย์ ก็เป็นประชาธิปัตย์ต่อไป กฎหมายจะมากลั่นแกล้งบีบคั้นแบบนี้เพื่อให้หลุดไปก็ไม่เป็นไร แต่เชื่อว่าคนที่ยังมีอุดมการณ์ก็ยังมีอุดมการณ์อยู่ แต่การทำลายความผูกพันระหว่างสมาชิกกับพรรคแบบนี้ มองไม่เห็นประโยชน์ส่วนร่วม และทำให้ความอ่อนแอทางการเมืองมีมากขึ้น เพราะทุกอย่างจะกลายเป็นการแข่งขันเฉพาะหน้า" นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

    ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 ว่า คำสั่งดังกล่าวอาจมีความขัดแย้งกับสิทธิของประชาชนที่มีการรองรับในรัฐธรรมนูญที่ผ่านกระบวนการประชามติ ซึ่งเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การปลดล็อกพรรคการเมืองอะไรเลย ตามสิทธิของประชาชนใน พ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับเดิม คือให้สมาชิกพรรคการเมืองยังคงเป็นสมาชิกต่อไปได้ แต่จะพ้นสภาเมื่อไม่จ่ายค่าบำรุงสมาชิกพรรคภายใน 4 ปี ส่วนในคำสั่ง ม.44 ต้องยืนยันตัวเองและเสียค่าบำรุงพรรคภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ 1 เม.ย. กลายเป็นว่าเรื่องนี้ก็กระทบสิทธิของประชาชน
    ยื่นศาล รธน.ตีความ

    "การที่ต้องการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น แม้ว่าจะมีบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญรองรับอำนาจมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 57 แต่ถ้าอำนาจดังกล่าวขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อย่างมาตรา 26 แม้ว่ายื่นไปแล้วไม่ชนะก็ไม่เป็นไร แค่ต้องการให้สังคมทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้อะไรอยู่เหนือกว่ากันระหว่างอำนาจ คสช.หรือสิทธิของประชาชนที่มีในรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านประชามติจากประชาชน ดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีทิศทางการตัดสินอย่างไร ซึ่งศาลเองก็ต้องมีความก้าวหน้าพอควร ทั้งนี้ถ้าผลออกมาว่าสิทธิของประชาชนเหนือกว่าแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าจะไม่มีใครกล้ายึดอำนาจอีกต่อจากนี้ ส่วนช่องทางจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญอย่างไรนั้น ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่" นายนิพิฏฐ์กล่าว

    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า หากมองภาระในด้านสมาชิกพรรคการเมืองภายใต้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่ พรรคที่มีสมาชิกมากกลับมีภาระมากมายนับแต่การจัดเก็บหลักฐานทะเบียนสมาชิก ซึ่งกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามอะไรต่างๆ เกือบ 20 ข้อ การจัดเก็บค่าสมาชิกรายปี การจัดประชุมสมาชิกเพื่อกำหนดนโยบายและการคัดสรรผู้สมัครที่เรียกว่าไพรมารีโหวต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาระและค่าใช้จ่ายประวัติศาสตร์การเมืองในอดีต เป็นตัวพิสูจน์ว่าจำนวนสมาชิกมิใช่ปัจจัยชี้ขาดในการชนะการเลือกตั้ง

    นายสมชัยกล่าวว่า หากพิจารณาจากจำนวนสมาชิกที่เพียงพอสำหรับการมีคุณสมบัติส่งประกวดในการเลือกตั้งครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายใหม่ คิดว่าจำนวนที่เหมาะสมสุด ปลอดภัยสุด และจัดการได้ง่ายสุด คือประมาณ 10,000 คน เพราะบทเฉพาะกาลของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดให้พรรคที่จะส่ง ส.ส.ในเขตใด ต้องมีตัวแทนในระดับจังหวัด และมีการทำไพรมารีโหวตในจังหวัดนั้นๆ โดยต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย 100 คน ดังนั้นจำนวนที่ปลอดภัยป้องกันการถูกร้องเรียนภายหลังในเรื่องคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประชุม คือ 130 คน คูณ 77 จังหวัด ได้ 10,010 คน หรือประมาณ 10,000 คนเท่านั้น

    "ท่ามกลางเสียงเอะเอะโวยวายแสดงความไม่พอใจต่อการรีเซตสมาชิกพรรคที่แยบยลของคำสั่ง คสช. 53/2560 ในมุมลึกที่สุดของพรรคการเมืองใหญ่อาจมีสุมาอี้ทางการเมืองหัวเราะเสียงดังว่าทุกอย่าง ช่างสอดคล้องกับสิ่งที่มุ่งหวัง ซ้ำยังไม่เปลืองเรี่ยวแรงตนในการจัดการใดๆ ขอบคุณขงเบ้งแห่ง คสช.จริงๆ" นายสมชัยกล่าว

    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งดังกล่าวว่าไม่ใช่การรีเซต ไม่ใช่การเซตซีโร และอธิบายไปแล้วว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะของเดิมก่อนที่จะมีการแก้ไขระบุเอาไว้ว่าพรรคต้องยืนยันเรื่องสมาชิก ตนไม่ทราบเจตนาของเขาที่ออกมาบอกว่าเป็นการรีเซต ซึ่งแล้วแต่จะมองกัน แต่เจตนาของ คสช.ไม่ได้ต้องการอย่างนั้น เพราะมองว่าที่ผ่านมาหลายคนเป็นสมาชิกหลายพรรค บางคนไม่รู้ตัวว่าเป็นสมาชิก บางทีมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปล่าลายเซ็นมาโดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิก หรือบางคนเป็นสมาชิกจริง แต่ระยะเวลานานจนคิดว่าพรรคคัดชื่อออกไปแล้ว เราจึงต้องการให้ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ โดยให้สมาชิกเป็นคนยืนยันมาที่พรรค แต่ถ้าไม่อยากยืนยันก็ให้อยู่เฉยๆ พอพ้นเวลา 1 เดือนจะพ้นจากสมาชิกไปเอง

    ทำไม่ทันเลื่อนได้เป็นชาติ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้ยืนยันสมาชิกพรรคไม่ได้เปิดช่องให้รีเซตสมาชิกอย่างที่มีการวิจารณ์ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้คำว่ารีเซตแปลว่าอะไร แต่ย้ำว่าไม่ใช่การรีเซต แต่เพื่อตรวจสอบสมาชิกให้ชัดเจน และยืนยันไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใหม่ เพราะเขาต้องทำเรื่องสมาชิกเหมือนกัน แต่จะง่ายกว่าคือเริ่มนับจากศูนย์ ตั้งแต่ไม่มีสมาชิกที่ค้างสต็อกไว้ แต่ขณะเดียวกันก็ลำบาก เพราะไม่ทราบว่าคนที่มาสมัครเป็นสมาชิกของพรรคอื่นอยู่หรือเปล่า เนื่องจากตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 2550 มีความวุ่นวายเรื่องของสมาชิกพรรค ไม่รู้ว่าใครอยู่พรรคไหนอย่างไร และมีชื่อซ้ำซ้อนเป็นจำนวนมาก บางคนไม่คิดว่าเป็นสมาชิกพรรคก็มี เพราะคิดว่าการที่มานำชื่อไปเพื่อการเลือกตั้งในครั้งนั้นๆ เพียงหนเดียวแล้วจบ แต่ปรากฏว่ายังเป็นสมาชิกอยู่ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

    "สิ่งที่เขาเป็นกังวลอยู่ในขณะนี้คือ การให้ยืนยันสมาชิกภายใน 30 วันจะทำไม่ทัน แต่ในความเป็นจริงไม่มีปัญหา เพราะถ้าพ้นเวลา 30 วันไปแล้วยังสมัครสมาชิกใหม่ได้ ไม่มีปัญหา สามารถยืดออกไปได้ตลอด จะขอขยายเป็นชาติก็ได้ ถ้าพรรคใดกลัวว่าสมาชิกจะเหลือน้อย ให้รีบติดต่อทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ไปจนถึงเดือน มี.ค.61 ให้สอบถามสมาชิกของตัวเองไป โทรศัพท์หรือทางออนไลน์สอบถามกันไป เพื่อให้วันที่ 1 เม.ย.61 จะยื่นสมัครพร้อมกับเสียค่าสมาชิกได้ในทันที" นายวิษณุกล่าว

    ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่งดังกล่าว นายวิษณุกล่าวว่าไม่เป็นไร ทำได้ ไม่มีปัญหา ไม่ว่ากัน เป็นสิทธิ์ และถ้ายื่นจริงจะไม่ส่งผลให้คำสั่งต้องสะดุด กระบวนการยังเดินต่อไปได้

    เมื่อเวลา 18.00 น. ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกฯ และแกนนำกลุ่มมัชฌิมาให้สัมภาษณ์ภายหลังนำคณะอดีต ส.ส.สุโขทัยและผู้นำท้องถิ่นเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ถึงกรณีข้อเสนอให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคว่า ได้พูดเรื่องดังกล่าวกับนายกฯ เพียงเล็กน้อย โดยไม่ได้ต้องการคำตอบจากนายกฯ เพราะเมื่อข้อเสนอที่ต้องการให้เกิดความปรองดองแต่พอพูดไปแล้วกับมีทั้งหอก ดาบ ทั้งหมัด และเข่า จึงไม่ติดใจที่จะพูดเรื่องนี้ต่อ ขอให้ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันใหม่

    นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนทิศทางการเมืองต่อไปของกลุ่มมัชฌิมานั้น ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไร เพราะไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด พี่น้องแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้างยังไม่ได้พูดคุย อาจจะดูเหมือนเราประมาทไปหน่อยด้วย ส่วนโอกาสที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ยังไม่ได้คิด

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่จะกลับไปพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่าไม่รู้จะตอบอย่างไร ยังไม่รู้ว่าเขาจะเอาอย่างไรกันแน่ ทั้งนักการเมืองและการเลือกตั้งต่างๆ ยังไม่รู้ว่าอันไหนของจริงของปลอม

    เมื่อถามย้ำว่า ในอนาคตหากมีพรรคทหารและพรรคประชารัฐเกิดขึ้น กลุ่มมัชฌิมามีโอกาสจะเข้าไปร่วมด้วยหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่าคงยังต้องดูปัจจัยต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร

    ส่วนอนาคตทางการเมืองของไทยภายใต้กติกาใหม่จะสามารถเดินต่อไปได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราจะบอกว่าไม่มีทางเดินต่อไปได้อย่างไร ถ้าบอกว่าไม่มีทางเดินต่อไปก็จะถูกโจมตีอีก เอาเป็นว่าตนไม่ทราบ

    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในการเดินทางมาลงพื้นที่ จ.พิษณุโลกและ จ.สุโขทัย ตนได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และเอาใจมาฝากพี่น้องชาวสุโขทัยทุกคน พร้อมกับนำคณะรัฐมนตรีมารับฟังปัญหาของประชาชน ซึ่งในส่วนของการทำงานบริหารประเทศ การทำงานต่างๆ ตนทำเพียงคนเดียวไม่ได้ จึงต้องขอให้ทุกคนช่วยกัน ร่วมมือกัน ในเรื่องการดำเนินการทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย เรามีความเคารพในประชาธิปไตย แต่ขณะนี้มีหลายเรื่องที่ยังเดินหน้าไม่ได้ จะต้องรอให้หลายๆ อย่างนิ่งก่อน จึงจะดำเนินการได้ ดังนั้นในขณะนี้จึงขอให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ของตัวเอง นักการเมืองมีหน้าที่ทำงานให้ประชาชน ผมก็ทำงานให้ประชาชนเช่นกัน หากมีเรื่องใดที่ทำให้เกิดความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจก็ต้องขอโทษทุกคนไว้ด้วย

    ที่รัฐสภา นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กล่าวว่า เบื้องต้น กมธ.พิจารณาครบทั้ง 178 มาตรา และในวันที่ 27 ธ.ค.นี้จะเป็นการสรุปการระดมความคิดเห็นของประชาชนจากเว็บไซต์ช่วงระหว่างวันที่ 13 -27 ธ.ค.นี้ โดยในมาตรา 74 การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนหรือการทำโพลที่มีลักษณะเป็นการชี้นำ กมธ.ได้แก้ไขว่าการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในช่วงก่อนเลือกตั้งจะกระทำการได้ต้องมีเหตุผล และมีหน่วยงานรองรับ แต่หากไม่มีเหตุผลเป็นการจัดทำโพลขึ้นมาลอยๆ ก็ไม่สามารถกระทำได้ มาตรา 75 จากเดิมระบุว่า ”การชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส.มิให้ถือว่าเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง" ซึ่ง กมธ.ได้ตัดวรรคดังกล่าวออก อย่างไรก็ตาม กมธ.มีมติให้รอการพิจารณาไว้จำนวน 4 มาตรา และมีสมาชิก สนช.ขอแปรญัตติ 8 มาตรา และขอเพิ่มขึ้นใหม่อีก 1 มาตรา.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น