บริจาค1.2พันล้าน รับตูนบินเข้ากทม.

  • Wednesday, December 27, 2017 - 00:00


    พระมหาวุฒิชัยนำชาวเชียงรายนับหมื่นบายศรีสู่ขวัญตูนกับคณะ พร้อมมอบต้นไม้เงินมูลค่า 1 ล้าน กับเงินบริจาคอีก 25 ล้าน ขณะที่นักร้องหัวใจแกร่งเผยรู้สึกเหมือนฝัน ขอบคุณทุกแรงใจกระตุ้นให้วิ่งถึงจุดหมาย ทบ.จัดเครื่องคาซ่ารับทั้งคณะบินเข้า กทม.27 ธ.ค.นี้

    ที่วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งอยู่ระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร กล่าวแสดงความยินดีกับนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ที่วิ่งระดมเงินบริจาคในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาล 11 แห่ง ได้วิ่งถึงเส้นชัยที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า ขอแสดงความยินดีที่ตูนประสบความสำเร็จในการวิ่งครั้งนี้

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรจะมอบเพิ่มเติมให้กับตูนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็มอบให้ไปหมดแล้ว

    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พูดคุยกับชาวบ้านที่มาร่วมใส่บาตรในเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ได้กระเซ้าผู้มาร่วมทำบุญว่า "เราทุกคนมาร่วมทำบุญ แต่ก็ยังไม่ได้เท่าพี่ตูน เขาประสบความสำเร็จมาก ซึ่งต้องขอชื่นชม"

    วันเดียวกัน ที่ไร่เชิญตะวัน ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรื ว.วชิรเมธี เจ้าสำนักวิปัสสนาไร่เชิญตะวัน นำคณะสงฆ์และชาวบ้านให้การต้อนรับตูน พร้อมคณะวิ่งก้าวคนละก้าว เพื่อทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ หรือการฮ้องขวัญ ตามความเชื่อของชาวล้านนา โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย นายจิมมี่ ชวาลา มหาเศรษฐีใจบุญที่บริจาคเงิน 16 ล้านบาท ร่วมโครงการก้าวคนละก้าว นายฐาปน สิริวัฒนภักดี บุตรชายนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมแล้วกว่าหมื่นคน โดยส่วนหนึ่งถือธนบัตรที่ร้อยต่อกันเป็นทางยาวเพื่อต้อนรับตูนกับคณะ

    หลังจากนั้น พระมหาวุฒิชัยกับคณะ นำตูนไปนมัสการหน่อพระศรีมหาโพธิ์ และรับมอบต้นดอกไม้เงินเสียบธนบัตรจำนวน 20 ต้น มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท ก่อนเข้าไปทำพิธีบายศรีสู่ขวัญภายในวิหาร โดยพระมหาวุฒิชัยพร้อมคณะได้มอบเงินบริจาคจากฝ่ายต่างๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไปผ่านไร่เชิญตะวัน เพื่อร่วมสมทบทุนโครงการก้าวคนละก้าวเพิ่มอีก 25 ล้านบาท จากนั้นจึงเริ่มพิธี จัดให้ตูน และก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ แฟนสาว นั่งคู่กันเพื่อให้ฝ่ายเจ้าภาพผูกข้อมือรับขวัญ

    พระมหาวุฒิชัยกล่าวว่า ตั้งแต่เห็นตูนวิ่งก้าวคนละก้าว ก็คิดหาวิธีสนับสนุน จึงได้ร่างภาพวาด และให้ศิลปินไปจัดทำเป็นประติมากรรม "จิตโพธิสัตว์" จำนวน 8 องค์ ซึ่งมอบให้ตูน บอดี้สแลม 1 องค์ อีก 7 องค์ นำมาประมูล ได้เงินจำนวน 7 ล้านบาท โดยบุคคลที่ประมูลไปมีหลายคน เช่น นายฐาปน ประมูลไป 1 องค์ และยังบริจาคเพิ่มอีก 12 ล้านบาท แล้วได้ภาพวาดอีก 1 ภาพ และยังมีคนอื่นๆ อีกหลายคนที่ชื่นชมในความดี

    ด้านตูนกล่าวว่า การวิ่งครั้งนี้มีแรงบันดาลใจจากการได้รับเชิญไปทำกิจกรรมช่วยสร้างอาคารที่โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพาไปดูสถานที่ ก็เกิดความสะท้อนใจว่า แม้เราจะทำกิจกรรมตามปกติก็คงช่วยได้ไม่มาก และเห็นว่าการวิ่งเป็นสิ่งเดียวที่เราจะทำได้ จึงวิ่งจากกรุงเทพฯ ถึงบางสะพาน เวลา 10 วัน ได้เงินมา 85 ล้านบาท รวมทั้งทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพานยังบอกว่า การออกกำลังกายเป็นการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ และลดปัญหาการไปใช้บริการด้านสาธารณสุข ต่อมาโรงพยาบาลหลายแห่งมาขอให้สนับสนุนบ้าง ตนเห็นว่าเนื่องจากเรามีโรงพยาบาลหลายแห่ง จึงต้องทำเพื่อโรงพยาบาลศูนย์ก่อน เพราะมีสาขาโรงพยาบาลชุมชนในเครือข่ายหลายแห่ง และบางแห่งช่วยเหลือได้หลายจังหวัดด้วย รวมทั้งเป็นศูนย์รวมการรักษาพยาบาลโรคหนัก เช่น มะเร็ง หัวใจ โรคในเด็ก และอื่นๆ

    ด้วยเหตุนี้จึงนำวิธีการวิ่งมาใช้ ด้วยการวิ่งจากใต้สุดของประเทศถึงเหนือสุด เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลศูนย์จำนวน 10 แห่ง และโรงพยาบาลน่าน ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์ แต่อยู่ห่างไกล ต้องใช้ระยะเวลาส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศูนย์ จ.ลำปาง อีก 3-4 ชั่วโมง ซึ่งนั่นหมายถึงชีวิต และหากมีเครื่องมือที่ทันสมัยก็อาจจะช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยได้พอสมควร

    “ผมรู้สึกเหมือนฝัน ตั้งแต่วินาทีแรกที่วิ่งเข้าถึงที่หมายที่ อ.แม่สาย และตอนนี้ก็ยังรู้สึกเช่นนั้นอยู่ เพราะทุกคนให้เกียรติและดีกับผมมาก ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมสามารถวิ่งได้ถึงที่หมายได้สำเร็จ”

    มีรายงานว่า ตูน บอดี้สแลม จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันที่ 27 ธันวาคมนี้

    สำหรับยอดเงินบริจาคโครงการก้าวคนละก้าว แม้ตูนจะวิ่งบรรลุจุดหมายแล้ว แต่ก็ยังมีผู้บริจาคเงินเพิ่มเติมตลอดเวลา จนถึงเย็นวันอังคาร เว็บไซต์ก้าวคนละก้าวรายงานว่าอยู่ที่กว่า 1,208 ล้านบาท

    ข่าวแจ้งว่า จากการที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวก และประสานทีมงานก้าวคนละก้าว ของตูน บอดี้สแลม โดยจัดอากาศยาน เครื่องบินลำเลียง 295 C-295W หรือคาซ่า รับคณะเดินทางกลับมายังกรุงเทพฯ ในวันที่ 27 ธ.ค. และจัดรถนำขบวนรับ-ส่งอย่างเหมาะสมนั้น ทางเจ้าหน้าที่และเครื่องบินคาซ่าพร้อมรับการปฏิบัติ สำหรับเที่ยวบินเที่ยวพิเศษ กรุงเทพฯ-เชียงราย โดยจะทำการบินไปจังหวัดเชียงรายในเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที คาดน่าจะถึงในเวลา 09.50 น. เพื่อสแตนด์บายรอคณะตูน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทางคณะว่าจะสะดวกเดินทางกลับ กทม.เวลาใด สามารถแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ประสานงานได้ทันที

    นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า การนำเงินบริจาคในโครงการก้าวคนละก้าวมาใช้จ่ายนั้น ได้มีการหารือกับมูลนิธิ รพ.พระมงกุฎเกล้า ก่อนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งในส่วนที่จะมอบให้กับ รพ.เชียงราย ไม่ใช่แค่ให้ รพ. แต่เป็นการบริจาคเพื่อช่วยเหลือทั้งจังหวัด โดยจะนำมาพัฒนาบริหารจัดการ ยกระดับรถพยาบาลฉุกเฉินทั้งจังหวัดเชียงราย รวม 40 คัน ติดตั้งระบบเทเลเมดิซีน หรือระบบโทรคมนาคมบนรถพยาบาลฉุกเฉิน ที่จะทราบอาการผู้ป่วยตั้งแต่ขึ้นรถพยาบาล และจะนำมาพัฒนาศักยภาพอาคารอุบัติเหตุ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ คาดว่างบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้ป่วยและนักท่องเที่ยว

    "ภาพการวิ่งของตูนเมื่อวานนี้ นับได้ว่าเป็นศูนย์รวมพลังอย่างดีเยี่ยม และเป็นผู้ผลักดันให้คนหันมาสนใจการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข พร้อมกันนี้ยังห่วงสุขภาพของตูน โดยกระทรวงสาธารณสุขกำชับให้ทุกโรงพยาบาลทางผ่านที่ตูนและคณะวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าว ต้องมีการดูแลสุขภาพ ขณะนี้ร่างกายตูนถือว่าปลอดภัย แต่ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อไปอีก 48 ชั่วโมง ดูผลเลือด และการเปลี่ยนแปลงของค่าไต ดูการทำงานของหัวใจ เพราะถือว่าที่ผ่านมามีการใช้ร่างกายอย่างหนัก ส่วนการบาดเจ็บของร่างกายพบที่แขนซ้าย กล้ามเนื้อเส้นเอ็นอักเสบ แต่ไม่รุนแรง" นพ.ไชยเวชกล่าว

    ส่วน นพ.ศราวุฒิ ตั้งศรีสกุล ผอ.รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า จากการติดตามตูนวิ่งถึงแม่สาย รู้สึกปลื้มใจมาก เป็นเหมือนไอดอล ตูนนับได้ว่าเป็นคนที่จิตประเสริฐ มุ่งมั่น รู้สึกศรัทธาในตัวเขา หลังวิ่งเสร็จก็ห่วงเรื่องสุขภาพ แต่เท่าที่ดูเขาแกร่งขึ้นมาก กำลังใจดีมาก ส่วนเงินบริจาคจากโครงการก้าวคนละก้าวยังไม่ทราบว่าจะได้รับเท่าไหร่ และไม่อยากพูดถึงในตอนนี้ ขอให้ตูนได้พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน โดยทาง รพ.เจ้าพระยายมราชมีความตั้งใจทำศูนย์โรคหัวใจ ซึ่งได้มีการประชุมรายละเอียดบ้างแล้ว จากนี้ไปเชื่อว่าสิ่งที่ตูนได้จุดประกายให้คนไทยและควรจะนำมาเป็นแบบอย่างต่อไป คือการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และอีกหนึ่งเรื่องคือความเสียสละ หากคนไทยเรารู้จักทำเพื่อคนอื่นแบบตูน ก็จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น