เปิดแผนล้างหนี้รฟท.แสนล้าน ดึงเอกชนพัฒนาที่แปลงใหญ่เพิ่มรายได้

  • Wednesday, December 27, 2017 - 00:00


    รฟท.เร่งสรุปแผนฟื้นฟูกิจการ หวังเดินหน้าแก้ปัญหาขาดทุนสะสม พร้อมเร่งตั้งบริษัทลูกบริหารทรัพย์สิน จ่อเปิดประมูลให้เอกชนพัฒนาที่ดิน 3 แปลงใหญ่ สถานีแม่น้ำ มักกะสัน และบางซื่อ หวังหารายได้ล้างหนี้ คาดชง ครม.อนุมัติไตรมาสแรก 2561

    นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปแผนฟื้นฟูกิจการของ รฟท.ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมกำกับดูแลให้ รฟท.ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูองค์กร พร้อมกับรายงานผลการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กร การเพิ่มรายได้องค์กรเพื่อแก้ปัญหาขาดทุน และจัดสรรรายได้ เพื่อการชำระหนี้เงินกู้ให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) รับทราบ คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุม คนร.พิจารณาได้ในเดือน ม.ค.-ก.พ.2561

    สำหรับแผนการเพิ่มรายได้เบื้องต้นแบ่งเป็น 1.การเพิ่มรายได้จากการนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทลูกด้านบริหารทรัพย์สิน เพื่อเปิดให้เอกชนเข้ามาพื้นที่เชิงพาณิชย์มูลค่านับแสนล้านบาท อาทิ สถานีแม่น้ำ พื้นที่มักกะสันและพื้นที่ กม.11 บริเวณบางซื่อ คาดว่าจะเสนอแผนให้ ครม.พิจารณาได้ภายในไตรมาสแรกของปี 61 ก่อนจัดตั้งบริษัทลูกภายในเดือน มิ.ย. 2.การเพิ่มรายได้จากงานบริการ ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ซึ่ง 5 เส้นทาง ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะสามารถขนส่งผู้โดยสารและสินค้าได้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะด้านการขนส่งสินค้าที่จะมาเป็นรายได้หลักขององค์กรในอนาคต

    "การบริหารจัดการที่ดินของการรถไฟฯ กว่า 3 แสนไร่ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ดินที่มีศักยภาพในกรุงเทพฯ ตั้งเป้าภายใน 6 ปี จะสร้างรายได้ 6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปลดหนี้ที่มีอยู่ 107,000 ล้านบาท" นายอานนท์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม รฟท.จึงมีแผนลงทุนจัดซื้อหัวรถจักรเพิ่มเพื่อทดแทนรถเก่าและรองรับโครงการรถไฟทางคู่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้าขนาด 16 ตันเพลา จำนวน 100 คัน มูลค่า 19,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดหาด้วยวิธีซื้อ 50 คัน วงเงิน 6,500 ล้านบาท และจัดหาด้วยวิธีเช่าอีก 50 คัน วงเงินประมาณ 13,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือน มี.ค.61

    ส่วนด้านรายจ่ายบำเหน็จบำนาญพนักงานกว่าปีละ 4 พันล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหาแนวทางเพื่อลดรายจ่ายส่วนดังกล่าวในแต่ละปี เนื่องจากมีสัดส่วนที่มากเมื่อเทียบกับรายจ่ายภาพรวม เบื้องต้นอาจใช้แนวทางภาคสมัครใจให้บุคลากรที่พร้อมรับเงินไปเลยทีเดียวทั้งก้อนไม่ทยอยจ่ายรายเดือนเหมือนเงินบำนาญ

    รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่า ในปี 61 คาดว่ารฟท.จะมีรายรับ 50,953.74 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการดำเนินงาน 10,708.54 ล้านบาท เป็นเงินกู้เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนด 34,125 ล้านบาท และเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ 6,3120.19 ล้านบาท แต่รายรับดังกล่าวยังคงต่ำกว่ารายจ่ายที่คาดว่าจะอยู่ที่ 62,337.74 ล้านบาท ซึ่งแยกเป็นรายจ่ายในการดำเนินงาน 16,380.29 ล้านบาท รายจ่ายชำระเงินกู้ 34,310.45 ล้านบาท ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายเงินกู้ 4,496.3 ล้านบาท รายจ่ายบำเหน็จบำนาญพนักงาน 4,377.65 ล้านบาท และเป็นจ่ายลงทุนเพียง 2,773.03 ล้านบาท.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น