ชงครม.เคาะช่วยคนจนเฟส2 คลังมอบของขวัญเน้นกลุ่มเงินไม่ถึง3หมื่น

  • Wednesday, December 27, 2017 - 00:00


    คลังจ่อชง ครม.ไฟเขียวมาตรการช่วยเหลือคนจนเฟส 2 หวังเป็นของขวัญปีใหม่ให้ผู้มีรายได้น้อย แจงเป็นความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างหลายหน่วยงาน หวังช่วยผู้มีรายได้น้อย 5.3 ล้านคนหลุดพ้นความยากจนอย่างสมบูรณ์

    นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ระยะที่ 2 (เฟส 2) เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 3 ม.ค.2561 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยแนวทางของมาตรการเฟส 2 กระทรวงการคลังต้องการให้ผู้มีรายได้น้อย ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ทั้งหมด 5.3 ล้านคน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนบัตรคนจน 11.4 ล้านคน มีรายได้สูงกว่าเกณฑ์ และหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้ภายในปี 2561

    ทั้งนี้ มาตรการบัตรคนจนเฟส 2 จะเป็นการร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน มาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ เพื่อให้คนจนทั้งหมด 5.3 ล้านคน สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน มีรายได้ มีการศึกษา มีองค์ความรู้ในการเลี้ยงชีพ โดยมาตรการจะมีทั้งในส่วนที่เป็นการสนับสนุนผู้ที่สนใจประกอบอาชีพ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง การส่งเสริมให้เป็นลูกจ้าง สนับสนุนให้ไปทำงานในต่างประเทศ และช่วยเหลือให้มีที่อยู่อาศัย

    “ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปลัดทุกกระทรวงเห็นด้วยและพร้อมที่จะร่วมมือ จึงมั่นใจได้ว่าการร่วมงานกันในครั้งนี้ จะมีประสิทธิภาพ เป็นไปด้วยความราบรื่น และที่สำคัญจะต้องมีตัวชี้วัดผลของมาตรการที่จับต้องได้ เพื่อไม่ให้เป็นการช่วยแบบเหวี่ยงแห เพราะมาตรการเฟส 2 เป็นการลงพื้นที่ ทำข้อมูลเชิงลึกเป็นรายบุคคลทั้ง 5.3 ล้านคน ช่วยในการทำแผนที่ชีวิตแต่ละคนชัดเจน เป้าหมายคือจะต้องช่วยให้มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปีทั้งหมด 100%” นายสมชัยกล่าว

    นายสมชัยกล่าวอีกว่า ความคืบหน้าการผลักดันมาตรการให้สังคมไทยเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ดูในภาพรวมขณะนี้ เป็นที่น่าพอใจ ทั้งในส่วนของการผลักดันให้ใช้ระบบการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด ซึ่งประชาชนและสถาบันการเงินมีความตื่นตัวมากขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ซึ่งขณะนี้ผู้ที่ใช้บัตรคนจนสามารถร่วมชิงโชคกับทางภาครัฐได้ทุกเดือน ก็มีความคึกคัก ทำให้คาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบได้ภายใน 3-4 ปีนี้ ส่วนประเด็นที่เป็นห่วงว่านโยบายบัตรคนจนจะเป็นการหาเสียงให้กับรัฐบาลชุดนี้หรือไม่นั้น เชื่อว่าเป็นนโยบายที่ดีที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องทำ

    สำหรับการแจกโชคบัตรเดบิตประจำเดือน ธ.ค.2560 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ขยายผู้ร่วมรับสิทธิ์ไปถึงผู้ที่ถือบัตรคนจนและร้านธงฟ้าประชารัฐ ปรากฏว่าผู้ใช้สิทธิ์บัตรคนจน คือ น.ส.เหน็ง คำจำรัส จากจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายสมคิด แก่นนอก ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกในโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลละ 1 ล้านบาท ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของกระทรวงการคลัง ในการขยายสิทธิ์ในการช่วยเหลือและกระตุ้นให้ผู้ใช้บัตรในการชำระแทนเงินสดมากขึ้น โดยเงินรางวัลได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 84 ล้านบาท ทั้งนี้ ในส่วนของบัตรคนจนหากได้รับรางวัลเงิน 1 ล้านบาทไปแล้ว ก็จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ใช้บัตรคนจนต่อไปด้วย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น