ตั้งตารอพีดีพีฉบับใหม่

  • Wednesday, December 27, 2017 - 00:00


    กระแสการปรับเปลี่ยนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศมีมาสักพักใหญ่ๆ ได้ยินจากหลายฝั่ง พูดถึงกันมากมายว่าส่วนใหญ่แล้วมาจากอะไร ทั้งเรื่องของพลังงานหมุนเวียนที่จะเข้ามาเปลี่ยนการผลิตไฟฟ้าให้ใช้พลังงานสะอาดกันทั้งประเทศ หรือแม้แต่การที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เชื้อเพลิงถ่านหินเกิดขึ้นไม่ได้ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจนทำให้กระแสการใช้ไฟฟ้าปรับเปลี่ยนไป

    ทั้งนี้ เมื่อดูจากการผลิตไฟฟ้าจากแผนพีดีพี ฉบับที่กำหนดใช้ในปี 2558-2579 เมื่อสิ้นแผนในปลายปี 79 จะมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมสุทธิ 70,335 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าใหม่รวม 57,459 เมกะวัตต์ ที่แยกตามประเภทโรงไฟฟ้า ดังนี้ 1.โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 21,648 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ 2,101 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น 4,119 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 17,478 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อน 12,113 เมกะวัตต์

    แต่ในแผนใหม่นี้คาดว่าการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในช่วง 10 ปีหลังไปนี้จะลดลงไปเรื่อยๆ หรืออาจจะไม่มีความจำเป็นต้องมีเลย เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนจะเข้ามาทดแทน เทคโนโลยีสมัยใหม่จะทำให้พลังงานนั้นๆ สามารถผลิตและเรียกใช้เวลาใดก็ได้

    หากจะใช้พลังงานหมุนเวียนมาเป็นพลังงานหลักที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในประเทศตอนนี้คงลำบาก เนื่องจากทำให้ต้นทุนการผลิตแพง การจัดการยังไม่เป็นระบบ เพราะไม่สามารถที่จะเรียกให้ผลิตไฟเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้ เนื่องจากต้องดูลมฟ้าอากาศเป็นสำคัญ จึงทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานดังกล่าวไม่เสถียร

    ขณะที่ในปัจจุบันมีนักวิจัยและพัฒนาของหลายๆ บริษัทลุยที่จะทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มีเสถียรภาพได้ หรือไม่ก็กักเก็บไว้ใช้ในตอนที่ไม่สามารถผลิตได้ โดยอาศัยแบตเตอรี่ และตอนนี้ก็มีบางแห่งในประเทศไทยที่นำมาใช้แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังแพงอยู่มาก และไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มย่อยๆ ได้

    อย่างไรก็ตาม แผนพีดีพีที่จะถูกปรับเปลี่ยนก็ไม่ได้ง่ายเพราะในประเทศไทยเอง โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักบางแห่งยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และล่าช้าไปมากกว่าแผนที่ตั้งไว้จนทำให้เป็นการกระทบกับพีดีพีเช่นกัน ถึงขนาดเคยแว่วๆ มาว่าโรงไฟฟ้าพวกนั้นอาจจะโดนตัดออกจากแผนเลย เพราะมีปัญหาที่แก้ไม่ได้หลายจุด

    ที่เราได้ยินกันหนาหูมากคงหนีไม่พ้นเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ที่มีอยู่แล้วในแผนพีดีพี โดยรวมกำลังการผลิตทั้งในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ทั้งสิ้น 2,800 เมกะวัตต์ ถือว่าเป็นสเกลที่ใหญ่พอสมควร เพราะจะช่วยแก้ปัญหาความต้องการของไฟฟ้าสูงขึ้นเรื่อยๆ ในภาคใต้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็โดนชะงักไปหมด

    ซึ่งหากมองถึงสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงต่างๆ ช่วงปลายแผนปี 79 ก็จะแบ่งได้ดังนี้ คือ การซื้อไฟฟ้าพลังน้ำต่างประเทศ 15%-20% ถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด (รวมลิกไนต์) 20%-25% พลังงานหมุนเวียน (รวมพลังน้ำ) 15%-20% ก๊าซธรรมชาติ 30%-40% และนิวเคลียร์ 0-5% จึงเห็นได้ว่าจากแผนนี้การใช้ถ่านหินก็ยังมีอยู่ และอยู่ในสัดส่วนที่เยอะพอสมควรอีกด้วย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าหากโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ 2 แห่งยังเกิดไม่ได้ และจะมีที่ไหนเกิดได้บ้างในประเทศไทย หรือถ้าตัดสัดส่วนของถ่านหินออก แล้วจะเอาเชื้อเพลิงไหนมาใส่แทน

    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการปรับแผนพลังงานอีก 4 ด้านที่รออยู่ด้วย ทั้งแผนอนุรักษ์พลังงาน (อีอีพี), แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี), แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง แต่หลังจากที่งึมงำกันมาสักพัก ก็มีคนออกมายืนยันแล้วว่าพีดีพีฉบับใหม่ที่กำลังเร่งทำอยู่นั้นจะเสร็จเร็วๆ นี้ โดยนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้ชัด 31 มี.ค.2561 เสร็จแน่นอน และยังให้ความเห็นอีกว่าโดยส่วนตัวไม่ยอมรับกับการที่ค่าไฟฟ้าปลายแผนจะแพงขึ้น

    เราก็คงต้องตั้งตารอกันว่าพีดีพีฉบับใหม่นี้จะเสร็จตามกำหนด และมีแนวทางใหม่ๆ เข้ามา เพื่อบริหารจัดการด้านพลังงานให้เดินหน้าต่อไปจนครบ 20 ปี.

    ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น