ถามหาอุดมการณ์! 'บิ๊กตู่'ย้อนถ้ามีสมาชิกพรรคไม่หนี'มาร์ค'อัดวาระซ่อนเร้น

  • Wednesday, December 27, 2017 - 00:00


    “บิ๊กตู่” เมินโต้ “มาร์ค” แจง ม.44 สร้างความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงทุกพรรค ย้ำเป็นไปตามโรดแมป ลูบหลังนักการเมืองให้พักใจสักนิดไม่ต้องกังวล หากยังมีอุดมการณ์สมาชิกคงไม่หนี ปัดรับข้อเสนอใช้ม.44 จัดเลือกตั้งปีแรก "พรเพชร" ปฏิเสธ สนช.ขาดความรอบคอบ อ้างทำให้ กม.เชื่อมโยงกัน "มาร์ค" อัดซ้ำเป็นวาระซ่อนเร้นเพื่อตั้งพรรคใหม่สลายฐานของพรรคเดิม กังขาสุดท้ายทำให้ต้องงดใช้ไพรมารีโหวตหรือเลื่อนเลือกตั้ง

    เมื่อวันอังคาร ที่สถาบันพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.สัญจร กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า หาก คสช.มีความกล้าหาญแบบทหารให้ประกาศมาเลยว่าจะรีเซตพรรคการเมืองและเลื่อนการเลือกตั้งว่า ตนไม่ไปต่อล้อต่อเถียงกับเขา ประชาชนก็ฟังเอา อย่างไรก็ตาม คนที่จะเข้ามาสู่การเมือง อยากให้พูดถึงยุทธศาสตร์ชาติด้วย ตนไม่ได้ขัดแย้งกับใคร ขอให้ทำยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อให้ประชาชน

    “ส่วนกำหนดเวลาการจัดการเลือกตั้งที่เคยประกาศไว้ว่าจะเป็นช่วงปลายปี 2561 นั้น ขอให้ดูคำสั่งให้ดีๆ อย่าไปหาจุดอ่อนหรือจุดแข็ง แต่ทุกอย่างต้องการทำให้เกิดความเรียบร้อย พักใจสักนิดหนึ่ง ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกังวล ถ้าตัวเองยังมีอุดมการณ์อยู่ประชาชนก็ยังคงนิยมท่านอยู่ ไม่ต้องไปกังวลหรอก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

    ส่วนข้อเสนอในการใช้มาตรา 44 เพื่อจัดการเลือกตั้งในปีแรกนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ขอรับข้อเสนอนี้ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ก็ไม่ได้พูดถึงตรงนี้ ก็ไปดูว่ารัฐธรรมนูญเขาว่าอย่างไร

    "ยืนยันว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแมปที่กำหนด แม้อาจจะมีการให้เคลื่อนไหวอะไรบ้างก็ตาม อย่างการใช้มาตรา 44 ล่าสุด ก็ถือเป็นการให้พรรคการเมืองได้ดำเนินการทางธุรการ ขอให้เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เราทำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก ก็มีสิทธิ์ที่จะหาสมาชิกพรรค ตรวจสอบสมาชิกพรรคได้ ในล็อกจำนวน 500 คนตามกฎหมาย ต่อไปก็สามารถที่จะหาเพิ่มขึ้นได้อีก ยืนยันว่าแนวทางนี้คือการสร้างความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงให้กับทุกพรรค สมาชิกพรรคนั้นต่อไปก็สามารถหาเพิ่มขึ้นได้อีกเป็นล้านคน แต่ขอร้องว่าอย่าไปอะไรกันนักเลย ผมจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เดินหน้าไปได้ และทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแมปนั่นแหละ”

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า โรดแมปที่สำคัญที่สุดคือการประกาศใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง วันนี้มีเหลือกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งอีก 2 ฉบับยังไม่ได้ประกาศใช้ โดยทั้ง 2 ฉบับได้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว จึงต้องไปดูว่ากำหนดเวลานั้นมีขั้นตอนอย่างไร ย้ำว่าวันนี้ทุกอย่างยังไม่เคลื่อนอะไรทั้งสิ้น ขอให้ลดแรงกดดันลงไปหน่อยเถอะ เพราะตนต้องรักษาสถานการณ์บ้านเมือง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งประชาชนต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย

    นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลเตรียมให้แก่ประชาชนว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการทำอะไรให้กับประชาชน จะเรียกว่าเป็นของขวัญปีใหม่ก็ได้ เพราะบางกิจกรรมเริ่มในช่วงนี้ และจะเกิดขึ้นหลังปีใหม่ไปก็ตาม ถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของขวัญที่ทำให้ ขอใช้คำว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่น มีเจตนารมณ์ที่จะทำ เพื่อวางพื้นฐานในอนาคตไปด้วย หลายอย่างคือการปฏิรูป ทั้งระบบราชการ งบประมาณ กฎหมาย และวิธีการทำงาน ตลอดจนยกระดับเพิ่มขีดความสามารถให้กับระบบราชการทั้งในท้องถิ่นและทุกกระทรวง ทบวง กรม ภายใต้การบูรณาการของผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละกระทรวงได้ส่งรายงานเรื่องของขวัญปีใหม่ที่จะทำให้ประชาชน ซึ่งยังไม่ครบทุกกระทรวง แต่เกือบครบแล้ว
    ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

    "อยากให้ทุกอย่างในปีหน้าเป็นปีแห่งความสำเร็จ เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นปีแห่งการเตรียมการไปสู่ประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ตรงนี้ผมทำเองไม่ได้หวังว่าทุกคนคงจะร่วมกันอวยพร และร่วมกันกระทำปฏิบัติร่วมกันทั้งกาย วาจา ใจ ลดความขัดแย้งสร้างความปรองดองกันให้ได้ อย่าให้ผมต้องบังคับใช้กฎหมายจนมากเกินไป เพราะฉะนั้นต้องขอร้องทุกคน ในเมื่อทุกคนเป็นคนไทยทั้งสิ้น ปีใหม่นี้ใครคิดหวังสิ่งใดก็ให้สมความมุ่งมั่นทุกประการ และผมไม่ต้องการอะไรตอบแทน" นายกรัฐมนตรีกล่าว

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ระบุว่า หาก คสช.อยากเลื่อนโรดแมปเลือกตั้ง ควรประกาศให้ชัด ไม่ใช่ใช้มาตรา 44 เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ว่าเราต้องดูว่าผู้ที่ออกมาพูดได้หรือเสียประโยชน์เรื่องอะไร ถ้าเขาเสียประโยชน์ตามที่มีการกล่าวกันว่าสมาชิกพรรคบางคนเป็นสมาชิกมากกว่าหนึ่งพรรค ก็จะส่งผลถึงความเป็นธรรมาภิบาลว่าพรรคการเมืองต้องมีความเที่ยงตรงแม่นยำ เราจึงอยากตรวจสอบเพื่อให้เกิดความแม่นยำและเป็นธรรม

    เมื่อถามว่า มาตรา 44 ที่ออกมา ไม่ได้มุ่งหวังเอื้อประโยชน์พรรคตั้งใหม่ที่ประกาศชัดจะสนับสนุน คสช.หรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า วันนี้พรรคการเมืองใหม่ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ทั้งนโยบายและชื่อพรรค

    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า ที่หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 แก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าการพิจารณาของ สนช.ขาดความรอบคอบ แต่เป็นการทำให้กฎหมายให้มีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากตอนพิจารณาร่างกฎหมายพรรคการเมืองอาจไม่ได้ถูกหยิบยกให้มีความเชื่อมโยงกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. อีกทั้งการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญของสนช.มีระยะเวลาเพียง 60 วันเท่านั้น

    "ดังนั้น จะต้องพิจารณาให้เชื่อมโยงกันทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายพรรคการเมืองที่แก้ไขโดยมาตรา 44 ด้วย เนื่องจากอาจจะมีบริบทของกฎหมายที่มีผลต่อกันได้ เช่น การทำไพรมารีโหวต และการตั้งพรรคการเมืองใหม่ รวมไปถึงการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองในปัจจุบัน"

    เมื่อถามว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่อาจมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อยังไม่ให้มีการทำไพรมารีโหวต นายพรเพชรกล่าวว่า อาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ก็ได้ ซึ่งส่วนตัวยังไม่ทราบว่าจะทำได้หรือเปล่า จึงยังไม่ขอแสดงความคิดเห็นมากในเวลานี้ เพราะจะเป็นการชี้นำ ส่วนกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าอาจมีการคว่ำกฎหมายเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวคิดว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก
    วาระซ่อนเร้นตั้งพรรคใหม่

    ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปฏิเสธว่าคำสั่งมาตรา 44 ไม่ได้รีเซตสมาชิกพรรคว่า ภายใน 30 วันตามที่คำสั่ง มาตรา 44 กำหนดจะให้ติดต่อคน 3 ล้านคนให้มาสมัครใหม่ไม่ทันแน่นอน ส่วนนี้เองคือการรีเซตสมาชิกพรรค ทำไม คสช.ที่เป็นทหารไม่ยอมพูดตรงๆ อย่าพูดเป็นอย่างอื่น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะเดินหน้าไปทางไหน เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ นักลงทุนไม่ได้รับความชัดเจน ดังนั้นถ้าทำกฎหมายโดยมีหลักเพื่อส่วนรวม กฎหมายก็จะไม่แกว่ง แต่ถ้าคิดในเชิงของพรรคพวกหรือสถานการณ์เฉพาะหน้าความได้เปรียบ ก็จะเป็นเช่นนั้น

    "อย่าลืมว่ากฎหมายออกมาโดย สนช. ซึ่งในช่วงที่ทำออกมาก็ไม่มีใครทักท้วงอะไร จู่ๆ ก็บอกต้องเปลี่ยนหลักการ พรรคการเมืองใหม่และเก่าต้องเท่าเทียมกัน ก็เป็นเรื่องแปลก ถ้าคิดแบบนั้นคงต้องรีเซตสมาชิกพรรคกันทุกปีหรือไม่ ทั้งที่อุปสรรคของพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นโดย คสช.ไม่ใช่พรรคการเมืองเก่า แทนที่จะแก้ตรงนั้น กลับมาแก้ให้รีเซตสมาชิกพรรค ซึ่งผมมองว่าเป็นวาระซ่อนเร้นเรื่องการตั้งพรรคใหม่กับการสลายฐานของพรรคเดิม"

    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตามคำสั่งมาตรา 44 ครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอน เพราะเมื่อคำนวณระยะเวลาแล้ว ก็เกิดคำถามว่าจะทำไพรมารีโหวตทันหรือไม่ ก็ต้องมาตัดสินใจว่าจะงดทำไพรมารีโหวตหรือเลื่อนเลือกตั้ง ซึ่งตนได้ท้วงติงระบบเลือกตั้งนี้มาก่อนว่าหลักการดี แต่ยังไม่เหมาะ ตอนนั้นผู้มีอำนาจยืนยันว่าทำได้ และควรทำ เราก็ยอมรับ จริงๆ แล้วผลสุดท้ายไม่จำเป็นต้องออกที่งดใช้ไพรมารีโหวตหรือเลื่อนเลือกตั้ง เพราะตนยืนยันตลอดว่า ถึงแม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการไม่ปลดล็อก พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องทำตามกฎหมายให้ได้ เรื่องอัพเดตสมาชิกพรรคหรือไพรมารีโหวต ตนคิดว่าพรรคทำได้ แต่อยู่ๆ จะเปลี่ยนกฎที่เขาพูดกันว่าอยากจะเข้ามาทำให้บ้านเมืองเรียบร้อย มีการปฏิรูป สร้างธรรมาภิบาล แต่สิ่งที่เขาทำสวนกับหลักธรรมาภิบาลโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังฟันธงไม่ได้ว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปหรือไม่ เพราะยังมีช่องทางอื่นอยู่

    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุม สนช.ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่ 7 กกต. โดยไม่ติดใจกระบวนการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่ก่อนหน้านี้เคยมีสมาชิกทักท้วง และประธาน สนช.ได้มีหนังสือสอบถามไปยังประธานศาลฎีกา และได้รับหนังสือตอบจากเลขานุการศาลฎีกา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 มีใจความว่า "ศาลฎีกาขอเรียนว่ากระบวนการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้งจำนวน 2 คน ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 12 วรรคสามครบถ้วนแล้ว จึงเรียนมาเพื่อทราบ"

    นายสมชัยกล่าวว่า การชี้แจงของศาลฎีกาเพียงแค่จดหมายหนึ่งหน้ากระดาษ สนช.ก็ถือว่าได้ถามและได้ตอบจนเป็นกระจ่างชัดแล้ว ไม่ได้มีการสนใจในรายละเอียดวิธีการปฏิบัติว่าเป็นอย่างไร ใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของคำว่า ลงคะแนนโดยเปิดเผย ที่เขียนไว้ในมาตรา 12 วรรคสาม ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. สนช. ทำงานง่ายเกินไปหรือไม่ กับการพอใจกับจดหมายตอบจากศาล ที่มีสาระสำคัญเพียง 4 บรรทัด ที่แทบไม่มีการอธิบายรายละเอียดใดๆ เพียงแค่บอกว่าทำตามกฎหมายแล้ว หากจะมีใครสักคนฟ้อง สนช.ว่ากระทำการโดยประมาทก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ กรุณาบอกตนด้วย เผื่อว่าตนอาจร่วมลงชื่อ

    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เปิดเผยว่า ภายหลังที่ประชุม สนช.ให้ความเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามขั้นตอนจะต้องส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาว่าจะเสนอตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง กรธ. สนช. และ ป.ป.ช.หรือไม่ต่อไป หากทั้ง ป.ป.ช.และ กรธ.ไม่เสนอให้มีการตั้ง กมธ.ร่วมกัน 3 ฝ่าย จะต้องให้นายกรัฐมนตรีนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ทั้งนี้ หากมีสมาชิก สนช.ประสงค์จะเข้าชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จะมีเวลา 5 วันนับตั้งแต่วันที่นายกฯ ได้รับร่างกฎหมายจาก สนช.ก่อนนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามรัฐธรรมนูญ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น