สิทธิในการไต่สวนที่ยุติธรรม ของชาวบ้านเทพาและพ่อแม่น้องเมย

  • Wednesday, December 27, 2017 - 15:59

    2 เหตุการณ์ใน 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งเรื่องการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพา กับ ปริศนาการเสียชีวิตของน้องเมย ช่วยยืนยันความจริงได้ชัดเจนยิ่งว่า สังคมที่ถูกระบบราชการครอบงำ (Bureaucratic Society) อย่างสังคมไทยยังไม่ยอมเปิดกว้างให้ราษฎรตาดำๆ ได้ใช้กระบวนการทางกฎหมาย ไต่สวนหาความจริงในราชการได้เลย กล่าวคือ

    สิทธิชาวบ้านเทพา

    ถาม เห็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเทพาล่าชื่อชาวบ้านมายื่นนายกฯ สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกันมากมายหลายร้อยชื่อ แล้วพวกคัดค้านจะว่าอย่างไร
    ตอบ “คุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็นสิทธิที่แต่ละคนมีอยู่ก่อนแล้ว แล้วเอามาให้รัฐจัดการโดยรวม แต่เขาแต่ละคนก็ยังมีสิทธินี้อยู่นะครับ คนคัดค้านจะมากหรือน้อยกว่าคนสนับสนุนนั้นไม่ใช่ประเด็น รัฐที่เป็นเพียงผู้จัดการยังมีหน้าที่เคารพสิทธิของคนคัดค้านอยู่ดี

    ถาม เคารพแล้วต้องทำอย่างไร
    ตอบ ต้องให้สิทธิพวกเขาไต่สวนหาความจริงอย่างยุติธรรม (Right to be heard and to Inquire) โดยกระบวนการทางกฎหมายปกครอง เช่นที่เขาเรียกกันในอเมริกาว่า “Public Hearing”

    ถาม ก็ กฟผ.เขาจัดชี้แจงให้ชาวบ้านฟังและออกความเห็นตั้งหลายครั้งแล้ว
    ตอบ นั่นมันเป็น “Public Listening” ครับ “Hearing” นั้นเป็นศัพท์กฎหมายฝรั่งที่เขาหมายถึงกระบวนการสืบพยาน ต้องมีขั้นตอนนำเสนอของ กฟผ.เป็นประเด็นๆ แล้วให้ชาวบ้านหรือตัวแทนซักถาม ต้องว่ากันด้วยเหตุผลและพยานหลักฐานจนครบถ้วน โดยทั้งนี้ต้องไต่สวนกันอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ และกระทำต่อหน้าคนกลางเพื่อให้วินิจฉัยตามเหตุผลข้อมูลที่ปรากฏในกระบวนการนั้น

    ทั้งหมดนี้ไม่มีอยู่ที่เทพาเลย มีแต่ กฟผ.ตั้งเวทีชี้แจงให้ชาวบ้านฟังฝ่ายเดียว แล้วให้ชาวบ้านพูดอะไรก็ได้ คนละ 5 นาที แล้วแจกของที่ระลึกก่อนกลับบ้านเท่านั้น

    ชาวบ้านเทพาทั้งคนค้านคนหนุนต่างก็ไม่มีโอกาสได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วนทั้งสิ้น

    ถาม มีหัวข้อวิทยานิพนธ์อะไรบ้างที่ กฟผ.ต้องสอบผ่านให้ได้
    ตอบ เริ่มจากข้อมูลแสดงความขาดแคลนไฟฟ้า, แหล่งพลังงานที่มองเห็นและเหตุผลที่เลือกถ่านหิน, ชนิดของถ่านหินและเทคโนโลยีเท่าที่มีและที่เลือกใช้ในโครงการพร้อมเหตุผล, เกณฑ์ในการเลือกที่ตั้งโรงงานและสถานที่ที่เห็นพร้อมเหตุผลที่เลือกเทพา, จากนั้นจึงมาถึงผลกระทบที่มองเห็นและมาตรการหลีกเลี่ยงหรือเยียวยา แล้วจบด้วยมาตรการติดตามควบคุมพร้อมการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน ทั้งหมดนี้ ถ้า กฟผ.สอบตกในเรื่องใด ก็ต้องกลับไปทำมาใหม่ทั้งสิ้น

    ความถี่ถ้วนที่จะต้องถูกตรวจสอบอย่างนี้นี่เอง ที่โลกเขาใช้กันมานานแล้ว แต่บ้านเราไม่เคยยอมรับสิทธิสาธารณะของชาวบ้าน เห็นชาวบ้านมีสิทธิแค่ในรั้วบ้านเท่านั้น ทำอะไรจึงเกิดเรื่องติดขัดไปเสียหมด

    ถาม เห็นนายกฯ ท่านพูดถึงประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมอยู่นะครับ
    ตอบ ถ้าไม่เห็นสิทธิชาวบ้านก็พัฒนาการมีส่วนร่วมไม่ได้หรอกครับ ชาวบ้านทำอะไรก็จะกลายเป็นเรื่องกดๆ ดันๆ ไปเสียหมด

    สิทธิของพ่อแม่น้องเมย

    ถาม เรื่องน้องเมย กฎหมายว่าไว้อย่างไร
    ตอบ ความจริงที่ต้องไต่สวนในเรื่องนี้คือน้องเมยเขาตายเพราะอะไร ซึ่งเรามีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รับรองสิทธิของพ่อแม่และกำหนดกระบวนการไต่สวนไว้ชัดเจนแล้ว แน่นหนาดีกว่าสิทธิชาวเทพา แต่กลับแย่ตรงที่ไม่มีการไต่สวนเกิดขึ้นเลย

    ถาม ใครคือคนที่ไม่ทำงาน
    ตอบ ถ้าผมยังเป็น ส.ว. ผมจะตั้งกระทู้ถามท่านรองนายกฯ ประวิตร ในฐานะที่ดูแลราชการตำรวจเลยว่า ทำไมตำรวจนครนายกถึงไม่ลงมือสอบสวนการตายโดยผิดธรรมชาติของน้องเมย แล้วถามท่านด้วยในฐานะดูแลราชการทหารว่าทำไมให้ทหารสอบสวนแทนตำรวจ อย่างนี้นี่คือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่

    ตามกฎหมายแล้ว มันเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนกับแพทย์เท่านั้น เจ้าของโรงเรียนคือกองทัพไม่มีสิทธิ์สอบสวนสรุปสาเหตุการตายของน้องเมยเลย

    ถาม ก็น้องเมยเป็นทหารมิใช่หรือ
    ตอบ น้องเขายังเป็นพลเรือนเป็นนักเรียนโรงเรียนประจำที่ชื่อโรงเรียนเตรียมทหารครับ ถ้าแยกเหล่าเข้าโรงเรียนนายร้อยเมื่อไหร่ถึงจะเป็นทหารประจำการ ย้ายสถานภาพไปอยู่ใต้อำนาจดูแลของกฎหมายทหาร

    ถาม แต่ในที่สุดพ่อแม่เขาก็มีสิทธิ์ไปแจ้งความตำรวจว่า มีใครทำลูกเขาตายได้ไม่ใช่หรือ
    ตอบ เรากำลังพูดเรื่องการไต่สวนหาความจริง ที่ตำรวจจะต้องแบกภาระสอบสวนให้กระจ่าง แล้วเสนอให้อัยการพิจารณารายงานต่อศาล โดยทั้งศาลและพ่อแม่ผู้ตายมีสิทธิ์ไต่สวนทวนความได้ทุกอย่าง แต่มาเรื่องน้องเมยนี้รัฐกลับไม่ทำหน้าที่คลี่คลายสร้างกระบวนการไต่สวนความจริงที่ยุติธรรมเช่นนี้ให้เขาเลย ปล่อยให้กองทัพว่าเองเออเองทั้งนั้น

    ที่คุณว่าให้เขาไปแจ้งความเองนั้น ผมขอถามว่ามันยุติธรรมไหม ที่จะให้พ่อแม่เขาแบกภาระหาความจริงเอาเองอย่างนี้ มีอะไรเป็นหลักประกันว่าไปแจ้งความแล้วตำรวจจะกล้าสรุปการสอบสวนต่างไปจากทหาร

    ถาม ถ้าฟ้องเองจะมีทางชนะไหมครับ
    ตอบ แค่ร่างฟ้องก็ไม่แน่ใจแล้วครับว่า ใครทำลูกตัวเอง ศาลจะรับฟ้องหรือไม่ก็ยังแน่ใจไม่ได้เลย ทางที่ดีที่มีหลักฐานชัดที่สุดแล้วในทุกวันนี้คือ ฟ้องตำรวจที่ไม่ทำหน้าที่สอบสวนตั้งสำนวนหาความจริงเช่นที่กฎหมายกำหนด ให้โดน 157 ไปเลย

    ถาม ตำรวจก็ต้องโทษทหาร ทหารก็ต้องโทษตำรวจ
    ตอบ ปัญหาน่าจะอยู่ที่นายกฯ ตัวจริง ที่มีอำนาจดูแลทั้งตำรวจและทหารมากกว่านะครับ.

    หมายเหตุ: สิทธิในการไต่สวนที่ยุติธรรม ของชาวบ้านเทพาและพ่อแม่น้องเมย เขียนโดย แก้วสรร อติโพธิ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม 2560

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น