พาณิชย์เร่งปั๊มศก.ฐานราก ดูแลพืชผลเกษตร-แก้ปัญหาปากท้อง-ดันส่งออก

  • Thursday, December 28, 2017 - 00:00


    “สนธิรัตน์” เดินหน้า 9 นโยบายเร่งด่วนรับปี 61 ลุยปั๊มเศรษฐกิจฐานราก ดูแลราคาสินค้าเกษตร แก้ปัญหาปากท้อง ช่วยคนไทยมีอาชีพ พร้อมผลักดันส่งออก ด้าน “พาณิชย์” คาดมันสำปะหลังปี 61 ราคาดี เหตุความต้องการเพิ่มทั้งมันเส้น แป้งมัน ลุยขยายตลาดรองรับเพิ่ม

    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2561 กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าขับเคลื่อน 9 นโยบายเร่งด่วน ได้แก่ การดูแลราคาสินค้าเกษตร, การดูแลค่าครองชีพ, การสร้างอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย, การขับเคลื่อน SMEs และ MSMEs, การส่งเสริมการค้าออนไลน์, การส่งเสริมธุรกิจบริการ, การผลักดันการส่งออก, การปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างปัจจัยที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชน

    โดยการดูแลราคาสินค้าเกษตรจะทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่ โดยแลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้าเกษตร เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตและการตลาดได้ล่วงหน้า และยกระดับสินค้าเกษตรสู่สินค้าเกษตรนวัตกรรม นอกจากนี้ยังได้เพิ่มทางเลือกซื้อสินค้าราคาถูกผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยจะเพิ่มให้เป็น 4 หมื่นแห่งครอบคลุมทุกพื้นที่ และจะเชื่อมโยงสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนให้มีมุมวางขายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจการค้าระดับพื้น

    นอกจากนี้ยังจะเร่งสร้างอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย โดยผลักดันให้เข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ พร้อมทั้งขับเคลื่อน SME ให้มีแหล่งค้าขาย ทั้งที่เป็นการค้าในรูปแบบออฟไลน์ อาทิ ตลาด ร้านโชห่วย ห้างสรรพสินค้า Modern Trade และส่งเสริมการค้าขายออนไลน์ รวมถึงการส่งเสริมบริการใหม่รองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

    นายสนธิรัตน์กล่าวถึงการส่งออกว่า จะผลักดันให้การขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2560 ที่คาดว่าจะการส่งออกจะโตถึง 10% โดยจะเน้นการขยายตลาดสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม สินค้าใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี และตั้งทีมการตลาด จัดทำแผนการเจาะขยายตลาดรายประเทศ เช่น จีน อินเดีย สหภาพยุโรป และยังมีแผนเริ่มเจรจาทวิภาคีกับประเทศสำคัญๆ อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส ที่สำคัญจะเพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถส่งออกได้มากขึ้น

    นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า มันสำปะหลังปี 2560/61 มีผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดประมาณ 28 ล้านตัน ลดลงจากปี 2559/60 ที่มีปริมาณ 30 ล้านตัน และยิ่งช่วงนี้ฝนตก เกษตรกรจึงต้องเลื่อนการขุดมันออกไปจากเดิม แทนที่จะเริ่มขุดกันช่วงนี้ หรือเดือน ม.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมาก ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดไม่กระจุกตัวและไม่กระทบต่อราคาที่เกษตรกรจะขายได้ โดยคาดว่าราคาปี 2561 น่าจะดีกว่าปี 2560 และอาจจะขยับขึ้นไปถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 2.50 บาท หรือสูงกว่าได้

    ปี 2561 ราคามันสำปะหลังไม่น่าห่วง โดยราคาหัวมันสำปะหลังสดล่าสุดได้ปรับขึ้นจาก กก.ละ 2.25 บาท มาอยู่ที่ 2.40 บาทแล้ว ดีกว่าปีก่อนมาก มีโอกาสถึง กก.ละ 2.50 บาท และหากเป็นไปอย่างที่คิด รัฐบาลจะหมดความกังวลสินค้าเกษตรหลักไปได้อีกตัว” นายกีรติกล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น