กยศ.เริ่มหักเงินเดือนขรก. ดีเดย์มี.ค.61ประเดิมกลุ่มไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง

  • Thursday, December 28, 2017 - 00:00


    กยศ.ดีเดย์ มี.ค.2561 เดินเครื่องหักเงินเดือนลูกหนี้ข้าราชการกลุ่มไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ส่วนลูกหนี้ปกติให้ชำระตามขั้นตอนเหมือนเดิม พร้อมตีกรอบไตรมาส 4 ปีหน้า ถึงคิวลูกหนี้เอกชน

    นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กยศ.ได้เห็นชอบแนวทางการหักเงินเดือนแก่ผู้กู้ยืมเงินจากกองทุนตามกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าภายในเดือน มี.ค.2561 จะเริ่มหักเงินเดือนลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการและรับเงินเดือนระบบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องเป็นกลุ่มแรกก่อน หลังจากนั้นจะมีการขยายไปสู่การหักเงินเดือนข้าราชการส่วนอื่นๆ และลูกจ้างบริษัทเอกชนได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2561

    “ตามแผนของ กยศ.ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.2561 จะเป็นช่วงที่มีการประชุมและเตรียมความพร้อมกับหน่วยงานราชการ และเดือน มี.ค.จะเริ่มนำร่องหักเงินเดือนลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มต้นแบบก่อน 1,000 คน ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่มีการค้างชำระและมีการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องร้อง หรือประนีประนอมในชั้นศาลแล้ว โดยหักเงินเดือนตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ ส่วนลูกหนี้ที่มีการผ่อนชำระปกติจะยังไม่มีการหักเงินเดือน แต่ให้ผ่อนชำระตามขั้นตอนปกติเหมือนเดิม” นายชัยณรงค์กล่าว

    ทั้งนี้ ในช่วงทดลองระบบ หากขั้นตอนการหักเงินเดือนข้าราชการราบรื่นไปด้วยดี ระยะต่อไปจะขยายไปสู่การหักเงินเดือน ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ รวมถึงลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระ แต่ยังไม่ถูกฟ้อง หรือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระปกติต่อไป โดยปัจจุบันมีข้าราชการเป็นลูกหนี้กับ กยศ.ประมาณ 1.5 แสนราย ในจำนวนนี้มี 6 หมื่นราย เป็นกลุ่มที่มีการค้างชำระ

    สำหรับการหักเงินเดือนลูกหนี้ที่เป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนเพื่อชดใช้หนี้ จะเริ่มได้ไตรมาส 4 ปีหน้า เนื่องจากเป็นลูกหนี้กลุ่มใหญ่หลายล้านบัญชีจึงต้องมีการพัฒนาระบบ และให้ความรู้กับนายจ้างเอกชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ กยศ.ได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย เพื่อเดินสายให้ความรู้แก่ภาคเอกชนทั่วประเทศแล้ว ก่อนจะมีการหักเงินเดือนจริงช่วงสิ้นปี

    นอกจากนี้ยังขอฝากเตือนไปยังลูกหนี้ กยศ.ที่ได้รับจดหมายแจ้งเตือนการชำระหนี้ ให้เข้ามาติดต่อเพื่อประนีประนอมกับ กยศ.เป็นการด่วน เนื่องจากกองทุนมีนโยบายในการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ และสามารถผ่อนชำระได้ถึง 9 ปีเต็ม แต่หากลูกหนี้ไม่ติดต่อเข้ามาจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งในปี 60 กยศ.มีการฟ้องร้องลูกหนี้ทั้งระบบไป 1.3 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท โดยมียอดการฟ้องร้องดำเนินคดีรวมตั้งแต่ปี 47 ถึงปัจจุบัน 1.2 ล้านคดี ในจำนวนนี้สามารถยอมความได้ 70-80% ขณะเดียวกันได้มีการนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึง 2 แสนราย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น