ย้ำสทศ.ต้องไม่ออกข้อสอบเกิน

  • Thursday, December 28, 2017 - 00:00


    "หมออุดมฯมอบนโยบายอย่าตั้งโจทย์ไกลกว่าห้องเรียน/หวังลดกวดวิชา

    “หมออุดม” มอบนโยบาย สทศ.ให้ใช้การทดสอบเป็นเครื่องมือ สะท้อนระบบการศึกษา วัดความรู้ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง ย้ำไม่ควรออกข้อสอบเกินระดับหลักสูตร ลดการกวดวิชา และควรใช้ดิจิทัลเป็นฐานทดสอบ ด้าน “สัมพันธ์” เตรียมออกแบบทดสอบวัดความดี ใช้ปี 62 ย้ำไม่รวมในโอเน็ต เป็นการวัดทักษะอย่างรอบด้าน

    นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังการมอบนโยบายแก่คณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) ว่า ตนได้มีการหารือประเด็นต่างๆ ร่วมกับคณะกรรมการบริหาร สทศ. พร้อมทั้งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ สทศ. ซึ่งที่ผ่านมาต้องชื่นชมว่า สทศ.ได้มีการพัฒนาขึ้นในทิศทางที่ดีมาก ในด้านการทำการทดสอบด้านการศึกษา และตนยังได้เชื้อชวนให้คณะกรรมการบริหาร สทศ.มองไปข้างหน้า เพราะตนเชื่อว่าการทดสอบจะเป็นเครื่องมือที่สะท้อนถึงระบบการศึกษา ข้อสอบต้องการวัดผลเรื่องไหน เด็กก็จะทำตามนั้น ดังนั้นเราจึงจะใช้การทดสอบเป็นตัวกำหนดกระบวนการเรียนการสอนใหม่ ตัวอย่างเช่น การทดสอบในโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) ที่วัดการคิดวิเคราะห์ แต่เด็กไทยไม่สามารถทำข้อสอบได้ เนื่องจากกระบวนการเรียนการสอนไม่ได้สอนให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็น แต่ให้เด็กจำและเข้าใจเท่านั้น ซึ่งการเรียนแบบจำและเข้าใจก็ยังจำเป็นในส่วนของเนื้อหาหลัก แต่ก็ต้องมีการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง สถานที่จริงด้วย เพื่อให้เด็กสามารถเข้าใจและสามารถนำไปใช้และปฏิบัติให้ชีวิตประจำวันได้จริง

    นพ.อุดมกล่าวต่อว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่เราต้องการคือ เด็กไทยต้องเก่งทั้งความรู้ เชิงลึก คือ รู้รายละเอียดในเรื่องต่างๆ และเชิงกว้าง คือ ทักษะพื้นฐานหรือทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นเรื่องการคิดวิเคราะห์ การเป็นผู้นำ ความสามารถด้านการสื่อสาร การมีจริยธรรม ซึ่งยังไม่มีการทดสอบในด้านนี้ ดังนั้น สทศ.จะต้องมีการพัฒนา รวมถึงกระบวนการเรียนการสอนในอนาคตก็จะต้องมุ่งไปในทิศทางนี้ด้วย แต่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้เน้นในจุดนี้ ส่งผลให้มีคนไม่ดี มีการสร้างสิ่งไม่ดี เกิดการคอร์รัปชันต่างๆ มากมาย นอกจากจะตั้งผลสัมฤทธิ์ในเด็กไทยมีความเก่งและดีแล้ว ยังต้องทำให้เก่งไปในระดับโลก มีความเป็นมาตรฐานสากลด้วย และที่สำคัญ ตนได้รับคำถามมาบ่อยมากว่า การออกข้อสอบของ สทศ.เกินกว่าระดับการเรียนรู้หรือไม่ จึงทำให้เด็กต้องไปเรียนในโรงเรียนกวดวิชา เพื่อที่จะทำข้อสอบได้ ซึ่งตนเข้าใจว่า สทศ.มีหลักการในเรื่องนี้ แต่บางครั้งกระบวนการอาจจะทำให้มีความแปรปรวนไป ดังนั้นจึงได้เน้นย้ำให้ สทศ.ดูแลเรื่องหลักการของการทดสอบในทุกระดับชั้นว่าจะต้องไม่เกินกับสิ่งที่เรียน ทั้งนี้ หากทำได้ก็จะทำให้ระบบการเรียนการสอนปกติสามารถอยู่ได้ เด็กไม่ทิ้งห้องเรียน

    “ผมคิดว่าหาก สทศ.สามารถออกแบบทดสอบให้มีความเข้มข้น ถูกต้องแม่นยำ และโปร่งใส จะสามารถสะท้อนถึงกระบวนการเรียนการสอนที่จะต้องปรับตัวให้สอดรับได้ และผมเองก็มอบนโยบายในส่วนการเรียนการสอนว่าจะต้องมีการปรับระบบใหม่แล้ว เพราะหากจะยกระดับประเทศ เราจะต้องปรับตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไม่ใช่ปรับเพียงแค่ระดับอุดมศึกษา รวมถึง สทศ.จะต้องพัฒนาไปสู่เรื่องการใช้ดิจิทัลเป็นฐานให้มากขึ้นด้วย เพื่อให้ทันต่อโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อเด็กรุ่นใหม่” รมช.ศธ.กล่าว

    ด้าน นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สทศ. กล่าวว่า ประเด็นต่างๆ ที่ รมช.ศธ.ได้มอบนโยบายให้แก่ สทศ.นั้น มีกำหนดอยู่ในยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ สทศ.แล้ว เช่น เรื่องดิจิทัลเทสติ้ง การสอบที่เน้นทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะมีทั้งวัดเรื่องความรู้ ความเข้าใจ และวัดเรื่องทักษะพื้นฐาน ซึ่งตนก็ได้เสนอข้อกังวลที่ว่าในปัจจุบัน การออกข้อสอบ ออกตามตัวชี้วัด มาตรฐานหลักสูตร ก็ยังมีการกวดวิชา ทั้งนี้ ในชั้นเรียนไม่มีการเรียนการสอนเรื่องทักษะพื้นฐานต่างๆ จะนำไปสู่การกวดวิชาเพิ่มขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ สทศ.ยังจะให้มีการวัดความเป็นคนดี หรือจิตอาสา ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องมือที่จะใช้วัดความดี ความมีคุณธรรม จริยธรรม คาดว่าปี 2562 สามารถเริ่มใช้ทดสอบได้ ซึ่งไม่ได้บรรจุรวมในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต และไม่ใช่เป็นการทดสอบเพื่อสอบได้ หรือสอบตก แต่จะมีการวัดผลในรูปแบบระดับ ดีมาก ดี ปานกลางมากกว่า เพราะตนไม่ต้องการให้การสอบเป็นเรื่องที่ชี้ว่าใครสอบได้หรือตก แต่อยากให้การสอบเป็นแรงกระตุ้นในเชิงสร้างสรรค์มากกว่า ซึ่งจะเป็นการสอบในเชิงสมัครใจไม่ได้บังคับ เป็นการวัดทักษะอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องความรู้ความสามารถเท่านั้น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น