เซ็นซื้อรถเมล์NGV489คัน

  • Thursday, December 28, 2017 - 00:00


    ขสมก.เซ็นซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน วงเงิน 4,261 ล้านบาท ล็อตแรกส่งมอบ 100 คันเดือนมี.ค.61 "คมนาคม" ยันทุกขั้นตอนโปร่งใสตามระเบียบ ตั้งเป้าพลิกกำไรใน 5 ปี ก่อนล้างหนี้แสนล้านหมดภายในปี 2570

    เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาซื้อขายรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสารจำนวน 489 คัน ระยะเวลา 10 ปี ว่าระหว่างองค์การขนส่งมวลชนมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO โดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) มูลค่าโครงการประมาณ 4,261 ล้านบาท

    นายอาคมกล่าวว่า เนื่องจาก ขสมก.ไม่มีรถเมล์ใหม่มาทดแทนรถเมล์เก่ามาเป็นเวลานาน มีค่าซ่อมแซมสูง เปลืองเชื้อเพลง ส่งผลให้ ขสมก.มีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการลงนามสัญญาซื้อขายรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติดังกล่าว

    "ในอนาคตรถเมล์ของ ขสมก.จะเน้นให้ ขสมก.ใช้พลังงานเชื้อเพลิงสะอาด ใช้ระบบเทคโนโลยีให้มากขึ้น ทั้งการติดตั้งจีพีเอสและอีทิคเก็ต รวมถึงการพัฒนาการให้บริการด้วยขณะเดียวกัน ตามที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 1 จำนวน 10 สาย และแผนรถไฟฟ้า ระยะที่ 2 ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทนั้น การให้บริการรถเมล์ของ ขสมก.จะเป็นระบบขนส่งเชื่อมต่อ (Feeder) เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการ" รมว.คมนาคมกล่าว

    นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม กล่าวว่า การจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน คณะกรรมการจัดซื้อได้ใช้ 2 หลักการ ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างตามกระบวนการในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 รวมถึงการเชิญผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมกระบวนการทุกครั้ง โดยยืนยันว่ากระบวนการจัดหาและการคัดเลือกบริษัทเอกชนได้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ โดยสุจริต และถูกต้อง ขอยืนยันว่าถ้ากระบวนการไม่ถูกต้อง ก็จะไม่มีการลงนามจัดซื้อในวันนี้

    "การหารถโดยสารของ ขสมก.ในอนาคต จะเป็นรูปแบบใดนั้น ได้สั่งการให้ ขสมก.ไปศึกษาความเหมาะสมและแนวโน้มในอนาคต ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงไฟฟ้าหรือ เอ็นจีวี แต่เน้นว่าเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ การเติมก๊าซเอ็นจีวี 489 คันนั้น เชื่อว่าระบบของ ปตท.สามารถรองรับได้" รมช.คมนาคมกล่าว

    ด้านนายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถและรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ ขสมก.จัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน โดยเร่งรัดให้จัดหาระยะแรกจำนวน 489 คัน เพื่อนำมาให้บริการประชาชนทดแทนรถโดยสารเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม ซึ่ง ขสมก.ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามกระบวนการในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และเชิญผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วยทุกครั้ง ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดซื้อรถโดยสารในครั้งนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

    "เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.60 คณะกรรมการบริหารกิจการองค์การมีมติอนุมัติให้ ขสมก.ดำเนินการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวีพร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน กับผู้ชนะการเสนอราคา ได้แก่ กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO โดย ขสมก.ได้ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดซื้อรถโดยสารฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา" รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถและรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าว

    นายฤทธี กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ( SCN) กล่าวว่า ราคาที่เสนอให้แก่ ขสมก.ถือเป็นราคาที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินโครงการนี้ SCN สนับสนุนด้านเงินทุนแก่กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีศักยภาพ พร้อมทั้งจะนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจรที่เป็นรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้รับการยอมรับในภูมิภาคอาเซียนเข้ามาสนับสนุนด้านองค์ความรู้ด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิงเอ็นจีวีในโครงการนี้ทั้งหมด

    ส่วนนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) (CHO) กล่าวว่า รถเมล์ NGV ดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีจากจีนที่เป็นคู่ค้ากับทางบริษัทมากกว่า 15 ปี จึงมีความมั่นใจในคุณภาพ และจากที่ผ่านมา แม้โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจะมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสหลายครั้ง แต่ทางบริษัทก็ขอยืนยันการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใส และบริษัทมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่มีความจำเป็นที่จะทุจริตให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท หรือ ขสมก.

    “หลังจากนี้บริษัทจะต้องดำเนินการส่งมอบรถโดยสารล็อตแรก 100 คัน ภายใน 90 วัน หรือก่อนสิ้นเดือน มี.ค.61 ส่วนที่เหลือจะต้องส่งมอบรถเมล์ให้ครบภายในช่วงเดือน มิ.ย.61 รวมถึงก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับทาง ขสมก. เกี่ยวกับการจัดทำแอปพลิเคชันให้ทาง ขสมก.ใช้ฟรี ให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบจุดขอรถเมล์เพื่อให้ไม่เสียเวลาในการรอรถเมล์ เนื่องจากปัจจุบันได้มีการติดตั้งระบบจีพีเอสบนรถเมล์ ขสมก.หมดแล้ว นอกจากนี้ทางบริษัทได้มีการทบทวนราคาซ่อมบำรุงกับทางบริษัท สแกน อินเตอร์ ไปแล้ว จึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถดูแลรถเมล์กลุ่มดังกล่าวให้อยู่ในระดับสมบูรณ์ในระยะ 10 ปี” นายสุรเดชกล่าว

    ขณะที่นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อบริหารหนี้นับแสนล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอที่ประชุม (บอร์ด) คาดว่าจะเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมได้ภายในเดือน ม.ค. ก่อนเสนอเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และส่งเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน มิ.ย.61เพื่อขอความเห็นชอบในการลงทุนจัดซื้อรถเมล์เพิ่มเพื่อลดค่าใช้จ่ายและต่อยอดรายได้ให้กับองค์กร

    อย่างไรก็ตาม หาก ครม.อนุมัติแผนการฟื้นฟูดังกล่าวได้ตามเป้าหมาย คาดว่าภายในช่วงไตรมาสที่ 3และไตรมาสที่ 4 ของปีหน้า ขสมก.จะดำเนินการเสนอเรื่องขอจัดซื้อรถเมล์ใหม่ในปีหน้า เพื่อเข้ามาทดแทนรถเมล์รุ่นเดิม เบื้องต้นจะเสนอแผนจัดซื้อรถเมล์ไฮบริดจำนวน 600 คัน โดยใช้รูปแบบทั้งซื้อและเช่า แบ่งเป็นโครงการจัดซื้อ 300 คัน และ โครงการเช่าอีก 300 คัน คาดว่าจะมีวงเงินตกอยู่ที่คันละ 5-6 ล้านบาท

    นายณัฐชาติกล่าวว่า การร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์) การจัดซื้อดังกล่าวสามารถทำคู่ขนานกันไปได้ระหว่างเสนอแผนฟื้นฟูเข้า ครม. สำหรับประเด็นหนี้สินจำนวนนับแสนล้านบาทนั้น ภายหลังจากที่ ขสมก.ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ พร้อมลดค่าใช้จ่ายในองค์กรตามแผนรวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาลดต้นทุนแล้ว คาดว่าภายใน 3-5 ปี จะเห็น ขสมก.กลับมามีรายได้เป็นบวกหรือมีกำไรอีกครั้ง จากนั้นภายใน 10 ปีตั้งเป้าหมายว่า ขสมก.จะสามารถปลดหนี้แสนล้านบาทได้ เนื่องจากหนี้สินส่วนใหญ่ขององค์กรราว 8.4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 84% ของมูลค่าหนี้ทั้งหมดนั้น เป็นหนี้สินที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล ดังนั้นจึงเตรียมเสนอให้รัฐบาลรับภาระหนี้ส่วนใหญ่ไปเพื่อแบ่งเบาภาระให้กับ ขสมก.ในการดำเนินธุรกิจเป็นผู้ประกอบการเต็มตัวในอนาคต

    "สำหรับแผนการจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า หลังจากที่ปรับแผนโครงการเดิมจากจำนวน 200 คันนั้น ขสมก.มีแผนจะทดลองนำเข้ามาก่อนสัก 20-30 คัน มาทดลองวิ่งเพื่อตรวจสอบปัญหา ข้อจำกัดและความคุ้มค่าว่าเหมาะสมหรือไม่ เพื่อไปกำหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ ก่อนเปิดเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมประมูลโครงการ สอดคล้องกับแผนการจัดซื้อในอนาคตของ ขสมก.ที่ไม่ต้องการจัดซื้อรถเมล์จำนวนครั้งละมากๆ เหมือนกับโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เนื่องจากตามแผนฟื้นฟูนั้น ขสมก.มีเวลา 4-5 ปีให้ลองผิดลองถูกได้" นายณัฐชาติกล่าว

    ถามถึงความคุ้มค่าของรถเมล์ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับรถเมล์พลังงานทางเลือกรูปแบบอื่น ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วมองว่ารถเมล์ไฟฟ้ามีต้นทุนบำรุงรักษาและมูลค่าราว 10 ล้านบาทต่อคัน พร้อมอายุการใช้งาน 15 ปี ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถเมล์ไฮบริดราคา 5-6 ล้านบาท แต่มีอายุการใช้งาน 20-30 ปี อีกทั้งยังเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่ามีความคุ้มค่าและประสิทธิภาพเพียงพอเมื่อนำรถเมล์มาวิ่งจริงบนถนนในบ้านเรา ตลอดจนปัญหาด้านสภาพแวดล้อมที่มีทั้งความร้อน ความชื้น รวมถึงน้ำท่วมซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพตัวรถและค่าซ่อมบำรุงที่มาก โดยเฉพาะเรื่องพลังงานแบตไฟฟ้าที่ต้องวิ่งได้ถึง 200-300 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้งราว 4-6 ชั่วโมงนั้นจะทำได้หรือไม่ เพราะรถเมล์ต้องวิ่งบริการประชาชนทั้งวัน

    อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในวันที่ 28 ธ.ค. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ขอให้ตรวจสอบการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน วงเงินกว่า 4 พันล้านบาท ว่ามีการฮั้วประมูลหรือไม่ อย่างไร.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น