คนจนเฮ!หมื่นสองกู้บ้านได้ ดอกถูกจ่ายเดือนละ4,200

  • Thursday, December 28, 2017 - 00:00


    คนจนเฮ! มีเงินเดือน 12,000 บาทก็มีบ้านได้ “ธอส.” เปิดให้กู้ผ่อนเดือนละ 4,200 บาท หรือกู้ร่วมก็ได้ เชื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างกว่า 2 หมื่นยูนิต รวมถึงโครงการใหม่

    เมื่อวันพุธ นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้สัมภาษณ์ถึงมติคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ในโครงการของขวัญปีใหม่ปี 2561 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ว่าผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ต้องการขอสินเชื่อในโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท กรณีจะขอสินเชื่อไม่เกิน 1 ล้านบาท ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้สุทธิต่อเดือนประมาณ 12,000 บาท เพราะต้องผ่อนชำระต่อเดือนไม่เกิน 4,200 บาท และเพื่อให้ผู้ที่มีรายได้น้อยซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่มีงานทำสามารถกู้เงินได้ ธอส.ได้เปิดให้สามารถขอกู้ร่วมในโครงการได้ด้วย

    ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เป็นการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน โดยครอบคลุมสิทธิถึงผู้ถือบัตรคนจน ทั้งที่ประกอบอาชีพประจำและอาชีพอิสระ เพื่อใช้ซื้อปลูกสร้างหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างเพื่อที่อยู่อาศัย โดยแบ่งเป็น 1 หมื่นล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.75% ที่ 4 ปีแรก และวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ที่ 4 ปีแรกเช่นกัน โดยจะเปิดรับคำขอสินเชื่อตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของเดือน ม.ค.2561 ไปจนไม่เกินวันที่ 28 ธ.ค.2561 หรือเมื่อ ธอส.ได้อนุมัติสินเชื่อเต็มวงเงินโครงการแล้ว โดยโครงการมีระยะเวลากู้ยืมสูงสุดถึง 40 ปี

    นายฉัตรชัยกล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีการปล่อยสินเชื่อในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 87% ของวงเงินปล่อยสินเชื่อไปทั้งหมด โดยการปล่อยสินเชื่อต่ำกว่า 1 ล้านบาท เชื่อว่าจะมีความน่าสนใจ และกระตุ้นผู้ประกอบการในการปล่อยที่อยู่อาศัยออกสู่ตลาดมากขึ้น เพราะจากข้อมูลพบว่ายังมีที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท คงเหลืออีกกว่า 2 หมื่นยูนิตทั่วประเทศ ซึ่งจำนวนนี้มีที่อยู่อาศัยในย่านรังสิตของ กทม.ด้วย
    “โครงการดังกล่าวจะช่วยให้การปล่อยสินเชื่อของธนาคารในปี 2561 เป็นไปตามเป้าหมายที่ 1.98 แสนล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ 6%” นายฉัตรชัยกล่าว

    นายฉัตรชัยยังกล่าวถึงโครงการสินเชื่อ Home For All ที่มีอัตราดอกเบี้ย 2.9% คงที่ 3 ปี และได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1 % ของวงเงินทำนิติกรรม, ค่าประเมินราคาหลักประกันทุกวงเงินกู้, ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม 1,000 บาท และค่าจดทะเบียนจำนอง 1% ของวงเงินกู้ตามสัญญากู้เงิน วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 110% สามารถผ่อนได้นานสูงสุดถึง 40 ปี และเปิดรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น ว่ามีประชาชนให้ความสนใจเกินกว่าที่คาดไว้ โดยมียอดยื่นขอสินเชื่อมากกว่า 1 แสนล้านบาทจากเป้าหมายปล่อยสินเชื่อตั้งไว้ที่ 7.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่งผลทำให้ยอดปล่อยสินเชื่อในปี 2560 ของธนาคารคาดว่าจะทำได้ถึง 1.92 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.78 แสนล้านบาท มีกำไรกว่า 1.11 หมื่นล้านบาท โดยมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 4.45 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.46% ของสินเชื่อรวม

    “เพื่อให้ผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อทุกรายได้รับการพิจารณาปล่อยกู้ ธนาคารจะขยายเวลาทำนิติกรรมในโครงการ Home For All ออกไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค.2561 จากเดิมที่กำหนดให้ต้องทำนิติกรรมให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้”นายฉัตรชัยกล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น