ปฏิรูปตร.ถึง'บิ๊กตู่' กห.โอ่กองทัพเจ๋ง!

  • Thursday, December 28, 2017 - 00:00


    "บุญสร้าง" ลงนามปฏิรูปตำรวจ ส่งถึงมือนายกรัฐมนตรีแล้ว เผยปรับปรุงโครงสร้างใหม่ให้ "ก.ต.ช." กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ ส่วนเลือก "ผบ.ตร." เป็นอำนาจของ "ก.ตร." ด้านกลาโหมคุยโขมง "ยุคป้อม" ปฏิรูปกองทัพโดดเด่น

    นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะกรรมการด้านสื่อสารกับสังคม ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า การประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาถึงเรื่องข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารบุคคลที่จะต้องเสนอให้รัฐบาล โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ซึ่งรัฐบาลต้องการให้เสร็จภายในสิ้นปี 2560 ฉะนั้นวันนี้จึงเป็นการพิจารณาขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.....

    "ขณะนี้ พล.อ.บุญสร้างได้ลงนามในหนังสือเสนอให้กับรัฐบาลแล้ว เช่น การปรับปรุงโครงสร้างอำนาจคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ให้เป็นองค์กรกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ตำรวจ อีกทั้งยกเลิกอำนาจการคัดเลือกแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)" นายมานิจระบุ

    นายมานิจกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้เป็นองค์กรกำหนดหลักเกณฑ์ การบริหารงานบุคคลและตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา รวมทั้งมีอำนาจในการพิจารณาคัดเลือกผบ.ตร. ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับภารกิจของตำรวจ

    สำหรับโครงสร้างของ ก.ต.ช. ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกฯ มอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ และมีปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ขณะที่ ผบ.ตร.เป็นกรรมการ และเลขานุการ

    เขากล่าวว่า ส่วนโครงสร้าง ก.ตร. ประกอบด้วย ผบ.ตร. เป็นประธานกรรมการ และมีเลขาธิการ ก.พ. จเรตำรวจแห่งชาติและรอง ผบ.ตร.เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจเข้ามาเป็นกรรมการในการพิจารณาตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนนำเสนอให้กับนายกรัฐมนตรีด้วย

    ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคในรูปแบบต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง แนวโน้มของสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงที่อาจส่งผลภูมิภาคอาเซียนและไทย เพื่อเตรียมความพร้อมกำหนดแนวทางและเสริมสร้างความร่วมมือความมั่นคงกับต่างประเทศและท่าทีของไทยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์

    ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมได้ขับเคลื่อนเดินหน้างานปฏิรูปกองทัพเรื่องระบบงานต่างประเทศ โดยกำหนดเป็นนโยบาย ยุทธศาสตร์ ในการเสริมสร้างความมั่นคงกับต่างประเทศ ที่เน้นงานเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างประเทศ ความร่วมมือและไว้เนื้อเชื่อใจกับมิตรประเทศ การทูตเชิงป้องกัน การสร้างเสถียรภาพ และสันติสุข การลดความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน การรักษาสมดุลกับประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค

    “3 ปีที่ผ่านมา มีพัฒนาที่คืบหน้าไปมากจะเห็นได้จากความสัมพันธ์ด้านการทหารกับทุกประเทศรอบบ้านในอาเซียนมีความแน่นแฟ้น ใกล้ชิดกันทุกระดับ ส่งผลให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้ด้วยความสงบ ไม่มีความขัดแย้งที่ต้องใช้กำลังทหารหรือความรุนแรง เกิดเสถียรภาพความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยและประเทศที่มีชายแดนติดกับไทยได้ชัดเจนขึ้นตามที่ปรากฏ” พล.ท.คงชีพกล่าว

    โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวอีกว่า กระทรวงกลาโหมยังเดินหน้าให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลกับประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทในสำคัญในภูมิภาคจะเห็นได้จากการแลกเปลี่ยนการเยือน การจัดทำความตกลงและความร่วมมือทางการทหาร ทั้งความร่วมมือเทคนิคทหารและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ความร่วมมือในการฝึกศึกษา

    นอกจากนี้ ยังคงจุดยืนร่วมกันในกรอบของอาเซียน ท่ามกลางการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นแฟ้น ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลกับมิตรประเทศนั้น กระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้ประมาท มีความจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้านยุทธศาสตร์และเตรียมกำลังให้มีความพร้อมทันสมัยเพียงพอให้ทันกับภัยคุกคามที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงที่พอรับได้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น