7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ ตัวเลขสถิติต้องลดลง

  • Friday, December 29, 2017 - 00:00


    วันศุกร์ที่ 29 ธ.ค.2560 จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่เรียกกันว่า 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยปีนี้ หน่วยราชการทุกหน่วย โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ต่างมีการเตรียมวางแผนรับมือในการอำนวยความสะดวกประชาชนและการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่กันเต็มที่

    ยิ่งเมื่อดูจากสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนของ 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ เมื่อปีที่แล้ว พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุที่มีสถิติมากที่สุดในรอบสิบปี ก็ยิ่งทำให้ทุกหน่วยต้องเพิ่มการระมัดระวังและการป้องกันให้มากขึ้น

    ทั้งนี้ สถิติของการเกิดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว ทางศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 ได้รายงานสถิติอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2559-วันที่ 4 ม.ค.2560 ซึ่งพบว่าสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสมรวม 7 วัน เสียชีวิตทั้งสิ้น 478 ศพ บาดเจ็บ 4,128 คน โดยมีการรายงานไว้ว่า ถือเป็นสถิติที่สูงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

    ข้อมูลที่ปรากฏพบว่า สาเหตุหลักมาจากขับรถเร็วและเมาสุรา หากย้อนไปดูตัวเลขตั้งแต่ปี 2550 หรือ 10 ปีที่แล้ว พบว่าตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจำนวน 449 ราย ถัดมาในปี 2551 เสียชีวิต 401 ราย ปี 2552 เสียชีวิต 357 ราย ในปี 2553 เสียชีวิต 347 ราย ในปี 2554 เสียชีวิต 358 ราย ในปี 2555 เสียชีวิต 321 ราย ต่อมาในปี 2556 เสียชีวิต 365 ราย ปี 2557 เสียชีวิต 366 ราย ในปี 2558 เสียชีวิต 341 ราย ปี 2559 เสียชีวิต 380 ราย และในปี 2560 เสียชีวิตถึง 478 ราย โดย จ.ชลบุรีมียอดผู้เสียชีวิตสูงสุด 33 ราย ส่วน จ.อุดรธานี และ จ.เชียงใหม่ เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 152 ครั้ง และเป็นมีผู้บาดเจ็บสูงสุด 164 ราย เท่ากัน

    ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น การเมาสุรา ร้อยละ 36.59 รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 31.31 ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์ มี 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ยะลา ระนอง และสตูล

    การเตรียมพร้อมของภาครัฐบาลต่อการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงหยุดยาวปีใหม่ ทุกหน่วยมีการเตรียมพร้อมอย่างเข้มข้น เช่น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเมื่อ 26 ธ.ค. ทาง พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.สัญจร ว่า ครม.เห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ในระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.2560-3 ม.ค.2561 โดยจะมีการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ตามที่กระทรวงมหาดไทย (ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน) เสนอ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเดินทางสัญจรอย่างปลอดภัยและมีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 และมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ ลดลง

    โดยมาตราการของรัฐบาลคือ การให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้กำหนดเป้าหมายดำเนินงานด้วยตนเอง และเน้นการดำเนินงานในอำเภอที่มีสถิติความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง รวมทั้งให้จังหวัดมีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อลดจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีดื่มสุราแล้วขับขี่ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และไม่สวมหมวกนิรภัย

    ทั้งนี้ มีการแถลงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนไว้ มี 6 มาตรการ ดังนี้ 1.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน 2.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4.มาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว 5.มาตรการความปลอดภัยทางน้ำ และ 6.มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ

    นอกจากเรื่องการเตรียมป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว การดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงหยุดยาวปีใหม่ก็สำคัญเช่นกัน เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ว่า ช่วงปีใหม่จะไม่เกิดการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบที่จะกระทบกับการใช้ชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน

    โดยพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการเตรียมการแต่เนิ่นๆ เช่นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2560 สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มีการประชุมกันในเรื่องนี้ และ ทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 52,700 นาย การปฏิบัติเน้นการบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะในพื้นที่เคาต์ดาวน์ทั่วประเทศ มีประมาณ 200 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพจำนวน 4 แห่ง โดยในช่วงเทศกาลสำคัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแอปพลิเคชัน โปลิศ ไอ เลิต ยู มาใช้ สามารถแจ้งเหตุด่วน เหตุสำคัญ เจ้าหน้าที่สามารถทราบพิกัดของผู้แจ้งเหตุได้ทันที ตอบสนองประชาชนได้โดยเร็วโดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ สามารถใช้ควบคู่กันกับ 191 เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือ สัญญาณจะไปดังที่ 191 เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเช่นเดียวกัน

    อย่างไรก็ตาม แม้หน่วยงานต่างๆ จะมีการเตรียมการรับมือป้องกันอุบัติเหตุและการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่สิ่งสำคัญก็คือ ประชาชนทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการคอยระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และคอยร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐ หากพบมีอะไรผิดปกติก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบทันที เพื่อทำให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้ สถิติอุบัติเหตุลดลง และประชาชนใช้ชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างมีความสุข.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น