อัด2พรรคแก้เกี้ยว แจ้นฟ้องศาลรธน.

  • Friday, December 29, 2017 - 00:00


    ประธาน สนช.ออกโรงการันตี คำสั่งคสช.แก้กฎหมายพรรคไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่หาก "เพื่อไทย-ปชป." จะยื่นศาล รธน.วินิจฉัยก็เป็นสิทธิ์สามารถทำได้ ขณะที่ "ไพบูลย์" ตอก 2 พรรคยื่นแก้เกี้ยวหวังสร้างกระแส เชื่อเนื้อหาคำสั่ง 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ "ภูมิธรรม" อัด คสช.ใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ

    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ว่า สำหรับพรรคการเมืองมีช่องทางเดียวคือศาลรัฐธรรมนูญ แต่อาจมีปัญหาเรื่องบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่คุ้มครองคำสั่ง คสช. ซึ่งมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ประเด็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือไม่นั้น เท่าที่ดูการออกคำสั่ง คสช.เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง คิดว่า คสช.ไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ตามสิทธิ์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ดุลยพินิจรับคำร้องหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้คำสั่ง คสช.มาตรา 44 ถือว่าเป็นการใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรมหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า กฎหมายจำเป็นต้องมีการแก้ไข ถ้าเกิดความผิดพลาดหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายฉบับอื่น หรือทำให้เกิดปัญหา ก็ต้องแก้ไขเป็นหลักธรรมดา หากปล่อยกฎหมายเดินไปมีปัญหาแล้วไม่ได้แก้ไขคงจะไม่ได้ ทั้งนี้ การแก้ไข พ.ร.ป.มีเวลาที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้า สนช.แก้ไขได้ทันที วันรุ่งขึ้นเราอาจจะทำเลย เรายอมรับความผิดพลาดได้ ถ้าสิ่งนั้นเราออกกฎหมายไปแล้ว แต่การแก้ไขของ สนช.ในปัจจุบันก็จะถูกจำกัดระยะเวลาด้วยมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้มีการพูดกันว่าควรจะต้องมีการแก้ไขถ้าหากมีความจำเป็น เราถือว่าเมื่อทำผิดต้องยอมรับผิด และต้องปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้เดินต่อไปได้

    เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้เหมือนว่าประเทศไม่ได้ปกครองตามระบบนิติรัฐ นิติธรรม แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งของคนคนเดียวหรือไม่ ประธาน สนช.ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะอำนาจการทำงานได้กระจายไปทุกส่วน ฝ่ายนิติบัญญัติก็รับหน้าที่มา ยืนยันว่าไม่มีใครรับใบสั่งอะไรมา เพราะรัฐบาลสามารถออกกฎหมายได้ทางเปิดเผยอยู่แล้ว

    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 53/2560 ว่า ตนไม่ทราบว่าจะร้องได้หรือไม่ แต่เชื่อว่าคำสั่งดังกล่าวจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง เพราะถึงแม้เรื่องการยืนยันสมาชิกและชำระค่าสมาชิกในช่วงเวลา 1 เดือน เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพรรคการเมือง แต่หากสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยการระดมคนของพรรคการเมืองทั่วประเทศเคลื่อนไหวในช่วงดังกล่าว เพื่อเข้าหาประชาชนและเชิญชวนเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค อาจมีรูปแบบเหมือนหัวคะแนนเข้าหาประชาชน ก็จะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกกฎหมาย จึงเป็นโอกาสที่พรรคการเมืองทำให้เกิดความได้เปรียบในอนาคตได้ ซึ่งต้องวัดกันว่าใครจะทำได้ดีกว่ากัน

    "ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวอาจเหมือนกรณีของตูน บอดี้สแลม ที่ตอนแรกไม่มีคนคิดว่าจะมีกระแสตอบรับ และออกมาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนกัน การที่พรรคการเมืองถูกตีกรอบมากๆ พอมีโอกาสอาจจะเกิดการสู้กลับผ่านช่องทางดังกล่าวได้"

    นายสมชัยกล่าวว่า การดำเนินการของพรรคการเมืองตามคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 ในส่วนของพรรคการเมืองเก่านั้น จะต้องมีการยืนยันสมาชิก และต้องชำระค่าสมาชิก ซึ่ง กกต.ก็จะมีการออกแบบฟอร์มเพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองกรอกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ครบทั้ง 20 รายการ และ กกต.ก็จะต้องกำหนดรูปแบบของการชำระเงินด้วย ส่วนการจองชื่อพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 ซึ่งพรรคที่มีความพร้อมและมาก่อนก็จะได้ชื่อนั้นก่อน แต่หากมัวแต่พูดผ่านสื่ออย่างเดียวแล้วไม่ทำตามกติกา ก็คงไม่ได้ชื่อนั้นไป อย่างไรก็ตาม คาดว่า กกต.ชุดใหม่จะเข้ามาทำหน้าที่ได้ในช่วงวันที่ 15 มีนาคม-15 เมษายน 2561

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช. 53/2560 จะทำให้การเลือกตั้งสะดุดหรือไม่ว่า เชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวกัน โรดแมปน่าจะเดินไปตามปกติ เท่าที่ดูประเด็นที่ 2 พรรคการเมืองจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวยังไม่เห็นว่าคำสั่ง คสช.ดังกล่าวนี้ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญตรงไหน

    "ดังนั้นคิดว่าการยื่นเรื่องน่าจะเป็นการยื่นแก้เกี้ยวหรือสร้างกระแสข่าวมากกว่า เพราะโดยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงไม่ได้มีเรื่องใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญเลย แต่ทั้งนี้ผมจะขอรอดูคำร้องที่ทั้ง 2 พรรคจะยื่นต่อศาลว่ามีเนื้อหาอย่างไร หลังจากนั้นจะแสดงความเห็นในฐานะที่ผมเคยมีประสบการณ์การบังคับใช้รัฐธรรมนูญที่เคยยื่นศาลรัฐธรรมนูญหลายครั้ง" นายไพบูลย์ กล่าว

    ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความแสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า คำถามถึงผู้มีอำนาจในสังคม 1.ที่กล่าวว่า…ไม่อยากยึดถือประชาธิปไตยตามหลักสากล แต่ขอเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ของเราเองหมายความว่าต้องการประชาธิปไตยที่ไม่ต้องยึดหลักนิติธรรม แต่ให้ยึดดุลพินิจของผู้มีอำนาจเป็นสำคัญ ใช่หรือไม่ และดุลพินิจแปลว่าอำเภอใจของผู้มีอำนาจใช่หรือไม่

    2.ถ้าบุคคลใดยึด “หลักตน เหนือหลักการในรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย”…ใช้อำนาจของตนอย่างไม่มีขอบเขต ทั้งที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดกำกับและควบคุมอยู่ ถือเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่ 3. เมื่อตอนเข้ามาสู่อำนาจใหม่ๆ ผู้มีอำนาจทั้งหลายสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” จะเร่งรีบเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม และจะรีบคืนประชาธิปไตยโดยเร็ว นี่เกือบ 4 ปีมาแล้ว นานพอหรือยัง…แล้วที่มีการวางกฎกติกาต่างๆ ไม่ว่าจะยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, กลไก ส.ว. 250 คน หรือการจัดวางคนลงไปในองค์กรอิสระต่างๆ และต่ออายุหลายองค์กร แต่กลับพบว่าคุณสมบัติของคนเหล่านั้นขัดต่อหลักกฎหมายที่บัญญัติขึ้น หลายคนเข้าใจว่า เป็นการจัดวางพวกพ้อง เพื่อคอยเอื้อต่อเป้าหมายที่ต้องการใช่หรือไม่

    4.การดำเนินการเพื่อผลักดันให้เกิดสิ่งต่างๆ โดยขัดหรือละเมิดหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย จนหลายคนรู้สึกได้ว่าเกิดความเสียหายต่อประเทศมากมาย มีการทำลายหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย ทำลายหลักนิติธรรมของประเทศ ทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน และไม่เคารพสิทธิ เสรีภาพของสมาชิกพรรคการเมือง ถือเป็นการกระทำที่มุ่งทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องของตน เพื่อสร้างอุปสรรคและวางกับดักในการขจัดคู่แข่งขันทางการเมืองในอนาคตใช่หรือไม่ ผลเสียหายที่เกิดขึ้นในระยะยาวใครจะรับผิดชอบ และบรรดาเนติบริกรและผู้สนับสนุนทุกคน จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบอย่างไร

    5.หากคาดหวังหรือมีความประสงค์ที่อยากจะกลับมามีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง ควรแสดงความชัดเจนให้ทุกฝ่ายได้เห็นว่า “พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนพิจารณา” พวกเราพร้อมต้อนรับเข้าสู่เวทีการต่อสู้ทางการเมืองที่ยุติธรรมและเสมอภาค ชัยชนะที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายใด จะมีความสง่างาม เพราะเป็นที่ยอมรับของคนทั้งสังคม…ท่านพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองหรือไม่

    6.ถ้าทุกฝ่ายอยากเห็นสังคมมีอนาคต มีความหวัง ก็ต้องช่วยกันสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องสร้างกติกาที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และพร้อมจะคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนอย่างจริงใจ และจริงจัง …ท่านพร้อมจะคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อใด

    วันเดียวกัน ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์หลังเข้าอวยพรปีใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ต่อคำถามที่ว่า ปีหน้าจะเป็นช่วงสุดท้ายของโรดแมป คสช.ที่จะเลือกตั้งว่า "คุณก็รู้อยู่ว่ามันคืออะไร ผมพูดหลายครั้งแล้ว"

    ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นพิเศษ ได้ให้กำลังใจท่านหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมก็ได้ให้กำลังใจท่านไปหมดแล้ว กระแสคือกระแส กฎหมายคือกฎหมาย ก็ทำ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น