เด็กกล้าท้า...ขับเคลื่อนโลก กิจกรรมเพื่อสังคมด้วยมือน้อย

  • Saturday, December 30, 2017 - 00:00


    ทุกคนสามารถทำสิ่งดีๆ ให้กับคนรอบข้างได้ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร และบางทีก็เป็นเด็กที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่สำหรับกลุ่มเยาวชนที่อายุน้อยเหล่านี้ อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมของพวกเขาแต่อย่างใด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของเด็กๆ ในอีกมุมของโลก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสะท้อนบอกให้รู้ว่า เด็กตัวน้อยก็สามารถขับเคลื่อนโลกได้
    ระบายสีเพื่อให้รู้ถึงที่มา

    การกระทำที่เรียบง่ายอย่างการระบายสี ช่วยให้ “เอลลา เทย์ยอน” วัย 6 ขวบ ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเด็ก ในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ สามารถช่วยเติมเต็มร้อยยิ้มให้กับเด็กป่วยด้วยกิจกรรมดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวต้องนอนให้น้ำเกลือ และให้อาหารทางสายยาง เนื่องจากรักษาอาการแพ้โปรตีนจากข้าวอย่างรุนแรง กระทั่งเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคแพ้โปรตีน และเมื่อเอลลาต้องการดินสอสีเพิ่ม แต่ทางโรงพยาบาลไม่ยอมให้ เนื่องจากมีไม่เพียงพอ และไม่ต้องการให้เธอเสี่ยงต่อการแพ้หรือติดเชื้อเพิ่ม

    ดังนั้น พ่อแม่และเอลลา รวมถึงพี่น้องอย่าง แจ็กกี และคริส เทย์ยอน จึงได้เกิดไอเดียในการขอรับบริจาคดินสอสีจากทั่วอเมริกา เพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยเด็กรายอื่นๆ ภายใต้แคมเปญ “Help Me Color A Rainbow” โดยตั้งเป้าขอรับบริจาคดินสอสีตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสปีที่แล้ว กระทั่งถึงตุลาคมปีนี้ให้ได้จำนวน 10,000 กล่อง ล่าสุดครอบครัวนี้ก็ได้รับดินสอสีจำนวน 13,132 กล่อง และหนังสือระบายสี 254 เล่มจากผู้ใจบุญ

    สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ “เอลลา” ประสบความสำเร็จในการส่งมอบกล่องดินสอสี จำนวน 1,000 กล่อง ไปยังโรงพยาบาลเด็กทุกแห่งในประเทศ นอกจากนี้ก็ได้มอบอุปกรณ์ดังกล่าวจำนวน 5,000 กล่องให้กับโรงพยาบาลเด็ก “เซนต์จูด” (St. Jude's) ในรัฐเทนเนสซี ดูเหมือนว่าสิ่งดีๆ ที่เอลลาคิดประสบผลสำเร็จแล้ว ที่สำคัญก็ยังมีคนใจบุญร่วมบริจาคดินสอสีและสมุดภาพอีกหลายพันกล่องในชื่อของเธอ ให้กับโรงพยาบาลเด็กปฐมวัยในรัฐยูทาห์ และยังมีประชาชนในเมืองไมอามี ได้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลเด็ก “เซนต์จูด” เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของเอลลาเช่นเดียวกัน

    แคมเปญ Tolerance

    ที่มาจากความอดทนต่อการถูกแกล้ง

    “เจย์เล็น อาร์โนล” เด็กวัย 8 ขวบ ที่ป่วยโรคควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้ (โรคทูเร็ตต์ซินโดรม) ทำให้เปล่งเสียงกระแอมไอ, ยักไหล่, อ้าปากลำบาก กล้ามเนื้อชักกระตุก ส่งผลให้ชีวิตในช่วงเรียนวัยปฐมค่อนข้างลำบาก แต่เด็กชายคนนี้ไม่ได้ย่อท้อต่อโรคที่เป็น และไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการเรียน ดังนั้นเขาจึงได้ตั้งแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า “Jaylen's Challenge" เพื่อยุติการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ด้วยการขอรับบริจาคการผลิตสายรัดข้อมือต่อต้านการถูกรังแก โปสเตอร์ และเอกสารต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณครูขยายปัญหาของการที่เด็กป่วยกลุ่มนี้ถูกกลั่นแกล้งจนต้องอดทนอดกลั้นไปยังกลุ่มนักเรียนด้วยกัน ล่าสุดมีคนดังอย่าง “ลีโอนาโด ดิคาปริโอ” และ “เอลเลน ลี ดีเจนเนอเรส” พิธีกรชื่อดัง รวมถึงคนเหล็กอย่าง “อาร์โนลด์” ที่เพิ่งได้รับรางวัล Princess Diana Legacy Award ในการทำงานด้านมนุษยธรรม ก็มาร่วมสนับสนุนแคมเปญนี้เช่นเดียวกัน

    เริ่มต้นบนฐานรากที่ดี

    เมื่อ “แชนเนีย เทอร์เนอร์” และครอบครัวของเธอ ย้ายจากเมืองซานฟรานซิสโกไปอาศัยยังรัฐแคลิฟอร์เนีย เธอได้เป็นสมาชิกของแคมเปญ “Boys and Girls Club” ที่ตั้งขึ้นจากสโมสรช่วยเหลือครอบครัวที่ยากไร้ ซึ่งตั้งขึ้นในหมู่บ้านใหม่ที่เธอย้ายไปอาศัยอยู่ เนื่องจากผู้ปกครองของแชนเนียไม่สามารถที่จะซื้อรองเท้าซ้อมกีฬาบาสเกตบอลในระดับชั้นมัธยมศึกษาของเธอได้ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว

    ด้าน แอนนา เอตอน ผู้อำนวยการสโมสรเพื่อคนยากไร้อย่าง “Vacaville Neighborhood Boys and Girls Club” ที่แชนเนียอาศัยอยู่ กล่าวว่า “ฉันจำได้ว่าตอนที่เธอเดินเข้าไปในห้องทำงานของฉัน รองเท้าของแชนเนียพันด้วยเทปกาวเพื่อยึดรองเท้าไว้ด้วยกัน“ และทันทีที่องค์กรการกุศลประจำหมู่บ้านใหม่เข้ามายื่นมือให้ความช่วยเหลือสาวน้อยวัย 15 ปี ด้วยการมอบอุปกรณ์ซ้อมกีฬาให้ เจ้าตัวก็ออกมาขอบคุณและกล่าวชื่นชมผู้ที่ช่วยให้ความฝันด้านกีฬาของเธอเป็นจริง

    ผู้อำนวยการสโมสรเพื่อคนยากไร้กล่าวต่อว่า “ต่อจากนี้เธอจะมอบเงินจำนวน 11,000 ดอลลาร์ สำหรับนักเรียนที่ชอบเล่นกีฬา และเป็นสมาชิกของสโมสรของเธอ เพื่อนำไปซื้อรองเท้ากีฬา ซึ่งทุนทรัพย์ดังกล่าวมีผู้อุปการะอย่างแบรนด์รองเท้า ไนกี้ และศูนย์การแพทย์อย่าง “ไกเซอร์ เพอร์มาเนนเต” ได้มอบทุนดังกล่าวให้กับเด็กด้อยโอกาสเพื่อวิ่งตามหาฝันของตัวเอง”

    แคมเปญถักนิตติ้งเพื่อคนอื่น

    หลังจากที่ “การ์เร็ต โลว์รี” วัย 11 ปี ได้สูญเสียคุณตาที่ป่วยโรคมะเร็ง รวมถึงแมวที่รักไป เขาจึงได้ตระหนักว่าต้องทำอะไรเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งบ้างแล้ว ประกอบกับเด็กชายใจบุญชื่นชอบการถักนิตติ้ง ที่คุณยายของเขาเคยสอนไว้ เขาจึงใช้งานฝีมือดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคร้ายดังกล่าว ซึ่งมาจากความสงสารผู้ป่วยกลุ่มนี้

    เด็กชายรายนี้ได้ถักหมวกกันหนาวจำนวน 150 ใบ เพื่อนำไปมอบให้เด็กที่ป่วยโรคมะเร็งในโรงพยาบาลในรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐโคโลราโด เพื่อให้ผู้ป่วยเด็กรู้สึกดีขึ้น เนื่องจากการรับเคมีบำบัดทำให้เด็กเสียผม และความเอื้ออาทรของ ด.ช.การ์เร็ตนั้น ยังช่วยให้พวกเขามีอุปกรณ์ปกคลุมศีรษะ ตอนนี้แม่และพ่อของเขาอย่าง “เชอร์รีล” และ “ดอน” กำลังช่วยพัฒนามูลนิธิเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

    ด้าน “เชอร์รีล” แม่ของการ์เร็ต กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมาลุงของการ์เร็ตก็ได้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อน ดังนั้นเขาจึงต้องการทำอะไรเพื่อเด็กๆ บ้าง เพราะที่ผ่านมาครอบครัวของเธอเจอแต่เรื่องเลวร้าย” ที่สำคัญเจ้าตัวก็ยังช่วยถักหมวก และช่วยบริจาคเงินให้กับเด็กที่ป่วยโรคร้ายแรงดังกล่าวเช่นเดียวกัน

    ขณะที่ “การ์เร็ต” บอกว่า “ในวันเกิดครบ 7 ขวบที่ผ่านมา เขาได้มอบขวัญวันเกิดในวันนั้นให้กับองค์กรการกุศลอย่าง “Ronald McDonald House” กระทั่งล่าสุดเขาได้ถักหมวก 50 ใบ และส่งไปให้ยังโรงพยาบาลเด็ก “ออเรนจ์เคาน์ตี” รัฐแคลิฟอร์เนีย หนึ่งในนั้นมีเด็กอายุ 5 ขวบที่ป่วยโรคเนื้องอก ได้รับหมวกของเขา ซึ่งการ์เร็ตมองว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะช่วยปลอบโยนและเป็นกำลังใจให้กับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างแท้จริง”
    การดูแลคนจรจัด

    หลังจากที่ “เอสดิซีน กรอส” วัย 10 ขวบ ได้พบกับปู่ของเธอเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน และก็ได้รู้ว่าปู่เคยเป็นคนจรจัด ดังนั้นเรื่องราวของเขาจึงทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแคมเปญ “Snuggle Sacks" ขึ้นในเมืองฟลินต์ รัฐมิชิแกน

    แม่ของ ด.ญ.เอสดิซีน กล่าวว่า “ลูกสาวของเธอต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือคนเร่รอน เพราะถือว่าเป็นกลุ่มคนที่โชคร้ายและน่าสงสาร ซึ่งเธอเห็นภาพกลุ่มคนยากไร้ดังกล่าวขณะที่เดินไปยังร้านขายของชำ และตั้งคำถามกับตัวเองว่า นั่นเป็นบ้านของเด็กๆ วัยเดียวกับเธอเหรอ”

    นอกจากนี้ น้องสาวและน้องชายของ “เอสดิซีน “อย่าง “เชอริดาน” และ “แจ็กสัน” ยังได้มีส่วนช่วยในแคมเปญนี้ โดยการช่วยแพ็กถุงยังชีพประมาณ 1,700 ชุด และมอบชุดอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วย ของใช้ในห้องน้ำ, ขนมขบเคี้ยว, เครื่องกันหนาว อาทิ หมวกอุ่น ที่เด็กผู้หญิงและผู้ชายต้องการ

    ที่น่าสนใจจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของเด็กหญิงตัวน้อยและครอบครัวของเธอตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กระทั่งตอนนี้มีผู้ร่วมบริจาคถุงยังชีพประมาณ 100 กระสอบต่อเดือน จึงทำให้เธอสามารถส่งมอบไปยังคนเร่รอนที่อาศัยอยู่ข้างถนนและครอบครัวที่ยากจร รวมถึงองค์กรการกุศลของชาวคริสเตียนอย่าง “YMCAs” เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ต่อไป

    ล่าสุดหนูน้อย “เอสดิซีน” บอกว่า “ฉันรู้สึกตื้นตันใจมากที่คนเร่ร่อนได้รับถุงยังชีพของฉันไป โดยเฉพาะหากพวกเขาเปิดถุงออกมาและชอบสิ่งที่ฉันเตรียมให้ ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้าใส่กันหนาว ฉันรู้ทันทีว่าพวกเขายิ้มออกแม้ว่าจะมีชีวิตที่ยากลำบาก ฉันจึงดีใจและเต็มใจที่จะช่วยคนเร่รอนกลุ่มนี้”

    สร้างความอบอุ่นให้กับชุมชน

    เมื่อไม่นานมานี้ “เอ็มมา บรูกอาร์ต” วัย 9 ขวบ ได้รับผ้าคลุมไหล่ 2 ผืนเป็นของขวัญ จึงจุดประกายให้เธอคิดว่า เธอควรจะมอบผ้าห่มผืนเล็กๆ นี้ให้กับเด็กยากไร้ที่ต้องการห่มมัน เธอจึงได้คิดแคมเปญที่ชื่อว่า “Keep Kids Warm Passet Drive" ขึ้นมา โดยการตั้งเป้าที่จะเก็บและรวบรวมผ้าห่มผืนเล็กหรือผ้าคลุมไหล่ให้ได้จำนวน 200 ผืน เพื่อนำไปมอบให้กับเด็กยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร ที่เมืองดูแรนต์ รัฐโอคลาโฮมา

    ด้าน “เมริซา บรูกอาร์ต” กล่าวว่า “เธอเองได้สนับสนุนความคิดช่วยเหลือสังคมของลูกสาวมาโดยตลอดเป็นระยะเวลา 3 ปี กระทั่งเมื่อปีที่แล้วเธอได้รับผ้าห่มมากกว่า 900 ผืน และผ้าดังกล่าวได้ถูกส่งไปยัง 11 องค์กรที่แตกต่างกัน”

    แม่ของเด็กหญิงใจบุญกล่าวต่อว่า “ผ้าห่มและผ้าพันคอที่เธอได้ส่งมอบให้เด็กด้อยโอกาส สามารถนำไปช่วยครอบครัวที่ถูกไฟไหม้ใช้ห่มคลุมกันหนาว และอีกส่วนหนึ่งยังนำไปมอบให้กับสถานพยาบาลและสถานีดับเพลิง เพื่อนำไปแจกให้คนในชุมชนแออัดละแวกที่ครอบครัวของเธออาศัยอยู่อีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ ลูกสาวของเธอรู้สึกว่ากิจกรรมเพื่อสังคมที่เจ้าตัวทำเป็นสิ่งสะท้อนให้คนในชุมชนเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ แต่คุณสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ ที่สำคัญเจ้าตัวระบุว่า เธอรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นเด็กๆ ด้อยโอกาสได้ห่มผ้าผืนใหม่ และต้องขอบคุณชุมชนที่มีส่วนช่วยทำให้สิ่งดีๆ ที่เด็กหญิงตัวเล็กๆ คิดทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นเป็นจริงได้ และสิ้นปีนี้เธอก็คาดว่าจะเริ่มขอรับบริจาคผ้าห่มและผ้าคลุมไหล่เพิ่มอีก”

    แม่ของเอ็มมายังบอกอีกว่า ในอนาคตเจ้าตัวตั้งใจจะทำแคมเปญนี้ให้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อรวบรวมและส่งมอบผ้าห่มกันหนาว เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับคนในชุมชนของเธอเอง.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น