วันแรกเซ่นปีใหม่41ศพ เหตุตายเมาขับตามเคย

  • Saturday, December 30, 2017 - 00:04

    วันแรก 7 วันอันตราย อุบัติเหตุเซ่นปีใหม่ไปแล้ว 41 ศพ เจ็บ 500 คน น่าเบื่อหน่ายเมาขับยังเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง เชียงใหม่แชมป์อุบัติเหตุสูงสุด ส่วนตายมากสุดที่ศรีสะเกษ 6 ราย

    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2561 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา

    ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 477 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 41 ราย ผู้บาดเจ็บ 500 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 42.77 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 73.62 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.15 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 44.44 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 33.12

    ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 30.40 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 52.49 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,008 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,275 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 559,639 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 89,277 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 25,628 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 25,329 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 23 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 25 คน

    นายอาคมกล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ทำให้ปริมาณการจราจรบนเส้นทางสายหลักหนาแน่น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้ประสานให้จังหวัดเข้มข้นการจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางขาออกสู่ภูมิภาคต่างๆ มุ่งบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง” คุมเข้มเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับ โทรศัพท์ขณะขับรถ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงเพิ่มการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง รถตู้ ควบคู่กับการป้องปรามและตักเตือนรถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะในลักษณะที่เป็นอันตราย พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันอุบัติเหตุรถโดยสาร

    "กำชับให้จังหวัดคุมเข้มการตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถ พนักงานประจำรถ นายตรวจผู้บริการประจำรถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ ให้สนธิกำลังหน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกการจราจร โดยการเร่งระบายรถและเปิดช่องทางพิเศษให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรในแต่ละเส้นทาง เพิ่มจุดบริการประชาชนจุดแวะพักบนถนนสายหลัก และจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกบริเวณจุดตัดเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ให้ประสานการเคลื่อนย้ายรถออกจากสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเปิดเส้นทางจราจรให้ความคล่องตัวและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน" รมว.คมนาคมกล่าว

    ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุพบส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงบนถนนกรมทางหลวงกว่าร้อยละ 44.44 โดยรถปิกอัพเกิดอุบัติเหตุกว่าร้อยละ 9.20 ศปถ.จึงได้กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ทุกระดับ บูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น เน้นการเรียกตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางเลี่ยง ทางลัด และทางเชื่อมต่อสู่ถนนสายหลักในจังหวัดต่างๆ โดยใช้กลไกของจุดตรวจร่วมและด่านชุมชน เพื่อคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงและลดการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่

    ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า ได้ประสานจังหวัดยึดแผนบูรณาการฯ เป็นแนวทางหลักในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการวางมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำและการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่

    อย่างไรก็ตาม คาดว่าประชาชนบางส่วนเดินทางถึงจุดหมายและอยู่ในพื้นที่แล้ว จึงได้กำชับให้จังหวัดเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัยผ่านสื่อต่างๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมุ่งดูแลความปลอดภัยบนถนนสายรอง กวดขันการดื่มแล้วขับ การขับรถเร็ว โดยเฉพาะบริเวณสถานบันเทิงและสถานที่จัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ

    "ขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสอบสภาพรถ ศึกษาและเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย หากขับรถระยะทางไกล ควรจอดพักรถในบริเวณที่ปลอดภัยหรือจุดบริการบนเส้นทางสายต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ สำหรับประชาชนที่ประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือสายด่วน 1669 เพื่อให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป" อธิบดี ปภ.กล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมาเดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคอีสาน ตั้งแต่วันศุกร์ยังคงมีรถยนต์ของประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพมีปริมาณรถยนต์หนาแน่น บางช่วงการจราจรเคลื่อนตัวไปได้อย่างช้าๆ สลับกับหยุดนิ่ง

    ที่อาคารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ภายในกองทัพภาคที่ 2 พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือในห้วงเทศกาลปีใหม่ เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการเชื่อมต่อสัญญาณโทรทัศน์วงจรปิดจากจุดวิกฤติทั้ง 20 จังหวัด จำนวน 314 จุด มาที่ศูนย์สั่งการแห่งนี้ ซึ่งจะทำให้สามารถติดตามสถานการณ์การเดินทางของพี่น้องประชาชนได้อย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์วางแผนในการจัดการและบูรณาการความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว โดยในศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้ ได้จัดให้มีฝ่ายเสนาธิการเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดห้วง 7 วันอันตราย (28 ธ.ค.60-3 ม.ค.61) ซึ่งหากเกิดสถานการณ์ความไม่เรียบร้อยขึ้นไม่ว่ากรณีใดสามารถประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวทุกภาคส่วน รวมถึงเสนอแนะการใช้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหารที่เตรียมพร้อมเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

    ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2561 จังหวัดนครราชสีมาสรุปข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นวันแรกชองช่วง 7 วันอันตราย ดังนี้ 1.เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 10 ครั้ง แยกเป็นอุบัติเหตุย่อย 9 ครั้ง อุบัติเหตุใหญ่ 1 ครั้ง อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ อำเภอเมืองนครราชสีมา จำนวน 2 ครั้ง และอำเภอขามทะเลสอ ด่านขุนทด บัวใหญ่ ประทาย สูงเนิน เสิงสาง โชคชัย โนนสูง อำเภอละ 1 ครั้ง 2.ผู้บาดเจ็บ จำนวน 16 ราย (ชาย 6 ราย/หญิง 6 ราย) อำเภอที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ อำเภอสูงเนิน และอำเภอขามทะเลสอ 3.ผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย คือ อำเภอสูงเนิน จำนวน 1 ราย (เพศหญิง) อำเภอขามทะเลสอ จำนวน 1 ราย (เพศชาย) 4.สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ 3 อันดับแรกคือ ไม่สวมหมวก เมาสุรา และขับรถเร็วเกินกำหนด 5.ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ 3 อันดับแรก คือ รถจักรยานยนต์ รถโดยสาร และรถกระบะ และ 6.ถนนที่เกิดอุบัติเหตุ ถนนทางหลวง 6 ครั้ง และถนน อบต./ในหมู่บ้าน 4 ครั้ง สรุปข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 (รวม 1 วัน) เกิดอุบัติเหตุ 10 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 16 ราย ผู้เสียชีวิต 2 ราย

    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้กำชับสั่งการในวันทำการสุดท้ายของสิ้นปี 2560 ให้หน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง มีความตื่นตัวและประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มข้นลงพื้นที่ในการติดตามความเคลื่อนไหว เฝ้าระวังและดำเนินมาตรการเชิงรุกต่อเป้าหมายพื้นที่จุดเสี่ยงความมั่นคง บุคคลและเครือข่ายกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยกับสังคม รวมทั้งการเคลื่อนย้ายสิ่งของผิดกฎหมาย ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน โดยเฉพาะยาเสพติด ซึ่งคาดว่าจะมีการลักลอบลำเลียง เคลื่อนย้ายในห้วงเทศกาลขึ้นปีใหม่

    พร้อมทั้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลจากการกวาดล้างเครือข่ายอาชญกรรมที่ผ่านมา โดยลงลึกเชื่อมโยงให้ถึงผู้มีอิทธิพลรายใหญ่หรือนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง ควบคู่กับการคงความเข้มบังคับใช้กฎหมายที่มุ่งเน้นการสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยของสังคมอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและปลอดภัยในห้วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องกันไป

    สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้ทุกส่วนราชการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่กำหนดร่วมกันอย่างจริงจัง และต้องทำหน้าที่ให้มากยิ่งขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะกฎหมายจราจร ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึก การตระหนักรู้และตื่นตัว รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้นในทุกช่องทาง เพื่อจะลดการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของประชาชนให้ได้มากที่สุด

    ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกประชาชนในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยมีนายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ

    พล.ท.กู้เกียรติกล่าวว่า การมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนได้ โดยเฉพาะลานคนเมือง สามารถรองรับประชาชนได้ถึง 4,000 คน ซึ่งทาง กทม.มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ 22 ตัว อยู่ในการดูแลความปลอดภัยของ กทม. ส่วนกำลังทหารจะบูรณาการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ กทม.อย่างต่อเนื่องในวันดังกล่าว จึงมั่นใจว่าแผนที่เตรียมไว้สามารถรองรับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างดี เพราะทหารมีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานการก่อเหตุความวุ่นวายในช่วงเทศกาลปีใหม่.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น