เกรียน‘วัฒนา’ซด‘ป๋า’ พท.เพ้อสังคมสนใจ‘ปู’

  • Sunday, December 31, 2017 - 00:03

    "วัฒนา" ชกข้ามรุ่น เช็กเรตติ้งปีใหม่ เหน็บประธานองคมนตรี ต้อนรับคนดีเข้าบ้าน มีแต่พวกที่ยึดอำนาจ ประชาคมโลกถือว่าเป็นความเลวขั้นอุกฤษฏ์ บางประเทศจึงรังเกียจไม่ยอมให้ทั้งเจ้าตัวและลูกเมียเข้าประเทศ บางคนเกษียณแล้วยังอยู่บ้านหลวง เพจแดงยืนยันผู้ต้องหาหนีคดีปล่อยโกงข้าวอยู่อังกฤษจริง บรรดาสมุนไม่กล้ายืนยัน แต่ยินดี "ปู" ได้ความสนใจ เป็นการส่งความคิดถึงถึงกัน สะท้อนความผูกพัน

    เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวอวยพรปีใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมระบุว่าขณะนี้กองเชียร์ฝั่ง คสช.เหลือน้อยลงแล้ว ดังนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์จะทำอะไรกับบ้านเมืองก็ให้เร่งทำ ว่าคงไม่ทราบว่าที่ พล.อ.เปรมออกมาระบุเช่นนั้นจะมีนัยสำคัญเป็นอย่างไรบ้าง แต่ส่วนตัวถือว่า พล.อ.เปรมเป็นประธานองคมนตรีและเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือของคนไทยทั้งประเทศ

    ดังนั้นสิ่งที่ท่านพูด ตนก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล คสช. รวมทั้งประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะนำคำแนะนำของ พล.อ.เปรมกลับไปไตร่ตรอง พิจารณาการกระทำของรัฐบาลในขณะนี้อย่างถี่ถ้วน ตนเชื่อว่านอกจากจะเป็นประโยชน์กับประเทศแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์กับการทำงานและการทำหน้าที่ของตัว พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐบาล คสช.ด้วย

    นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “คนดี” ระบุว่า การเปิดบ้านสี่เสาฯ ของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เจ้าของวลี “เลิกคบค้าและเลิกไหว้คนโกง” ให้พลเอกประยุทธ์และคณะเข้าอวยพรปีใหม่ได้สร้างความสับสนให้สังคม เพราะคนที่มาอวยพรมีทั้งพวกที่ยึดอำนาจที่ประชาคมโลกถือว่าเป็นความเลวขั้นอุกฤษฏ์ บางประเทศจึงรังเกียจไม่ยอมให้ทั้งเจ้าตัวและลูกเมียเข้าประเทศ ยังมีพวกไม่รักษาสัจจะ ไม่เคารพกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน บางคนเกษียณแล้วยังอยู่บ้านหลวง บางคนไม่อาจชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน ทั้งหมดคือ “คนดี” ที่พลเอกเปรมคบค้าเปิดบ้านต้อนรับ

    สังคมไทยถูกฉาบด้วยวาทกรรม “คนดี” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ใช้ทำลายฝ่ายตรงข้ามและยังเป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจ ในขณะที่ประชาชนต้องรับเคราะห์เพราะได้คนไร้สติปัญญามาบริหารประเทศ โชคดีที่เป็นสังคมออนไลน์ ทำให้ประชาชนได้เห็นพฤติกรรมของเหล่าคนดีที่เริ่มจนตรอก บางคนลอยหน้าลอยตาอบรมคนอื่น แต่รับเงินจากผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน หรือเจ้าของวลีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน กลายเป็นผู้อบรมข้าราชการให้สร้างความโปร่งใสในการทำงานให้ประชาชนเชื่อมั่น

    ถามหาคุณค่า ปชต.

    นักการเมืองคือเป้าหมายที่คนดีสุมหัวจ้องทำลาย ซึ่งต้องยอมรับว่านักการเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี มีทั้งกลุ่มคนที่เคยเรียกทหารออกมายึดอำนาจ หรือไม่มีอุดมการณ์ และพวกที่ต่อสู้กับเผด็จการเพื่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อย่างไรก็ตาม นักการเมืองจะเข้าสู่อำนาจได้ก็ต้องผ่านการเลือกตั้งและถูกตรวจสอบได้ ต่างจากพวกคนดีที่ยึดอำนาจแล้วนิรโทษกรรมตัวเองหนีการตรวจสอบ รวมทั้งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการฝ่ายตรงข้ามที่กล้าวิจารณ์ตัวเอง

    "ถึงเวลาหรือยังที่สังคมไทยจะหันมาให้คุณค่ากับประชาธิปไตย เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตน และไม่ยอมให้ผู้มีอำนาจใช้เป็นเครื่องมือ ปีใหม่ 2561 เลิกนับถือคนดีจอมปลอมเป็นของขวัญให้กับตัวเอง จะเกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิต โชคดีทุกท่านครับ" นายวัฒนาระบุ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ที่ออกมาแฉนาฬิกา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาแล้วหลายเรือน มูลค่ารวมนับสิบล้านบาท ล่าสุดแฉเรือนที่ 12 โดยนำภาพ พล.อ.ประวิตร กำลังลงนามในเอกสาร ขณะที่ข้อมือข้างขวาสวมนาฬิกายี่ห้อหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ ยาชท์ มาสเตอร์ โรสโกลด์ 2 โทน ช็อกโกแลต (Rolex Yacht-Master Rose Gold 2-Tone Chocolate) ขนาด 40 มม. ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 460,000 บาท

    จากกรณีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีปล่อยทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยอ้างว่าเป็นภาพที่ถ่ายจากประเทศอังกฤษ ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” ได้นำภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาเผยแพร่ซ้ำ พร้อมทั้งมีรูปใหม่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนอยู่กับผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่ง โดยระบุข้อความว่า “เห็นข่าวปูอยู่อังกฤษ มีภาพหลุดออกมาว่อนเน็ต นี่ก็มีคนหวังดีส่งภาพข่าวนั่นแหละมาให้ แต่เป็นภาพข่าวที่ไม่ได้ใส่ตัวอักษร เลยนำมาเผยแพร่ซ้ำ และได้ข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือถึงทางการอังกฤษ แต่อังกฤษไม่ตอบรับ ไม่ตอบอะไรกลับมา ซึ่งนับเป็นการบอกให้ คสช.รู้ว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายทางที่ท่านเรียก นายกฯ ปูอยู่อังกฤษก็ดีแล้ว เราๆ ท่านที่อยู่ไทยนี่แหละที่ต้องห่วงตัวเองกันต่อไป

    อย่างไรก็ดี หนึ่งในภาพที่มีการนำมาเผยแพร่ เป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ร่วมกับนายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือไปป์ บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์

    สะท้อนความผูกพัน

    นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายจากประเทศอะไรยังไม่ทราบ และไม่รู้เจตนาของคนที่ปล่อยภาพนี้ออกมาว่าเป็นอย่างไร แต่ภาพที่ออกมา แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสนใจในตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ หากคนที่ปล่อยเป็นคนที่ชื่นชมในตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็สะท้อนความผูกพันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีต่อคนไทย

    "เพราะการไปอยู่ต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีข้อจำกัดไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบ แต่จากภาพนี้ก็ทำให้รู้ว่าท่านสบายดี มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย" แกนนำเสื้อแดงรายนี้กล่าว

    ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ทราบที่มาที่ไปของภาพดังกล่าว ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ไม่กล้ายืนยันว่าเป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์จริงหรือไม่ ทางที่ดีต้องไปถามคนที่ออกมาเปิดเผยภาพดังกล่าวว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อยังไม่รู้ที่มาที่ไปของภาพ ก็ยังไม่อยู่ในฐานะที่จะวิเคราะห์หรืออธิบายเรื่องดังกล่าวได้

    "แต่ภาพที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าคนในสังคมรวมถึงสื่อมวลชนยังให้ความสนใจในตัวท่านยิ่งลักษณ์ แต่ช่วงเดียวกันยังมีอีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจและสังคมต้องการคำอธิบาย คือภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปถ่ายร่วมกับกลุ่มนักการเมืองใหญ่ แม้จะเป็นเรื่องที่กระทำได้ แต่คนทั่วไปมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากมีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง ซึ่งสวนทางกับการปฏิรูปการเมืองที่คนอยากเห็นการเมืองรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์เปิดเผยตรวจสอบได้ ไม่ใช่การเมืองแบบเก่าที่จะนัดทำอะไรกันหลังฉากเพื่อวางเกมทางการเมือง" อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงทิศทางสร้างความปรองดองปี 2561 อันเป็นโค้งสุดท้ายก่อนจะเลือกตั้งว่า เบื้องต้นวันที่ 8 มกราคม ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเรียกประชุมคณะกรรมการฯ ถึงการติดตามความคืบหน้าและแนวทางการสร้างความปรองดองต่อไป ทั้งนี้ ต้องแยกออกเป็นสองส่วน

    1.ความเห็นร่วมของภาคประชาชนว่าปัญหาความเดือดร้อนและความเหลื่อมล้ำของประชาชนที่เสนอเข้ามา โดยเราจะเอาความเห็นร่วมดังกล่าวเสนอไปที่รัฐบาล จากนั้นก็มอบหมายให้แต่ละกระทรวงแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ ถ้าปัญหาใดต้องใช้เวลา ก็ต้องบรรจุตามแผนงาน งบประมาณ เพื่อแก้ไขต่อไป ส่วนอะไรที่ทำได้เลยเราก็จะดำเนินการ โดยปัญหาความเดือดร้อนจากความเหลื่อมล้ำของประชาชนที่เราได้มาจากความเห็นร่วมของประชาชนจากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ก็จะนำเข้ามาขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาผ่านกลไกประชารัฐ ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกันดำเนินการ

    เราจะทำอย่างเงียบๆ

    2.สัญญาประชาคมที่เพิ่งดำเนินการเสร็จก็จะนำไปสร้างความรับรู้และความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยเราดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะขยายตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล จนถึงหมู่บ้าน โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

    พร้อมทั้งสร้าง เราจะสร้างการรับรู้ไปจนถึงจิตสำนึกของประชาชน ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และสิ่งที่ทำไปแล้วจะไปกระทบกลายเป็นความขัดแย้งและปัญหาสังคมจะป้องกันได้อย่างไร ดังนั้นเราต้องทำให้สัญญาประชาคมฉบับนี้ต้องอยู่ในจิตสำนึกของประชาชน ขณะเดียวกันในกระทรวงทบวง กรม และหน่วยงานต่างๆ จะนำเอาสาระสำคัญประชาคมฉบับนี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับแผนงานของหน่วยงานนั้นๆ เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำ ก็ถูกนำไปบรรจุในแผนการของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น

    “การสร้างความสามัคคีปองดอง เราจะทำอย่างเงียบๆ เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสัญญาประชาคมไปเรื่อยๆ โดยมีมาสคอตน้องเกี่ยวก้อยจะเป็นผู้ไปเคลื่อนไหวไปที่นั่นที่นี่ ทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนก็ตอบรับอย่างดี และเข้าใจในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกภาคส่วนไม่ละเลยการปรองดอง ผมเชื่อว่าในอนาคตปัญหาความขัดแย้งในสังคมจะลดลงได้ แม้ว่าจะไม่หมดก็ตาม” พล.ท.คงชีพกล่าว และว่า ความเห็นร่วมของประชาชนส่วนใหญ่พบว่ายังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เชื่อมั่นในกรอบกติกาสังคม รวมทั้งการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ดังนั้นคนส่วนน้อยที่กระทำเกินกรอบกฎหมาย ก็ต้องกลับมาทบทวนตนเองเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และหันมาปรองดองกับประชาชนส่วนใหญ่ที่เขายึดมั่นด้วย เพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ

    เมื่อถามว่า ถ้ากระบวนการสร้างความปรองดองสามารถทำได้ ทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแมปของรัฐบาลและ คสช.หรือไม่ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า เชื่อว่าทำได้ และเดินควบคู่กันได้ เพราะเราดำเนินการบนพื้นฐานความถูกต้อง หวังความเป็นจริงและความเป็นธรรม พร้อมทั้งเชื่อว่าการสร้างความปรองดองเป็นความฝันของประชาชนทุกคนในประเทศ เราไม่อยากดูบนความขัดแย้งกันอีกแล้ว

    ถามอีกว่า ถ้าเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และอยู่บนพื้นฐานเหตุผลในสังคม จะสร้างความมั่นใจได้หรือไม่ ทุกอย่างจะเป็นไปตามกรอบที่วางไว้เลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2561 พล.ท.คงชีพกล่าวว่า “ยืนยันว่าการเลือกตั้งมีแน่นอนตามกรอบโรดแมป แต่การสร้างความสามัคคีปองดอง ถ้าสังคมมีความสงบ เข้าใจกัน ยอมลด ยอมถอย เพื่อเห็นกับประโยชน์ส่วนรวม ผมก็คิดว่าอะไรต่างๆ ก็จะสามารถเดินไปได้ ทั้งการเลือกตั้ง การปฏิรูปประเทศ และการบริหารงานของรัฐบาล เพราะฉะนั้นถ้าเราให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการปรองดอง และปฏิบัติตามสัญญาประชาคม ความขัดแย้งในอนาคตจะไม่เกิดขึ้นในที่สุด”.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น