อุบัติเหตุ3วันตายพุ่ง167ศพ!

  • Monday, January 1, 2018 - 00:00


    ยอดเสียชีวิต 7 วันอันตรายยังพุ่ง ผ่าน 3 วันเกิดอุบัติเหตุ 1,702 ครั้ง บาดเจ็บ 1,793 ราย สังเวยแล้ว 167 ศพ ศรีสะเกษแชมป์ตายสะสมมากสุด เมาแล้วขับสาเหตุหลัก ผบก.ส.3 สั่งเจาะเลือดพิสูจน์ถ้าเป่าวัดแอลกอฮอล์ไม่เจอ คสช.เฮี้ยบยึดรถ 1,011 คัน

    เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผบก.ส.3) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธ.ค.60 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 649 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 73 ราย ผู้บาดเจ็บ 688 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 47.92 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 21.88

    พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.77 รถปิกอัพ 8.07 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.95 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.51 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.66 ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,010 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,363 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 762,143 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 132,995 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 38,271 ราย ไม่มีใบขับขี่ 36,662 ราย

    พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวอีกว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่และบุรีรัมย์ 27 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์และมหาสารคาม 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ 31 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 28-30 ธ.ค.60 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,702 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 167 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,793 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 21 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 62 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ 9 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ 69 คน

    ผบก.ส.3 กล่าวว่า วันนี้ประชาชนยังเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เดินทางท่องเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่างๆ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงได้สั่งการจังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในมิติเชิงพื้นที่ โดยเพิ่มความเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ การรวมกลุ่มแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์บนถนน มุ่งลดพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุตามหลัก 4 ห้าม 2 ต้อง ได้แก่ ห้ามเร็ว ห้ามเมา ห้ามโทร. ห้ามง่วง ต้องสวมหมวกนิรภัย และต้องคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับการดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในพื้นที่

    ผบก.ส.3 กล่าวด้วยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มข้นบนเส้นทางสายหลักและสายรองในช่วงเวลา 16.01- 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง ส่วนเส้นทางโดยรอบสถานบันเทิง และสถานที่จัดงานรื่นเริง ให้จัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเวลา 23.00-02.00 น.เป็นพิเศษ เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับ อีกทั้งได้เน้นย้ำด่านชุมชนให้ดูแลเส้นทางโดยรอบแหล่งท่องเที่ยว ศาสนสถาน จุดเสี่ยงอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อเส้นทางสายหลักในเขตชุมชน เพื่อมอบความปลอดภัยในการเดินทางเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนชาวไทย

    "กรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต ให้จังหวัดกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ทุกราย หากไม่สามารถตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยวิธีเป่าลมหายใจได้ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานสถานพยาบาลของภาครัฐดำเนินการเจาะเลือดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์แทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ที่ดื่มแล้วขับ" พล.ต.ต.เอกรักษ์ระบุ

    นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชนดำเนินการลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเชื่อมโยงกลไกในระดับพื้นที่ควบคู่กับการใช้มาตรการทางสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง มุ่งให้ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นร่วมเป็นพลังสำคัญในการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการขับขี่โดยใช้ความเร็วสูง การโดยสารรถจักรยานยนต์ในลักษณะเสี่ยงอันตราย การดื่มแล้วขับ รวมถึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับกลยุทธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่

    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ.ในฐานะเลขานุการ ศปถ.กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 พบว่าเมาแล้วขับและขับรถเร็วเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัดดำเนินมาตรการป้องกันในมิติเชิงพื้นที่ โดยจัดตั้งด่านชุมชนคุมเข้มผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด รวมถึงจัดจุดพักรถให้ผู้ดื่มแล้วขับหยุดพัก จนกว่าจะสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย

    นายชยพลกล่าวว่า พร้อมทั้งกวดขันสถานบันเทิงให้เปิดปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด และควบคุมการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีอย่างเคร่งครัด และขอฝากเตือนประชาชนเฉลิมฉลองและเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัย ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว ใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ 2561 เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย

    พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า มาตรการดื่มไม่ขับ จับยึดรถ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ พบว่ารถจักรยานยนต์กระทำความผิด 7,298 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 414 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 6,142 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 3,769 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 278 คน ยึดรถยนต์ 145 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 2,813 คน
    พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้วจำนวน 1,011 คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 810 คัน และรถยนต์ 201 คัน และดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 11,764 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 5,850 คน

    สำหรับอุบัติเหตุในต่างจังหวัด ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อกลางดึกของวันที่ 30 ธ.ค. ร.ต.อ.เดชา ทองประภา รอง สว.สอบสวน สภ.นางรอง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนหมายเลข 24 บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านหนองโบสถ์ มุ่งหน้าทิศทางอำเภอหนองกี่ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย คือ ด.ช.ปฏิกานต์ ขานเพราะ อายุ 14 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ-น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กถ-1714 บุรีรัมย์ อยู่ในถนนช่องขวาสุด สภาพพังเสียหายทั้งคัน

    ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายเอกรัตน์ ปลื้มฉายแสง อายุ 17 ปี เป็นคนนั่งซ้อนท้ายอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันปั๊มหัวใจอย่างเต็มที่ แต่ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา และห่างไปอีกประมาณ 100 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ไทเกอร์ เสริมคอกเหล็ก หมายเลขทะเบียน ลจ 3174 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในช่องจราจรซ้ายสุด สภาพด้านหน้าตัวรถพังเสียหาย มีนายบุญศรี แจ่มใส อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 3 ต.บึงเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์เป็นคนขับ และ น.ส.สุชานา ชำนิวัตร์ ภรรยานั่งมาด้วย

    น.ส.สุชานาเล่าว่า เดินทางมาจาก อ.บ้านกรวด กำลังจะไป อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนถึงที่เกิดเหตุได้ขับรถมาตามปกติ โดยใช้ช่องทางการเดินรถด้านขวาสุด ก่อนเกิดเหตุนั้นตนเห็นรถของผู้ตายขับย้อนศรมาในเลนของตน และหักตัดหน้ารถกระบะ ทำให้เบรกไม่ทันจึงชนกับรถจักรยานยนต์เต็มๆ โดยสามีของตนประคองรถไปจอดในช่องทางด้านขวา และรีบโทร.แจ้งตำรวจดังกล่าว

    ที่ จ.จันทบุรี เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ 4 ประตูลากรถแบ็กโฮเล็กเกิดสลักที่ยึดกับเทรลเลอร์ที่บรรทุกรถแบ็กโฮเล็กหลุดออก ทำให้รถแบ็กโฮไหลตกร่องกลางถนน ทำให้กีดขวางการจราจร 1 ช่องทาง บริเวณถนนสายจันทบุรี-สระแก้วขาเข้า หน้าสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดจันทบุรี อ.มะขาม

    โดยที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กธ 5234 จันทบุรี จอดอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบเทรลเลอร์ที่บรรทุกรถแบ็กโฮแล้วสลักหลุดออกมา ห่างออกไปไม่ไกลพบรถแบ็กโฮเล็ก พลิกคว่ำอยู่ในร่องกลางถนน โดยมีน้ำมันเครื่องไหลนองพื้นถนน หลังคารถแบ็กโฮเล็กยุบลงมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยประสานไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 17 จันทบุรี เพื่อนำรถกระเช้ามาช่วยยกรถแบ็กโฮเล็กออกจากพื้นผิวการจราจรเพราะกีดขวางการจราจร 1 ช่องทาง ทำให้รถติดขัดยาว

    จากนั้นใช้น้ำฉีดล้างคราบน้ำมันที่หกนองพื้นถนนป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งเร่งเปิดช่องการจราจรเพื่อให้รถสามารถวิ่งสัญจรได้ตามปกติ ต่อมาทราบชื่อคนขับที่ลากรถแบ็กโฮเล็กมา คือ นายประชุม พะมอนสินธ์ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

    นายประชุมกล่าวว่า ขับรถยนต์กระบะลากรถแบ็กโฮเล็กมาเพื่อไปซ่อมบริเวณแยกปากแซง หลังซ่อมเสร็จได้ใช้รถกระบะลากกลับบ้านที่ทุ่งเพล อ.มะขาม พอมาถึงบริเวณตลาดกลางหน้าทางหลวงชนบทจังหวัดจันทบุรี สลักที่ยึดกับตัวเทรลเลอร์ที่บรรทุกรถแบ็กโฮเล็กเกิดหลุดออก ทำให้รถแบ็กโฮเล็กลื่นไถลตกร่องกลาง โชคดีไม่มีรถขับตามหลังมาจึงทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น