นายกฯขอสื่อเสนอข่าวดี ลดขัดแย้งพีอาร์งานรบ.

  • Wednesday, January 3, 2018 - 00:00


    "บิ๊กตู่" ขอ "สื่อ" ปี 61 เสนอสิ่งดีๆ ที่เป็นความสุข ประชาสัมพันธ์งาน รบ. ลดความรุนแรงในสังคม นักข่าวทำเนียบฯ งดตั้งฉายารัฐบาล แจงบรรยากาศการเมืองยังไม่ปกติ หวั่นโยงขยายขัดแย้ง

    เมื่อวันที่ 2 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ในปี 2561 อยากฝากสื่อมวลชน หากไม่มีเรื่องราวสำคัญ ขอให้เสนอแต่สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นความสุข อย่างน้อยช่วงเวลาของปีใหม่ และเชื่อว่าต่อไปจะดีขึ้น ผลต่างๆ ของการทำงานของรัฐบาลจะปรากฏออกมาเรื่อยๆ แต่ยอมรับว่าไม่เร็ว เพราะเป็นเรื่องการแก้ปัญหาของประเทศซึ่งหลายอย่างมีความทับซ้อน รัฐบาลต้องรับผิดชอบทุกอย่าง และจะพยายามทำให้เร็วขึ้น แต่ถ้าเร็วมากเกินไปจะเสียหาย หลายคนอยากให้แก้เร็วๆ สิ่งที่ตนมุ่งมั่นในปีหน้าว่าจะทำงานให้มากขึ้น แต่อย่างว่าเรามีคนจำนวนมาก การจะแก้ปัญหาหลายอย่างบางเรื่องก็มีความทับซ้อนกัน

    “ต้องฝากสื่อช่วยกันประชาสัมพันธ์ด้วยว่า เรื่องไหนทำได้ก่อนหรือหลัง หรือประชาชนมีความต้องการอะไรก็สื่อเข้ามา รัฐบาลจะได้บอกได้ เพราะบางครั้งเราไม่ทราบว่าประชาชนมีข้อสงสัยตรงไหน เพราะหากไม่เข้าใจ ก็จะกลายเป็นความไม่เข้าใจกัน ผมยืนยันว่าผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับสื่อ ขอให้ช่วยกันทำปีใหม่ปีนี้เป็นปีแห่งความสุข เพราะปีที่ผ่านมาเราอยู่ในภาวะเศร้าโศกเสียใจมาตลอดทั้งปี ก่อนหน้านั้นก็มีปัญหาความวุ่นวายมาเป็นสิบปี หลังจากปีใหม่ขอให้ช่วยกันคิดว่าเราจะร่วมมืออย่างไร ถือเป็นความปรองดองของคนในชาติ ซึ่งสื่อถือมีส่วนสำคัญ ทำให้ทุกคนสามารถพบปะ พูดคุย ไปมาหาสู่กันได้ ไปไหนก็ได้” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ

    อย่างไรก็ตาม ปีใหม่นี้ขอให้สื่อมวลชนช่วยกันลดปัญหาการใช้ความรุนแรงในสังคมไทย เพราะบางครั้งการจัดรายการข่าวโดยให้คนโต้เถียงกันในเรื่องเล็กน้อย ที่คนไม่กี่คนทะเลาะกัน จะเป็นปัญหา เพราะคนส่วนใหญ่ได้ตัดสินไปแล้วว่าใครถูกผิด จากนั้นเมื่อตำรวจตัดสิน บอกว่าไม่ตรงตามหลักฐาน กลายเป็นว่าตำรวจผิด ดังนั้นสื่อมวลชนควรระวังในการนำเสนอ ซึ่งการนำเสนอแบบนี้ไม่ประเทืองปัญญา ไปให้ความสำคัญกับเรื่องไม่มีสาระเท่าไหร่ เป็นเรื่องส่วนตัวที่กฎหมายต้องเข้าไปจัดการ แต่เอามาดีเบตทำให้คนผิดกลายเป็นถูก ทำให้กระบวนการยุติธรรมมีปัญหา ไม่ได้ต่อว่าใคร ไม่ไปก้าวล่วงสื่ออยู่แล้ว สื่อมีสิทธิ์ของท่านตามปกติ

    ทางด้านผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ชี้แจงเรื่องการงดตั้งฉายารัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ประจำปี 2560 ว่า ตามที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลมีธรรมเนียมปฏิบัติในการตั้งฉายาของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ในช่วงปลายปี เพื่อสะท้อนการทำงานของคณะรัฐมนตรีในรอบปี แม้รัฐบาลปัจจุบันที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะบริหารราชการแผ่นดินมานานแล้วกว่า 2 ปี แต่จากการหารืออย่างรอบด้าน ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลจึงมีมติงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2560

    นอกจากจะเป็นหลักปฏิบัติตามธรรมเนียมที่ยึดกันมา ยังมีข้อจำกัดทางข้อกฎหมายและบรรยากาศการเมืองในภาวะที่ยังถือว่าไม่ปกติ ทั้งยังมีความเห็นว่าหากมีการตั้งฉายารัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี อาจถูกนำไปขยายความขัดแย้ง เชื่อมโยง หรือขยายผลในทางการเมือง จนตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้

    ทั้งนี้ หลักปฏิบัติที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ว่าจะไม่มีการตั้งฉายารัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำปี กรณีที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา หรือกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจนรัฐบาลยังทำงานไม่ครบปี กรณีรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร และกรณีสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ

    ซึ่งการงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปีของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง อาทิ ในปี 2549-2550 รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่มาจากการรัฐประหาร, ในปี 2551 รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล, ในปี 2556 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการประกาศยุบสภา, ในปี 2557 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการรัฐประหาร เป็นต้น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น