2ล้านคนทะลักกลับกรุง 'มิตรภาพ-พหลฯ'คับคั่ง

  • Wednesday, January 3, 2018 - 00:00


    ประชาชนเริ่มแห่กลับกรุงเทพฯ “บิ๊กตู่” สั่งทุกหน่วยงานบูรณาการดูแลให้เรียบร้อย ปภ.คาดวันเดียวมีคนทะลักกลับกว่า 2 ล้านคน “รถไฟ-บขส.” เพิ่มเที่ยวรองรับเต็มที่ ถนนหลายสายส่อวิกฤติ ทั้ง “มิตรภาพ-พหลโยธิน” จราจรสุดคับคั่ง

    เมื่อวันอังคารที่ 2 มกราคม 2561 ประชาชนที่เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อไปเฉลิมฉลองเทศกาลเนื่องในวันหยุดปีใหม่ เริ่มกลับเข้า กทม. เพื่อมาให้ทันวันเปิดทำงานอย่างจริงจังในวันที่ 3 ม.ค. ทำให้การจราจรในเส้นทางขาเข้า กทม.หลายเส้นเริ่มติดขัด ไม่ต่างจากช่วงขาออกตอนสิ้นปี 2560 แต่อย่างใด

    โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงประชาชนเดินทางกลับจากต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากว่า มท.ได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยความร่วมมือของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นบนท้องถนน ซึ่งหากประชาชนเข้าใจและร่วมไม้ร่วมมือทำตามกฎหมาย ก็ไม่น่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรือถ้ามีผู้ใดฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งหวังว่าคงจะไม่มีความสูญเสียหรือสูญเสียน้อยที่สุดกับประชาชน

    ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เข้มงวดกวดขันวินัยจราจร และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับ กทม.อย่างปลอดภัย โดยคาดว่าวันที่ 2 ม.ค. จะมีประชาชนเดินทางกันเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความใส่ใจและระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ทั้งจุดตรวจ ด่านชุมชน และบนถนนหลวงสายหลัก โดยเฉพาะความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถบัส และรถตู้ที่มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก

    “นายกฯ ได้กำชับให้ผู้มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของสถานีขนส่งสาธารณะต่างๆ ทั้งสถานีขนส่งรถโดยสารประจำทาง สถานีรถไฟ สถานีรถตู้ เข้มงวดสอดส่องเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะอาจเป็นช่วงที่มิจฉาชีพใช้โอกาสที่ก่อเหตุมากขึ้นได้” พล.ท.สรรเสริญกล่าว และว่า นายกฯ ยังได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ เพื่อให้ประชาชนเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎจราจรและข้อแนะนำต่างๆ รวมทั้งความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อที่มอบให้แก่เพื่อนร่วมทาง

    ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงการอำนวยการจราจรของตำรวจในการเดินทางกลับจากภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชนว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการและกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งประชาชนทยอยเดินทางกลับทำให้การจราจรนั้นจะมีความหนาแน่น พร้อมให้บริการช่วยเหลือและอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

    “ผบ.ตร.ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ตำรวจทุกนายมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงท้ายของเทศกาลปีใหม่ 2561 เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับมาจากช่วงวันหยุดยาวอย่างสวัสดิภาพและปลอดภัย” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

    คาดทะลักกว่า 2 ล้านคน

    ด้านนายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) คาดว่า ในช่วงการเดินทางขากลับจากฉลองเทศกาลปีใหม่ของประชาชนในวันที่ 2 ม.ค.นี้ น่าจะมีประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ กว่า 2 ล้านคน ซึ่ง ปภ.และหน่วยงานต่างๆ ทั้งตำรวจทางหลวง ทหาร ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้บูรณาการร่วมกันอย่างเต็มที่

    “การติดตามเรื่องการจราจรในช่วงขาออกที่ผ่านมาพบว่าค่อนข้างคล่องตัว ไม่มีปัญหาติดขัดมากเหมือนปีก่อนๆ ทำให้มั่นใจว่าในช่วงขาเข้าจะระบายรถได้ดี ไม่มีปัญหาการจราจรติดขัดแน่นอน” นายกอบชัยระบุ

    ทั้งนี้ ในส่วนของขนส่งสาธารณะต่างๆ ก็มีการรับมือการเข้า กทม. โดยนายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ระบุว่า ในวันที่ 2 ม.ค. จะมีผู้โดยสารเดินทางมาถึงสถานีขนส่งทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2, สถานีขนส่งหมอชิตเอกมัย และสถานีขนส่งสายใต้ สูงสุดกว่า 163,492 คน โดย บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสารทั้งรถ บขส. รถร่วม และรถตู้จากปกติวันละประมาณ 6,238 เที่ยว เพิ่มเที่ยววิ่งเสริมอีก 1,755 เที่ยว รวมทั้งสิ้น 7,993 เที่ยว เพื่อรองรับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ และจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างแน่นอน

    ส่วนนางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รฟท.ได้เพิ่มขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารในวันที่ 2 ม.ค.อีก 4 ขบวน และวันที่ 3 ม.ค. เพิ่มอีก 2 ขบวน รวม 6 ขบวน ในเส้นทางศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ, อุบลราชธานี- กรุงเทพฯ, อุดรธานี-กรุงเทพฯ และเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 5,000 คน รวมกับขบวนรถปกติ 242 ขบวนต่อวัน ซึ่งตัวเลขผู้โดยสารที่เดินทางเมื่อวันที่ 1 ม.ค.นั้น มีจำนวน 95,923 คน

    สำหรับบรรยากาศของการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ นั้น พบว่า บน ถ.พหลโยธิน ช่วง อ.เมืองฯ จ.สระบุรี เส้นทางขาเข้า กทม. ในช่วงเช้าปริมาณรถที่เดินทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มหนาแน่นในระดับหนึ่ง โดยยังสามารถทำความเร็วได้ 50-80 กม./ชม. แต่พอเข้าช่วงเย็นจำนวนรถก็เริ่มมากขึ้น ทำให้การจราจรเริ่มติดขัด แม้เจ้าหน้าที่จะมีการเปิดเส้นทางพิเศษ ด้านขาเข้า ถ.พหลโยธิน ทล.1 กม.99 ต.หนองนาค อ.หนองแค จ.สระบุรี เข้าช่องทางปกติ ที่ กม.74 ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรียอยุธยา เพื่ออำนวยความสะดวกก็ตาม

    ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ปริมาณรถหนาแน่น เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เลี่ยงมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2148 สายด่านขุนทด-หนองสรวง และถนนหมายเลข 201 สายสีคิ้ว-ชัยภูมิ ตัดแยกเข้าถนนหมายเลข 2256 สายด่านขุนทด-ชัยบาดาล ร่วมถนนหลวงหมายเลข 21 สระบุรี-เพชรบูรณ์ และมาเข้าร่วมกับถนนเข้ากรุงเทพฯ ที่ จ.สระบุรี โดยสภาพการจราจรติดขัดตรงจุดสัญญาณไฟแดง อ.ด่านขุนทด และจะไปชะลอตัวที่จุดยูเทิร์นรถเลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 2256 สายด่านขุนทด-ชัยบาดาล

    ถ.มิตรภาพเริ่มติด

    ส่วนสภาพการจราจรบน ถ.มิตรภาพ ช่วงผ่าน จ.นครราชสีมา เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ สภาพการจราจรมีปริมาณรถยนต์หนาแน่นมากเกือบตลอดทั้งสาย เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงต้องเปิดช่องทางพิเศษบน ถ.มิตรภาพหลายจุดเพื่อระบายปริมาณรถที่สะสม โดยเฉพาะ ถ.มิตรภาพ เขต อ.โนนสูง, ถ.มิตรภาพ เส้นทางบายพาสเลี่ยงเมือง ต.จอหอ-สามแยกปัก เขตอำเภอเมืองนครราชสีมา และเส้นมิตรภาพสายเก่า ระหว่าง กม.ที่ 1-2 แยกราชสีมา, ถ.มิตรภาพเขต อ.สีคิ้ว และ ถ.มิตรภาพเขต อ.ปากช่อง เนื่องจากถนนมิตรภาพบริเวณที่กล่าวมามีปริมาณรถยนต์หนาแน่นเต็มทุกช่องการจราจร ส่วนถนน 304 นครราชสีมา-วังน้ำเขียว-กบินทร์บุรี จราจรคับคั่งปริมาณรถมากเคลื่อนตัวไปได้ช้าๆ แต่ไม่ถึงกับหยุดนิ่ง ซึ่งคาดว่าสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพจะหนาแน่นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงค่ำ เพราะขณะนี้ยังคงมีรายงานการเดินทางของประชาชนส่วนใหญ่ใช้เส้นทาง ถ.มิตรภาพ เข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
    ไม่ต่างจาก ถ.สายสระแก้วตัดใหม่ หรือ 359 (สระแก้ว-พนมสารคาม) และถนนสาย 304 ( ศรีมหาโพธิ-พนมสารคาม) แยกคีรี จุดรวมเส้นทางสู่ภาคกลาง-ตะวันออก ปริมาณรถสะสมท้ายแถวยาวเหยียดกว่า 10 กม. ทำให้รถต้องชะลอตัวเป็นระยะๆ ไม่สามารถใช้ความเร็วได้

    ส่วนบรรยากาศการใช้รถใช้ถนนทางจังหวัดอีสานใต้ ส่งผลให้ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 โชคชัย -เดชอุดม ช่วงระหว่าง อ.นางรอง และ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ขาล่องมุ่งหน้าปลายทาง กทม. มีปริมาณรถสัญจรหนาแน่นจอดติดเป็นบางช่วง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ แต่คาดว่าเมื่อถึงช่วงกลางคืนและล่วงเลยไปจนถึงวันที่ 3 ม.ค. การจราจรน่าจะติดขัดมากขึ้น

    ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องใช้สัญญาณมือและควบคุมตู้ไฟจราจรแบบปรับด้วยระบบมือแทนการใช้สัญญาณไฟแบบอัตโนมัติ เพื่อระบายรถที่หนาแน่นตลอดเส้นถนนสาย 24 ไม่ไห้ติดสะสม ทั้งนี้ สภ.นางรอง ยังได้ปิดจุดกลับรถในเขตเทศบาลเมืองนางรองชั่วคราว ไปจนกว่าสถานการณ์การเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวจะเบาบางและเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อไม่ให้รถติดทั้งเป็นการป้องกันอุบัติเหตุด้วย

    ที่ จ.พิจิตร พล.ต.ทรงธรรม สิทธิพงษ์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ได้เดินทางมาตรวจสภาพการจราจร และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วม ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บริเวณจุดตรวจบ้านนา บนทางหลวงหมายเลข 117 พิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ บริเวณบ้านกรดงาม ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี ซึ่งเป็นเส้นทางจากภาคเหนือมุ่งหน้าสู่ กทม. โดยตั้งแต่เช้าเป็นต้นมาสภาพการจราจรมีรถคับคั่ง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ดี แต่คาดว่าในช่วงกลางคืนหรือช่วงดึกจนไปถึงเช้าของวันที่ 3 ม.ค. การจราจรน่าจะแออัดมากขึ้น

    เสริมการขนส่งสาธารณะ

    ส่วนบรรยากาศสถานีขนส่งสาธารณะต่างๆ นั้น ที่ จ.เชียงใหม่ ไม่แออัดมากนัก เนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยวบางส่วนได้ทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. รวมทั้งได้มีการเสริมรถทุกเส้นทางมากกว่า 30 เที่ยว
    ขณะที่ จ.นครราชสีมา ในช่วงเช้าบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 เริ่มมีประชาชนเดินทางไปซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารเดินทางเข้า กทม.และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยยืนรอจนเต็มบริเวณหน้าช่องซื้อตั๋วและต่อแถวยาวล้นมายังชานชาลา ทำให้สำนักงานขนส่งจังหวัดได้สั่งให้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ จากเดิมปกติที่วิ่งให้บริการวันละ 200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นวันละ 400 เที่ยว พร้อมประสานบริษัท เชิดชัยทัวร์ฯ ให้เตรียมรถโดยสารสำรองไว้อีก 60 คัน พร้อมให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง

    และเมื่อมาถึงช่วงเที่ยง บริเวณช่องจำหน่ายตั๋วรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ ของทุกบริษัทได้ติดป้ายงดจำหน่ายตั๋วชั่วคราว และกลับมาขายตั๋วอีกครั้งในเวลา 13.30 น. สาเหตุเพราะการจราจรติดขัดบน ถ.มิตรภาพ รถโดยสารต้องใช้ระยะเวลานานในการวิ่งกลับมารับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งนครราชสีมา ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องยืนต่อแถวรอคอยซื้อตั๋วอยู่หน้าช่องขายตั๋วจนยาวล้นออกมานอกชานชาลา โดยบางบริษัทต้องนั่งรอรถเป็นเวลานาน 5-6 ชั่วโมง ซึ่งขนส่งฯ คาดการณ์ว่าตลอดทั้งวันจะมีประชาชนเดินทางไปใช้บริการที่สถานีขนส่งจังหวัดนครราชสีมามากกว่า 30,000 คน

    ด้านสถานีขนส่งจังหวัดอ่างทอง เริ่มมีประชาชนตกค้างที่สถานีขนส่งเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรถตู้โดยสารตีรถกลับมารับผู้โดยสารไม่ทัน ส่วนที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ก็เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยขบวนรถไฟที่จะไป กทม.และไปสามจังหวัดชายแดนใต้เต็มเกือบทุกขบวน ไม่ต่างจากสถานีขนส่ง อ.หาดใหญ่ ประชาชนทยอยเดินทางมาใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า 1-2 วันนี้จะมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งมีการเตรียมรถเสริมในทุกเส้นทางเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง และให้ทุกคนสามารถเดินได้ทันตามกำหนดการในทุกเส้นทาง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น