สรุป5วันเซ่น317ศพเจ็บอื้อ

  • Wednesday, January 3, 2018 - 00:00


    ผ่าน 5 วันอันตราย ยอดอุบัติเหตุ 3,056 ครั้ง เสียชีวิต 317 ศพ บาดเจ็บ 3,188 คน "เมาแล้วขับ" ต้นเหตุใหญ่ "พัทลุง" กลับจากพักผ่อนปีใหม่คนขับหลับในพุ่งชนต้นไม้เจ็บ 9 คน "นายกฯ" พอใจแผนรณรงค์ลดอุบัติเหตุได้ผล "ผบ.ตร." สั่งตำรวจบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น

    เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 หรือช่วง 7 วันอันตราย ว่าจากการรวบรวมข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุของวันที่ 1 ม.ค.2561 หรือวันที่ 5 จากช่วง 7 วันเฝ้าระวังนั้น เกิดอุบัติเหตุ 677 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 71 ราย ผู้บาดเจ็บ 696 คน

    นพ.โอภาสกล่าวว่า เมื่อรวม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุ 3,056 ครั้ง เมื่อเทียบกับปี 2560 ในช่วงเวลาเดียวกัน ลดลง 70 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,188 คน ซึ่งจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ 13 ราย บาดเจ็บสูงสุดคือ อุดรธานี 118 คน ซึ่งสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เมาสุรา ร้อยละ 46.04 รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 24.71 และจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบมีผู้ขับขี่ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มสุรา 763 คน คิดเป็นร้อยละ 23.75 ของผู้ขับขี่ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีที่เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด

    “จากการที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินเจาะเลือดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนและบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต หากผู้ขับขี่ไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ด้วยวิธีเป่าทางลมหายใจได้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ในช่วง 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2560-1 มกราคม 2561 มีผู้ที่ถูกส่งไปเจาะเลือดแล้วทั้งหมด 1,069 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี 179 ราย ทราบผลแล้ว 190 ราย อายุต่ำกว่า 20 ปี 35 ราย พบปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 101 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี 10 ราย” นพ.โอภาสกล่าว

    รองปลัด สธ.กล่าวว่า ในส่วนการออกตรวจเตือนการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง พ.ศ.2555 ของกรมควบคุมโรค พบมีการกระทำผิด 1,798 ราย ได้แก่ โฆษณาส่งเสริมการตลาด 277 ราย ขายในช่วงห้ามขาย 142 ราย ขายให้เด็กต่ำกว่าอายุ 20 ปี 83 ราย ได้ดำเนินการตามกฎหมายทุกราย หากประชาชนพบผู้กระทำผิด เช่น ขายริมทาง ขายให้เด็ก ขายในเวลาห้ามขาย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที

    "ประชาชนเริ่มเดินทางกลับเข้าทำงานหลังวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ จากปีที่ผ่านมาพบผู้บาดเจ็บจากการจราจรจากการหลับในเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการง่วงนอน หรือมีอาการเมาค้างจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลต่อการขับขี่พาหนะ ทำให้ประสาทสัมผัสช้าลง การตัดสินใจผิดพลาด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงขอย้ำเตือนผู้ขับขี่ให้เตรียมร่างกายให้พร้อมเดินทาง หากระยะทางไกลควรมีผู้ผลัดเปลี่ยนขับรถ หรือแวะพักตามจุดพักรถ หากเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทร.ขอความช่วยเหลือที่หมายเลข 1669 ได้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง" รองปลัด สธ.กล่าว

    พัทลุงหลับในเจ็บ 9 ราย

    ที่ จ.จันทบุรี เวลา 01.30 น. เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บริเวณใกล้เคียงองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยเป็นชาย 1 ราย รถจักรยานยนต์ล้มทับขาอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านต้องช่วยกันยกรถออก และทำการปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเท้าด้านซ้ายมีแผลฉีกขาดเป็นแผลฉกรรจ์

    นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ดรีม สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขฉค 587 จันทบุรี ซึ่งทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นายพิเชษฐ์ เพิ่มพิบูลย์ อายุ 21 ปี เป็นชาวตำบลวังใหม่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ห่างออกไปจากผู้บาดเจ็บรายแรกอีกประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการรักษา แต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส จึงส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลพระปกเกล้า ต่อมาได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล รวมทั้งยังรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 3411 จันทบุรี ล้มอยู่ในสภาพด้านหน้าและบังโคลนรถแตกเสียหายแทบทั้งคัน ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายขจรยศ อรุณพรต อายุ 19 ปี เป็นชาวตำบลวังใหม่ อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี

    จากการสอบถามญาติของนายพิเชษฐ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบว่านายพิเชษฐ์ได้ไปเที่ยวที่บ้านเพื่อน และได้โทร.ไปหาญาติว่ากำลังจะกลับเข้าบ้าน แต่คาดว่าระหว่างขี่กลับมาน่าจะขี่มาด้วยความเร็ว ประกอบกับรถจักรยานยนต์อีกคันก็วิ่งมาด้วยความเร็วเช่นกัน และทางเส้นดังกล่าวมืด จึงทำให้รถวิ่งมาชนกันอย่างเต็มแรง ผู้ขับขี่รถต่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง แต่นายขจรยศ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าจึงเสียชีวิต

    เบื้องต้นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้จังหวัดจันทบุรีมียอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 3 รายแล้ว

    เช่นเดียวกับที่ จ.พัทลุง เวลา 04.30 น. ร.ต.อ.สุธรรม เปรียวดี ร้อยเวร สภ.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตรถชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ที่ถนนเอเชียขาล่อง หมู่ที่ 6 ต.พนมวังค์ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมกับหน่วยกูภัยพัทลุง หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลแพรกหา หน่วยกู้ชีพ รพ.ควนขนุน จ.พัทลุง

    พบรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว และมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถจำนวน 9 คน ทราบชื่อเบื้องต้นมี น.ส.มาลินี ผิวทองงาม อายุ 30 ปี 178 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา, ด.ญ.ปรมาพร ผิวทองงาม อายุ 4 ขวบ 178 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา, ด.ญ.ปิ่นณิชา ผิวทองงาม อายุ 2 ขวบ 178 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา, นายสุทธิรักษ์ จิตตกูล อายุ 58 ปี 171 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา

    นายศุภกร จิตตกูล อายุ 23 ปี 171 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา, นางสุภัสสร จิตตกูล อายุ 20 ปี 171 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา, น.ส. ชุลีวรรณ จิตตกูล อายุ 20 ปี 171 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา, นายถาวร ศรีช่วง อายุ 57 ปี 116/1 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา, นางวรรณา ศรีช่วง อายุ 54 116/1 ม.10 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลควนขนุน จำนวน 6 คน และผู้บาดเจ็บอีก 3 คนอาการสาหัส หน่วยกู้ภัยนำส่งรักษาโรงพัทลุง

    สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุทธิรักษ์ได้นำครอบครัวและพร้อมญาติเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ในจังหวัดทางภาคภาคเหนือ และขณะที่เดินทางกลับไปจังหวัดสงขลา เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งชนกับต้นไม้ตรงเกาะกลางถนน ทำให้ด้านหน้ารถพังและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่าคนขับหลับใน

    ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร พ.ต.ต.อำนาจ กำพล สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันบริเวณเชิงสะพานท่าจีน ต.ท่าจีน ถนนพระราม 2 ช่องทางด่วน ขาออกกรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถห้องเย็น 10 ล้อ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัท รุจโอฬารฯ หมายเลขทะเบียน 70-0764 สมุทรสงคราม มีนายคำมูล กล่ำพุทธา อายุ 35 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านหน้าชนอัดติดอยู่กับท้ายรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีเขียว ทะเบียน 5664 นนทบุรี ที่อยู่ในลักษณะขวางลำนายสนิท สายเย็น อายุ 75 ปี คนขับรถ โดยมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 7 คน เป็นแรงงานข้ามชาติหญิงที่นั่งมาด้านหลังรถกระบะ ทางเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่ง 1 ใน 6 คนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน

    โดยกล้องหน้ารถห้องเย็นสามารถบันทึกเหตุการณ์อุบัติเหตุหมู่ไว้ได้ทั้งหมด โดยเป็นภาพที่รถกระบะคันสีเขียวขับอยู่ด้านหน้ารถห้องเย็น จากนั้นล้อรถด้านหลังของรถกระบะเกิดการระเบิดขึ้นช่วงที่ลงจากสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้ว จนเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมา แล้วรถกระบะก็เสียการทรงตัว แต่ที่น่าหวาดเสียวก็คือภาพช่วงที่รถห้องเย็นที่ขับตามหลังมานั้นเบรกไม่อยู่พุ่งชนท้ายอย่างแรง จนรถกระบะหมุนแล้วหญิงสาวแรงงานข้ามชาติ 6 คนที่นั่งมาด้านหลังก็กระเด็นตกลงไปบนถนนทั้งหมด

    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้นำคนขับรถทั้ง 2 คัน ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ประกอบการตรวจสอบภาพที่ได้จากกล้องหน้ารถ ก่อนที่จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    รบ.พอใจลดอุบัติเหตุ

    ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับรายงานว่า จำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ลดลงกว่าปีก่อน

    "จำนวนประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการที่ภาครัฐกำหนดและความร่วมมือของประชาชนเอง" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

    ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการอำนวยการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเดินทางกลับจากภูมิลำเนาของพี่น้องประชาชนว่า จากข้อมูลจากศูนย์อำนวยการและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ได้สรุปอุบัติเหตุทางถนนสถิติ 7 วันอันตราย ช่วงวันที่ 28 ธ.ค.- 1 ม.ค.2561 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 3,056 ครั้ง ลดลงจากปีที่แล้ว 70 ครั้ง, มีผู้บาดเจ็บ 3,188 คน ลดลงจากปีที่แล้ว 102 คน และผู้เสียชีวิต 317 คน ลดลงจากปีที่แล้ว 54 คน

    "สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถกระบะ ซึ่งสถิติการจับกุมดำเนินคดี 10 ข้อหาหลัก อันดับ 1 ข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 170,387 ราย, อันดับ 2 ข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา 139,246 ราย" พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

    รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการและกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งประชาชนทยอยเดินทางกลับทำให้การจราจรนั้นจะมีความหนาแน่น พร้อมให้บริการช่วยเหลือและอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

    "โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ขับขี่รถขณะเมาสุรา ไม่ขับขี่รถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนสัญญาณไฟหรือเครื่องหมายจราจร ไม่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับขี่รถ และคาดเข็มขัดนิรภัย หรือสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเอง และผู้ร่วมสัญจร" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว

    พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ในส่วนสถิติการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ในทุกฐานความผิด เช่น ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ทุกกองบัญชาการ มีสถิติการระดมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1,544 หมายจับ อันดับที่มีการจับกุมมากที่สุดคือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมได้ 550 หมายจับ รองลงมากองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมได้ 311 หมายจับ

    "ทาง ผบ.ตร.ได้มีข้อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่มีหมายจับเพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย และลดอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2661 เช่นกัน" พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

    รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำหรับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค.2560 ถึง 3 ม.ค.2561 มีประชาชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 9,141 หลัง ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้วกว่า 2,500 หลัง โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีสถิติฝากบ้านไว้กับตำรวจมากที่สุด ผบ.ตร.ได้สั่งการและกำชับการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและภาคประชาชน และยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมด้วย

    "ผบ.ตร.ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงท้ายของเทศกาลปีใหม่ 2561 เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับมาจากช่วงวันหยุดยาวอย่างสวัสดิภาพและปลอดภัย" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น