ไร้ประกันเลือกตั้ง61 มีชัยส่งสัญญาณไม่พร้อม ปลุกการเมืองต้านทหาร!

  • Wednesday, January 3, 2018 - 00:00


    "มีชัย" นิยามปี 61 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง โวกฎกติกาใหม่ทำให้เดินหน้าปฏิรูปประเทศได้รวดเร็วเป็นธรรม แต่ตอบยากปี 61 จะได้เลือกตั้งหรือไม่ อ้างขึ้นอยู่กับความพร้อมของกฎหมาย ขณะที่ "มาร์ค" ระบุไม่มีหลักประกันจะเปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดหวัง แนะ คสช.-กกต.กำกับการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม "พิชัย" ปลุก "ชวน" นำทัพสู้ศึกเลือกตั้งหนุน "ปชป.-พท." จับมือต้านทหารทวงคืน ปชต. “สาธิต” เตือน "บิ๊กตู่" หากคิดสืบทอดอำนาจเป็นเส้นทางนรก อดีต ส.ส.พท.บอกรัฐบาล คสช.พอได้แล้ว

    เมื่อวันอังคาร หลายฝ่ายได้ประเมินสถานการณ์การเมืองในปี 2561 โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ขณะนี้กติกาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. เสร็จจาก กรธ. แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งต้องรอดูในตอนนั้นก่อน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ปีนี้เป็นปีที่จะต้องเตรียมการในทุกด้าน และคงจะชุลมุนวุ่นวายในการทำงานพอสมควร เพราะกลุ่มที่ทำงานด้านปฏิรูปจะต้องเริ่มเสร็จเพื่อทำยุทธศาสตร์ชาติ กระบวนการปฏิรูปและกระบวนการจัดการเลือกตั้งจะต้องเริ่ม ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังสรรหาก็ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะได้มาครบ 7 คนหรือไม่ ซึ่งความวุ่นวายเหล่านี้ยังไม่นับรวมถึงอุบัติเหตุทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นหรืออาจจะไม่มีก็ได้

    "จึงนิยามว่าปี 2561 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง" แต่กฎกติกาที่ออกมาจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่คาดหวังแค่ไหนนั้น คงต้องใช้เวลา เพราะคงไม่สามารถพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที และทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผลการปฏิรูปประกอบกัน แต่ยืนยันได้ว่ากฎกติกาที่ออกมาได้รองรับเพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรม รวดเร็ว และมีกติกาที่ชัดเจน จึงหวังว่าการทำงานจะทำให้เดินหน้าได้รวดเร็ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการทำแผนการปฏิรูป ซึ่งจะเสร็จตอนต้นปี และต้องลงมือทำ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นทั้งในภาครัฐ และในภาคประชาชน ภาครัฐเป็นเรื่องที่ต้องลงมือทำตามแผนปฏิรูป ภาคประชาชนต้องเริ่มปรับตัวเพื่อให้เข้ากับแนวทางปฏิรูปใหม่"

    ประธาน กรธ.กล่าวว่า นักการเมืองก็ต้องปรับกติกาใหม่ เพราะในการเข้าสู่อำนาจ ได้มีการเปลี่ยนแปลง และขณะนี้วิธีคิดของประชาชนก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะตอนนี้ประชาชนไม่ได้รอฟังข่าวหรือรับข่าวจากสื่อหลักเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำตัวเป็นผู้สื่อข่าว และทำตัวเป็นผู้วิเคราะห์สถานการณ์กันได้เอง โดยสามารถทำได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ด้วยเทคโนโลยี เป็นสิ่งดีสำหรับการปฏิรูปประเทศ น่าจะทำให้ประเทศไปสู่จุดที่ดีขึ้น และจะทำให้มีผลดีไปถึงการเมือง ที่ทำให้ประชาชนเริ่มคิดอย่างมีเหตุมีผล

    ส่วนในปี 2561 จะมีการเลือกตั้งหรือไม่นั้น นายมีชัยกล่าวว่า ตอบยาก เพราะต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ประกาศใช้แล้ว 2 ฉบับ แต่ดูแล้วทำท่าจะไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ เพราะว่ามีการปรับเปลี่ยนกกต. และกระบวนการสรรหายังไม่จบ และไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะจบ จึงบอกอะไรล่วงหน้าไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมเอาไว้ พร้อมเมื่อไหร่ก็เดินหน้าเลือกตั้งไป ดังนั้นเชื่อว่าหากการเลือกตั้งช้าลง ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบกับการปฏิรูปประเทศด้านอื่นๆ

    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าโรดแมปการเลือกตั้งยังเดินหน้าไปตามปกติและรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าพิจารณาจากปัจจัยอื่นที่ไม่ใช่ปัจจัยทางกฎหมายคงไม่สามารถประเมินได้ ทุกวันนี้ดูจากกฎหมายเป็นหลักคิดว่าเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนปัจจัยอื่นๆ เป็นเรื่องที่แม่น้ำสายอื่นต้องประเมิน เรื่องการคว่ำกฎหมายลูก ไม่คิดว่าจะมีนะ แต่ก็ไม่รู้ การจะคว่ำกฎหมายได้ต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ของสภา การใช้เสียง 2 ใน 3 ก็ต้องมีการพูดจาล็อบบี้และส่งสัญญาณกัน แต่ตนยังไม่เห็นสัญญาณที่ว่านั้นเลย ถ้ามีก็ช่วยบอกด้วย คิดว่าถ้าจะคว่ำกฎหมายก็คงไม่ใช่เรื่องลี้ลับอะไร ปกปิดอย่างไรก็คงลำบาก

    ปี 61 ไม่มีหลักประกัน

    เมื่อถามว่า ในอนาคตหากมีการประกาศใช้กฎหมายเลือกตั้งประกาศใช้แล้ว แต่เกิดมีการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งหลังจากนั้น จะมีผลต่อการกำหนดวันเลือกตั้งที่ต้องมีขึ้นภายใน 150 วันหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า เมื่อกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้แล้วก็ต้องนับเวลาไปอีก 150 วันเพื่อให้มีการเลือกตั้ง โดยเวลา 150 วันเป็นเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แล้ว ถ้าจะแก้ไขเวลา 150 วันที่เดินหน้าไปแล้ว ในทางกฎหมายมีทางทำได้เพียงอย่างเดียว คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังคิดว่าจะทำได้หรือเปล่าไม่รู้ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก เพราะรัฐธรรมนูญนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ดังนั้นจะไปแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยใช้มาตรา 44 คงไม่ได้ อีกทั้งอำนาจของ คสช.ที่ใช้มายังไม่เคยมีกรณีที่ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ

    ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ทาง คสช.และรัฐบาลยังยืนยันที่จะเดินตามโรดแมป คือจะให้มีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปี 2561 แต่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นจากที่ไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ จึงเกิดปัญหาว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน และทันกรอบเวลาหรือไม่ จึงคาดว่าในช่วงต้นปีคสช.คงจะมีความชัดเจนในส่วนนี้ ซึ่งหากได้เลือกตั้งก็น่าจะอยู่ในช่วงปลายปี 2561 จึงหวังว่าจะเป็นปีที่ประเทศไทยจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม เพราะถ้าไม่ทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม การเมืองที่ดีก็จะเริ่มต้นไม่ได้ และสุดท้ายสิ่งที่คนจะใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน คสช.ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว คือการเมืองหลังเลือกตั้งดีขึ้นหรือไม่ ดังนั้น คสช.ต้องวางบทบาทของตัวเองเป็นผู้ที่กำกับดูแลการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมร่วมกับ กกต.และกลไกที่มีการแต่งตั้งขึ้นมา คือ ส.ว.จะต้องเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่เช่นนั้นจะสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งตามมา และจะทำให้ทุกสิ่งที่ที่พยายามทำมาสูญเปล่า

    หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ทุกคนคงอยากเห็นการปรับเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สิ่งที่เราเรียกว่าภาวะปกติอย่างราบรื่นที่สุดยังมองไม่ค่อยเห็นว่าจะมีใครอยากให้วุ่นวาย เพราะทุกคนน่าจะช่วยกันประคับประคองกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากกว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาของประเทศหลังจากนี้ เพราะความคาดหวังของประชาชนหลังการเลือกตั้งคือการแก้ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง ขณะเดียวกันยังมีปัญหาที่ยังสะสมในเรื่องโครงสร้างของประเทศที่ยังรอการแก้ไข และหากดูจากรัฐธรรมนูญ และมาตรการต่างๆ ที่ออกมา ยังคงไม่เป็นหลักประกันเพียงพอว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดหวัง จึงไม่อยากให้คาดหวังว่ากฎหมายใหม่จะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากมาย

    "มันเปลี่ยนไปมาก แต่เปลี่ยนในเชิงของการมีกฎระเบียบขั้นตอนที่จะดำเนินการ แต่ไม่สามารถเป็นหลักประกันที่คนอยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงจริงๆ คือจะทำอย่างไรให้การเมืองปลอดจากการทุจริต ทำอย่างไรให้การเมืองไม่มีความขัดแย้งรุนแรง ทำอย่างไรให้การเมืองสามารถแก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้า และสามารถที่จะทำพาประเทศไปในระยะยาวได้ด้วย" นายอภิสิทธิ์กล่าว

    ยุ ปชป.พท.จับมือต้านทหาร

    ขณะที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ไม่มั่นใจจะมีการเลือกตั้งในปี 61 และอยากเห็นพรรคการเมืองจับมือร่วมกันต่อสู้เพื่อเอาประชาธิปไตยคืนมา มากกว่าจะไปร่วมมือกับทหาร อย่างไรก็ตาม จากเนื้อหารัฐธรรมนูญแสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจต้องการเป็นรัฐบาลต่อไป โดยมีสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จำนวน 250 คน มาเป็นกำลังหนุน จึงไม่มีทางอื่นที่พรรคการเมืองจะต่อสู้ได้ นอกจากพรรคการเมืองใหญ่จะต้องหันหน้ามาจับมือไม่ว่าประชาธิปัตย์ เพื่อไทย แม้จะเป็นได้ยาก เพราะสองพรรคนี้มีบาดแผลต่อกัน แต่ต้องทำ ต้องหันมาปรองดองกันก่อน ถ้าไม่ทำจะไม่มีทางชนะ และจัดตั้งรัฐบาลได้โดยผู้นำของประชาธิปัตย์และเพื่อไทยต้องทำ เพื่อที่จะสู้ให้ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา ถ้าสู้ในกติกานี้โดยไม่ร่วมมือกันอย่างไรก็ไม่มีทางชนะ

    อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงสถานการณ์ของพรรค ปชป.ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า ที่ผ่านมาหัวใจตนสนับสนุนนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนเต็มที่ แต่เมื่อนายสุรินทร์เสียไปแล้ว ก็รู้สึกเศร้าใจและเสียใจ เพราะทำให้ประชาธิปัตย์ขาดกำลังสำคัญ ดังนั้นในใจตนตอนนี้มองเห็น 4-5 คนที่จะร่วมกันนำประชาธิปัตย์สู้ศึกเลือกตั้ง มีทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรค, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น

    "เวลานี้ผู้ที่เหมาะสมที่สุดคือนายชวน ที่จะเป็นหัวหน้าพรรค นำพรรคสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า แล้วให้นายบัญญัติ นายจุรินทร์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นรองหัวหน้าพรรค คอยช่วยขับเคลื่อน ถึงแม้ว่านายชวนจะมีอายุมากแล้วก็ตาม ถ้าไม่ใช่นายชวน ยังมองไม่เห็นคนอื่นหรือทางอื่นที่ประชาธิปัตย์จะได้คะแนนมากกว่า" นายพิชัยกล่าว

    นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองปี 2561 เป็นทางเเยกสำคัญของรัฐบาล คสช.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นผู้เลือกเองว่าจะเลือกทางไหน ระหว่างทางนรกหรือทางสวรรค์ ถ้าเลือกเส้นทางถูก ใช้เวลา 1 ปีที่เหลือ รักษาคำพูดปูทางโรดเเมปไปสู่การเลือกตั้งที่มีคุณภาพ เพื่อวางโครงสร้างประเทศ โดยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือกนายกฯ และรัฐบาลด้วยตนเอง จะเป็นเส้นทางไปสู่สวรรค์ ไม่มีปัญหาต่อตัวพล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์หาข้ออ้างสืบทอดอำนาจ ในการเป็นนายกฯ ต่อ ใช้กลอุบาย ไม่ทำตามสัญญา หาทางต่ออำนาจให้ตนเอง โดยไม่สนใจความเดือดร้อนประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่กำลังเดือดร้อนกับปัญหาเศรษฐกิจ ในที่นี้ ขอเตือนเอาไว้ก่อนว่า เป็นเส้นทางนรก ซึ่งจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความสุขกับชีวิตที่เหลืออยู่หลังลงจากอำนาจ

    รัฐบาล คสช.พอได้แล้ว

    "ไม่มีใครเดาสถานการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เเต่จากประวัติศาสตร์ มีบทเรียนให้เห็นว่า ใครไม่คิดทำเพื่อประชาชน จุดจบจะไม่สวยงาม และใครทำเพื่ออำนาจตัวเอง จุดจบต้องมีอันเป็นไป ซึ่งในกรณีผู้มีอำนาจออกมาขู่ว่าหากยังมีสถานการณ์ไม่สงบอาจไม่มีเลือกตั้งนั้น ถือได้ว่าบิดเบือนสถานการณ์ทำร้ายประเทศ เพราะประเทศวันนี้ไม่มีสถานการณ์แบบนั้นต่อไปแล้ว มีเเต่การถกเถียงเรื่องการเมือง ที่เป็นเรื่องปกติ ไม่มีเหตุการณ์ไม่สงบใดๆ ทั้งสิ้น จึงเป็นข้ออ้างที่ผู้พูดหวังผลอะไรนั้น ผมไม่เเน่ใจ ยากคาดเดา" นายสาธิตกล่าว

    ส่วนนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2561ว่า ถึงอย่างไรต้องมีการเลือกตั้ง รัฐบาลต้องทำตามกฎหมาย ในรัฐธรรมนูญระบุกรอบเวลาการเลือกตั้งไว้ชัดเจน รัฐบาลและ คสช.จะดันทุรังไปทำไม พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่า ถ้ายังไม่สงบ ยังมีความขัดแย้ง จะไม่มีการเลือกตั้ง ขอให้เลิกพูด แต่ควรพูดว่ารัฐบาลจะทำตามกฎหมาย ตอนนี้ยังมองไม่เห็นเหตุที่จะทำให้ไม่มีเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่มีจริงๆ รัฐบาล คสช.ต้องบอกให้ชัด ไม่มีเพราะอะไร

    “รัฐบาล คสช.พอได้แล้ว อยู่มา 4 ปี ไม่มีอะไรดีกว่านี้ มีแต่สาละวันเตี้ยลงๆ ความเชื่อถือต่างๆ ลดลง ยังมีเรื่องนาฬิกามาอีก 4 ปีพอได้แล้ว ถ้าไม่มีเลือกตั้ง นักการเมืองไม่เท่าไหร่ รัฐบาลควรมาดูว่า วันนี้เศรษฐกิจดีหรือไม่ คนคาดกันว่า ถ้ามีเลือกตั้งแล้ว เศรษฐกิจจะดีขึ้น บอกจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน นี่คุณผิดคำสัญญามานานแล้ว” นายสมคิดกล่าว

    ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีตระกูลสะสมทรัพย์ อาจพอสะท้อนได้ว่ายิ่งใกล้วันเลือกตั้งคงมีความพยายามหลายฝ่ายจะดึงคนในพรรคเพื่อไทยออกไป นายสมคิดกล่าวว่า เท่าที่ตามข่าวเรื่องตระกูลสะสมทรัพย์ เป็นการไปตีกอล์ฟกัน แต่ปกติแล้วการเมืองหลังการยึดอำนาจ ทหารจะตั้งพรรค เป็นเรื่องปกติที่จะดึงคนจากหลายพรรคการเมืองให้ไปอยู่ด้วย ขอร้องกันด้วยเรื่องบุญคุณบ้าง ด้วยเรื่องต่างๆ บ้าง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่มีใครขยับ แม้ก่อนหน้าจะมีความพยายามจากคนที่จะทำพรรคการเมือง ได้ลองมาพูดคุย ทาบทามอดีต ส.ส.เพื่อไทยให้ไปร่วมด้วย แต่ในวันนี้เท่าที่ถามเพื่อน ส.ส.อีสานยังไม่มีใครออกไป.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น