เริ่มต้นปี เริ่มต้น “ออม”

  • Thursday, January 4, 2018 - 00:00


    เริ่มต้นปี 2561 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนมีความสุขกับเทศกาลดังกล่าวอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากนั้น “ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานรากธนาคารออมสิน” ได้มีการสำรวจการใช้จ่ายของประชาชนระดับฐานรากในช่วงเทศกาลดังกล่าว จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาททั่วประเทศ จำนวน 1,849 ตัวอย่าง พบว่า ภาพรวมการใช้จ่ายของประชาชนระดับฐานรากในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 57,000 ล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 3,765 บาท

    ทั้งนี้ การใช้จ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ในมุมเศรษฐกิจก็ถือเป็นการช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศในส่วนหนึ่ง

    ขณะที่เชื่อว่าประชาชนในกลุ่มฐานรากส่วนใหญ่ หลังจากมีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลแห่งความสุขผ่านไปแล้ว ก็จะหันหน้ากลับมา “ออมเงิน” เพื่อไว้ใช้จ่ายในเทศกาลอื่นๆ หรือเพื่อเป็นเงินออมไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกครั้ง ซึ่งในส่วนนี้ถือว่าตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนให้คนออมเงินไว้ใช้จ่ายยามจำเป็นมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้นอกจากจะถือเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก ในมุมของรัฐบาลก็ได้รับประโยชน์ไปด้วย เพราะหากเป็นเงินออมที่เก็บไว้ใช้ยามเกษียณ ไม่ได้ทำงาน ก็จะช่วยทำให้รัฐประหยัดงบประมาณในการดูแลส่วนนี้ลง และสามารถนำงบประมาณไปเสริมในส่วนที่จำเป็นของประเทศ เพื่อให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย

    ทั้งนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปดูพฤติกรรมการออมของนักออมของไทย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 “ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล” ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินของประชาชนในช่วงครึ่งแรกของปี 2560” ซึ่งพบว่า คนส่วนใหญ่ยังมีรายได้ที่ใกล้เคียงกับรายจ่าย คือ มีรายได้เฉลี่ย 26,470 บาทต่อเดือน ขณะที่รายจ่ายอยู่ที่ 21,607 บาทต่อเดือน และมีหนี้สินเฉลี่ยที่ 565,302 บาท

    โดยประชาชนกว่า 51.65% เป็นกลุ่มที่มีเงินออม ขณะที่ประชาชนอีกกว่า 48.30% เป็นกลุ่มที่ไม่มีเงินออม ส่วนอีก 0.05% ไม่ระบุในส่วนนี้ ขณะที่ประชาชน 50.05% คาดว่าเงินออมที่มีเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนได้ และอีกกว่า 41.92% ไม่เพียงพอ ส่วนอีก 8.03% ไม่ได้ระบุแยกย่อยลงไปในรายละเอียดของการออมแต่ละวัตถุประสงค์ พบว่า 48.79% เป็นการออมเพื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ส่วนอีก 38.33% เป็นการออมเพื่อสำรองไว้ใช้ในอนาคต ขณะที่ 26.91% เป็นการออมเพื่อการศึกษา และอีก 12.58% เป็นการออมเพื่อไว้ใช้ในยามเกษียณนั่นเอง

    และด้วยปัจจัยเรื่องสถานการณ์ประชากรในประเทศไทย ที่จำนวนผู้สูงอายุมีเพิ่มขึ้น สวนทางกับจำนวนเด็กเกิดใหม่และประชากรในวัยทำงาน นี่จึงอาจเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการออมของประชาชนมากยิ่งขึ้น” ผ่านมาตรการสนับสนุนการออมเงินของผู้สูงอายุ ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือการออมของแรงงานในระบบ และการออมของแรงงานนอกระบบ โดยในส่วนนี้แบ่งเป็น 2 แนวทาง ได้แก่ 1.กองทุนประกันสังคม และ 2.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่รองรับแรงงานนอกระบบให้สามารถเข้ามาออมเงินเพื่อให้มีเงินใช้ในยามเกษียณอายุได้

    ต้องยอมรับว่าประเด็นเรื่อง “การออม” ถือเป็นสิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมาโดยตลอด เพราะถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะตัวผู้ออมเอง แต่ก็มีอีกประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อ “สถานการณ์หนี้ครัวเรือน” ที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะชะลอลงมาบ้างแล้ว แต่ก็อาจเป็นปัจจัยกดดันให้การออมของประชาชนอาจทำหน้าที่ได้ไม่เต็มศักยภาพมากพอ ปัจจัยเสี่ยงด้านนี้ไม่เพียงกดดันเรื่องการออมเท่านั้น แต่ยังส่งผลกดดันไปถึงความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชนในระดับฐานรากอีกด้วย จึงอาจเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป แต่อย่างไรก็ดี “การออม” ก็ถือเป็นประโยชน์สูงสุด เป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอยู่แล้ว.

    ครองขวัญ รอดหมวน

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น