เงินเฟ้อปี60ขยายตัว0.66% ศก.ฟื้น-น้ำมัน-บุหรี่แพง คาด61ทะยานแตะ1.6%

  • Thursday, January 4, 2018 - 00:00


    “พาณิชย์” เผยเงินเฟ้อปี 60 ขยายตัว 0.66% มาจากการเพิ่มขึ้นของน้ำมัน และราคาเหล้า บุหรี่แพงจากการขึ้นภาษีสรรพสามิต ส่วนปี 61 คาดเงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 0.6-1.6% โดยมีแรงหนุนจากรายได้ภาคเกษตรดีขึ้น มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ส่งออกดี นักท่องเที่ยวเพิ่ม และภาครัฐเร่งใช้จ่าย

    น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ธ.ค.2560 เท่ากับ 101.37 ลดลง 0.08% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ย.2560 และเพิ่มขึ้น 0.78% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.2559 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ทำให้เงินเฟ้อรวมทั้งปีเพิ่มขึ้น 0.66% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ประเมินไว้ว่าจะอยู่ในกรอบ 0.4-1.0%

    สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อทั้งปี 2560 เพิ่มขึ้น 0.66% มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 1.04% โดยน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวหลักที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ทั้งปีเพิ่มถึง 9.55% รองลงมาเป็นหมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 2.73% จากการเพิ่มขึ้นของภาษีสรรพสามิต หมวดบันเทิง การอ่าน การศึกษา เพิ่ม 0.56% การตรวจรักษา เพิ่ม 0.29% เคหสถาน เพิ่ม 0.08% ส่วนการสื่อสาร ลด 0.03% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ลด 0.01%

    ขณะที่สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.02% โดยผักสด ลด 5.55% ผลไม้ ลด 2.19% ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ลด 1.98% ไข่และผลิตภัณฑ์นม ลด 2.15% เนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ ลด 0.11% แต่เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 1.23% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.88% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 1.13% นอกบ้าน เพิ่ม 1.17%

    “เงินเฟ้อทั้งปี 2560 สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสะท้อนว่ากำลังซื้อดีขึ้น แต่ก็ยังถือว่าไม่มาก เพราะกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะราคาสินค้าภาคเกษตรยังลดลง ซึ่งรัฐบาลจะต้องดูแลช่วยเหลือต่อไป ส่วนกลุ่มไม่ใช่อาหารสินค้าส่วนใหญ่ราคาทรงตัว ที่เพิ่มก็มาจากน้ำมันเป็นหลัก และยังมีบุหรี่ เหล้า ที่เพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษี แต่ตัวอื่นที่เริ่มเห็นมีสัญญาณเพิ่มขึ้น อย่างราคาทัวร์ บริการด้านการท่องเที่ยวที่ขยายตัวตามการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น” น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

    น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงไตรมาสแรกปี 2561 คาดว่า จะยังคงทรงตัว แต่ละเดือนไม่น่าจะเพิ่มขึ้นถึง 1% โดยจะมีช่วงตรุษจีนที่ราคาอาจจะขยับขึ้นบ้างตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่วนทั้งปี 2561 ประเมินว่าจะอยู่ในกรอบ 0.6-1.6% ซึ่งมีสมมติฐานจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย 3.5-4.0% ราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ย 50-60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

    โดยมีปัจจัยหลักมาจาก การฟื้นตัวของรายได้เกษตรกร และการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้กลุ่มแรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในเมืองท่องเที่ยวขยายตัวดีขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น