พม่าเล็งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำดึงทุนนอก

  • Thursday, January 4, 2018 - 00:00


    อองซาน ซูจี

    สื่อทางการเมียนมารายงานเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี เตรียมขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นประมาณวันละ 115 บาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ตามเป้าหมายที่เคยวางไว้เมื่อครั้งสืบทอดอำนาจจากรัฐบาลทหารเมื่อกว่า 2 ปีก่อน

    สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2560 ว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 4,800 จ๊าต หรือราว 115 บาท เป็นการขึ้นค่าแรง 33% จากค่าแรงขั้นต่ำที่เมียนมากำหนดเป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาลที่มีกองทัพหนุนหลังเมื่อปี 2558

    รายงานกล่าวว่า ค่าแรงขั้นต่ำใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ทั่วทุกภูมิภาคและทุกรัฐ และใช้กับธุรกิจทุกประเภทที่จ้างแรงงานตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

    พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี ชูธงด้านเศรษฐกิจเป็นงานหลักของพรรคระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง กระทั่งชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลเมื่อเดือนเมษายน 2559 แต่นักวิจารณ์กล่าวกันว่า รัฐบาลของนางซูจียังไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าอย่างแท้จริง ยังต้องดิ้นรนผ่านกฎหมายที่ทำให้เมียนมาเอื้อต่อการทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น หรือสื่อให้เห็นวิสัยทัศน์ที่กระจ่างชัด

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ว่าจีดีพีของเมียนมาในปี 2560 ขยายตัวช้าลง อยู่ที่ 5.9% และประมาณการว่าจีดีพีจะขยายตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.7% ในปีนี้

    ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลพากันโต้เถียงว่า เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินการทำงานของรัฐบาลที่ต้องรับมรดกภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดอยู่แต่เดิม

    ฌอน เทอร์เนลล์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลเมียนมา กล่าวว่า รัฐบาลของนางซูจีประสบความสำเร็จอย่างสูงในการรับมือกับอัตราเงินเฟ้อสูง, หนี้สิน และการขาดดุลงบประมาณที่ตกทอดมาจากยุคที่ระบอบทหารปกครองเมียนมายาวนานหลายทศวรรษ การทำงานลำดับแรกของรัฐบาลชุดนี้จึงเป็นการสร้างเสถียรภาพของสิ่งต่างๆ ข้างต้น

    เมียนมามีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ที่ประมาณ 36,835 บาทต่อปี และราวร้อยละ 37 ของประชากร 51 ล้านคนมีชีวิตอยู่ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับเส้นกำหนดความยากจน

    ค่าแรงขั้นต่ำของเมียนมายังต่ำกว่าคู่แข่งเศรษฐกิจร่วมภูมิภาคนี้ ทั้งกัมพูชา, ไทย และเวียดนาม เมียนมาจึงต้องการล่อใจนักลงทุนเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ อย่างไรก็ดี ผลการสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเมียนมากลับไม่สดใสนัก เมื่อเดือนตุลาคม ธนาคารโลกประเมินว่าเศรษฐกิจและการลงทุนในเมียนมาจะขยายตัวช้าลง แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวมจะมีเสถียรภาพ

    ธนาคารโลกยังกล่าวด้วยว่า วิกฤติในรัฐยะไข่ ซึ่งทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพเข้าบังกลาเทศมากกว่า 655,000 คน อาจส่งผลกระทบทางลบต่อการหลั่งไหลเข้ามาลงทุน ซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แต่เดิมจากภาพความเข้าใจของนักลงทุนเรื่องการปฏิรูปที่เชื่องช้า

    ตามข้อมูลขของสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอเมียนมา ก่อนที่ค่าแรงขั้นต่ำจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ผู้ที่คัดค้านสามารถยื่นคำร้องคัดค้านหรือขอให้สอบถามความคิดเห็นสาธารณะได้ ภายใน 60 วัน

    รายงานกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าพวกนายจ้างน่าจะคัดค้านการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างรุนแรง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก และธุรกิจที่ว่าจ้างแรงงานตามฤดูกาลราคาถูก.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น