พอใจอุบัติเหตุลดทุกสถิติ เมาขับพุ่งคุมประพฤติอื้อ

  • Thursday, January 4, 2018 - 00:00


    นายกฯ พอใจไร้เหตุรุนแรงช่วงปีใหม่ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ ขอให้คุมเข้มทั้งปีไม่เฉพาะเทศกาล สรุป 6 วันอันตรายเซ่น 375 ศพ เจ็บ 3,612 ราย เกิดอุบัติเหตุ 3,456 ครั้ง เทียบกับปีก่อนลดลงทุกสถิติ เมาแล้วขับพุ่ง 3,515 คดี

    เมื่อวันที่ 3 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงภาพรวมการดูแลจราจรและลดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่ว่า ปี 2561 เข้ามาแล้วขอให้เป็นปีแห่งรอยยิ้มของนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องการจราจรหากยังมีคนเจ็บตายอยู่ก็ยังไม่พอใจ จะต้องไม่มีเลย และอุบัติเหตุต้องลดลงถึงจะน่าพอใจ โดยจะต้องเป็นความพอใจของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะของนายกฯ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พอใจคือการไม่มีเหตุการณ์รุนแรง และการกระทำผิดกฎหมายที่รุนแรงเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร มูลนิธิ อาสาสมัคร ที่ทำงานไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

    สำหรับสิ่งที่กังวลคือ ทำอย่างไรเราจะให้ความสำคัญเรื่องการจราจรไปทั้งปี ไม่ใช่แค่ในช่วงเทศกาลเท่านั้น เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจากจิตสำนึก วินัยในการขับขี่ ปีใหม่ใช้รถกันมากขึ้น น่าสงสัยว่ารถติดขนาดนี้ทำไมจึงยังมีเจ็บตายถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นจักรยานยนต์ รถกระบะ 5 เปอร์เซ็นต์ และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่อยากให้มีเจ็บตายอีก ขอให้ช่วยกันรักษาวินัยจราจร ดูแลตัวเอง คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ดื่มสุรา ดูแลความสมบูรณ์ของรถยนต์ก่อนขับขี่ ซึ่งบางครั้งรถสาธารณะไม่เพียงพอ มีการนำรถเก่ามาวิ่งแทน ผู้คนต้องการกลับบ้านต่างจังหวัด จำเป็นต้องขึ้น ขอให้สังคมมาช่วยกันดูแล โดยขอให้ยอดคนเจ็บตายลดลงทั้งปี

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ส่วนตัวพอใจต่อมาตรการคุมเข้มด้านการจราจรในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 ซึ่งสามารถลดยอดการสูญเสียลงได้ เหลือเฉลี่ยวันละ 60 คน ขณะที่วันปกติที่ไม่มีการคุมเข้มมีอัตราสูญเสียเฉลี่ยวันละ 62 คน ดังนั้นต้องการให้ดำเนินมาตรการที่เข้มข้นต่อไป เพื่อลดอัตราการสูญเสียดังกล่าว ต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายและขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือด้วย

    พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงภาพรวมการดูแลรักษาความปลอดภัยและการจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่ 28 ธ.ค.2560-2 ม.ค.2561 ว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี โดยขอบคุณประชาชนที่เคารพกฎหมายเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ส่วนอุบัติเหตุมีปกติอยู่แล้ว แต่ปีนี้สถิติลดลงดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมามีการสร้างความรับรู้ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ส่วนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปีใหม่นี้ ยืนยันว่ายังคงดำเนินการและขับเคลื่อนงานต่อไปภายใต้นโยบายของรัฐบาล

    6 วันอันตรายตาย 375

    ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.สมศักดิ์ สมรักษ์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เปิดเผยว่า จากการรวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 3 ม.ค.2561 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 400 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 51 ราย ผู้บาดเจ็บ 431 คน

    สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 40.25, ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.50 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.76, รถปิกอัพ 8.19 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,003 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,112 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 811,773 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 140,714 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 42,131 ราย ไม่มีใบขับขี่ 38,210 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี และสงขลา (15 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี บุรีรัมย์ นครราชสีมา และนนทบุรี (3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (17 คน)

    สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (28 ธ.ค.2560- 2 ม.ค.2561) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,456 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 375 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,612 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด ได้แก่ น่าน ชัยนาท นครนายก ตรัง นราธิวาส ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (120 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (15 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (124 คน)

    พล.ต.สมศักดิ์กล่าวว่า ประชาชนบางส่วนยังคงอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยว นายกฯ จึงได้สั่งการให้ ศปถ.ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดเส้นทางอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร อีกทั้งดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตามหลักปฏิบัติ “4 ห้าม 2 ต้อง” ได้แก่ ห้ามเร็ว ห้ามเมา ห้ามโทร ห้ามง่วง ต้องสวมหมวกนิรภัย และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ตลอดจนตรวจสอบรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานก่อนเดินทาง และการประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันการง่วงหลับใน รวมถึงดำเนินการแก้ไขปัญหาและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ

    นอกจากนี้ ให้จังหวัดถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2561 เพื่อวางมาตรการและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานในช่วงปกติ และช่วงเทศกาลสำคัญ ควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ. เลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 รวม 6 วัน (28 ธ.ค.2560-3 ม.ค.2561) พบว่า จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและจำนวนผู้บาดเจ็บ ลดลงเมื่อเทียบจากปีที่แล้ว เนื่องจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ศปถ.จะเร่งผลักดันการขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนในระยะยาวอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง รวมถึงบูรณาการฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นระบบทั้งการจัดเก็บ ติดตาม และประเมินผลที่ครบวงจร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด และสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

    เมาแล้วขับพุ่ง 3.5 พันคดี

    นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวว่า นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้รายงานสถิติศาลสั่งคุมประพฤติคดี พ.ร.บ.จราจรทางบก และขับรถประมาทในช่วงเทศกาลปีใหม่ภาพรวมทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.2560-2 ม.ค.2561 พบว่า มีผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติทั้งหมดจำนวน 3,936 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,515 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 89.30, คดีขับรถประมาท จำนวน 44 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 1.11, คดีขับซิ่ง จำนวน 1 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.02, คดีขับเสพและอื่นๆ จำนวน 376 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 9.55

    เมื่อพิจารณาสถิติคดีเมาแล้วขับยอดสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุรินทร์ 361 คดี, สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 288 คดี, สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสกลนคร 201 คดี, สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนนทบุรี 182 คดี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุบลราชธานี 175 คดี

    “ผู้ถูกคุมความประพฤติทั้งหมดจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและทำงานบริการสังคม เช่น การช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การดูแลเหยื่อเมาแล้วขับ เป็นต้น เพื่อให้เกิดจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่หวนไปกระทำความผิดซ้ำอีก และหากไม่มารายงานตัว และไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด พนักงานคุมประพฤติจะรายงานศาล” นายธวัชชัยระบุ

    สำหรับผู้ถูกคุมประพฤติที่มีภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทำงานนอกพื้นที่เขตอำนาจศาล หรือสำนักงานคุมประพฤติที่ศาลมีคำสั่งฯ สามารถร้องขอโอนประเด็นให้ไปรายงานตัว และทำงานบริการสังคมในพื้นที่ที่เป็นภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทำงานของตนเองได้ แต่ครั้งแรกต้องไปพบพนักงานคุมประพฤติ ณ สำนักงานที่ศาลมีคำสั่งก่อน

    ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมการจัดขบวนรถโดยสารเพื่อให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2561 ว่า ขบวนรถที่ให้บริการเพียงพอต่อการเดินทางของประชาชน จึงไม่พบผู้โดยสารตกค้างตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้พ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถที่มีการวิ่งให้บริการ จำนวน 242 ขบวนต่อวัน และจัดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร จำนวน 14 ขบวน โดยในวันที่ 28 ธ.ค.2560-2 ม.ค.2561 มีจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางทั้งสิ้น 661,864 คน

    สำหรับเส้นทางที่ผู้โดยสารเดินทางมากที่สุดคือ สายใต้ 189,503 คน ถัดมาคือสายตะวันออกเฉียงเหนือ 183,202 คน, สายเหนือ 153,662 คน, สายตะวันออก 78,197 คน และสายแม่กลอง 57,300 คน ทั้งนี้ วันที่ 29 ธ.ค.2560 มีผู้โดยสารเดินทางสูงสุดถึง 124,949 คน เมื่อเปรียบเทียบจากปีที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการ 641,747 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3 เปอร์เซ็นต์ และคาดการณ์ว่าวันที่ 3 ม.ค.จะมีผู้โดยสารเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ อีกกว่า 100,000 คน สรุปภาพรวมไม่มีอุบัติเหตุด้านการเดินรถ ดำเนินการบรรลุเป้าหมายเป็นที่น่าพอใจ

    นอกจากนี้ วันที่ 3 ม.ค. เป็นวันทำงานวันแรก รฟท.ได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารจำนวน 2 ขบวน นอกเหนือจากขบวนรถที่เดินประจำอยู่แล้ว รองรับผู้โดยสารได้ถึง 2,000 คน

    ที่สถานีขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 3 หรือ บขส.3 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมกันส่งมอบความสุขและของขวัญเนื่องในวันปีใหม่ 2561 ให้กับผู้โดยสารที่มารอการโดยสารภายในสถานี โดยยังมีประชาชนจำนวนมากรอรถโดยสารไปในเส้นทางฝั่งขาล่อง เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เขตปริมณฑล รวมไปถึงย่านนิคมอุตสาหกรรมในเขตจังหวัดภาคตะวันออก อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

    สำหรับสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ เส้นทางจากภาคอีสานตอนบนไปยังกรุงเทพฯ นั้น แม้จะมีปริมาณรถหนาแน่น แต่สามารถเดินทางได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรยังคงจัดระบบการเดินรถในทุกเส้นทางให้สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการคุมเข้มตามมาตรการ 3ม. 2ข. 1ร. อย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันยังคงมีการขอความร่วมมือไปยังผู้จำหน่ายของฝากริมถนน 2 ข้างทาง ที่ห้ามตั้งร้านยื่นออกมา หรือการจัดช่องจอดรถไว้ริมถนน เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรด้วย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น