เตือนทำอวัยวะเพศชายขาวมีอันตราย

  • Friday, January 5, 2018 - 00:00


    กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเตือนเลเซอร์อวัยวะเพศชายให้ขาวอันตราย ได้ไม่คุ้มเสีย เจ็บทั้งตัว เสียทั้งเงิน พร้อมประสานพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาการโฆษณา ชี้แม้ไม่ได้โฆษณาเอง แต่ปล่อยให้ผู้อื่นโฆษณาก็ผิดเช่นกัน

    จากกรณีหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กถึงการใช้เทคนิคเลเซอร์ลดการสร้างเม็ดสีผิวบริเวณอวัยวะเพศชายให้ขาวขึ้น หรือเลเซอร์ปิกาจู ของโรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรีนั้น

    เมื่อวันที่ 4 มกราคม นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า การใช้เลเซอร์เพื่อทำให้ผิวขาวขึ้นนั้น หากนำมาใช้กับอวัยวะเพศชายอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้รับบริการ ทั้งเกิดอาการเจ็บปวดขณะทำ การระคายเคืองได้ง่ายกว่าก่อนทำ ผิวหนังอักเสบ เกิดรอยแผลเป็น และอาจส่งผลกระทบถึงระบบสืบพันธุ์ และการมีเพศสัมพันธ์ได้ ทั้งนี้ การทำเลเซอร์ไม่ได้ผลถาวร เมื่อหยุดทำผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศชายก็จะกลับมาดำหรืออาจจะเป็นจุดด่างดำดูน่าเกลียด และบริเวณนั้นเป็นส่วนที่บอบบางอยู่แล้ว การทำเลเซอร์ให้ขาวจึงทำให้ผิวอักเสบได้ง่าย มีการแพ้ได้ง่าย เกิดเป็นขุย แห้ง เป็นอันตรายมากกว่า จึงมองว่าการทำเลเซอร์ให้อวัยวะเพศขาวขึ้นนั้นอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีอีก

    นพ.ธงชัยกล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของการโฆษณาที่มีการใช้ภาพคนไข้ที่อยู่ในอิริยาบถที่ดูแล้วไม่เหมาะสม ส่อไปทางลามกอนาจาร รวมทั้งเป็นการโฆษณาเครื่องมือแพทย์ กรม สบส.ได้ประสานพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจสอบเนื้อหาดังกล่าว ซึ่งแม้สถานพยาบาลดังกล่าวจะไม่ได้เป็นผู้โฆษณาด้วยตนเอง แต่ตามกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งห้ามปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นโฆษณาสถานพยาบาลแทนโดยการใช้ข้อความ ภาพ เสียง อาทิ การถ่ายคลิป/ไลฟ์สดผ่านสื่อโซเชียล ไม่ว่าสถานพยาบาลจะมีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ แต่หากมิได้มีการทักท้วงหรือปฏิเสธ ก็จะถือว่าเข้าข่ายรู้เห็น ยินยอมให้มีการโฆษณาสถานพยาบาลแทน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณา และหากพบว่าผู้ประกอบวิชาชีพอาจมีการกระทำผิดมาตรฐานจะส่งเรื่องให้สภาวิชาชีพดำเนินการด้านจริยธรรมด้วย

    อย่างไรก็ตาม ในส่วนคนที่กดไลค์ แชร์ และคอมเมนต์ ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ ไม่ได้ครอบคลุมในการเอาผิดเรื่องนี้ แต่เมื่อเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมายอาจจะมีความผิดในส่วนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 แทน จึงอยากจะให้ประชาชนระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะอาจทำผิดโดยไม่รู้ตัวได้ ซึ่งการแจ้งข้อมูลเข้ามาก็จะเป็นการช่วยแจ้งเตือนไปยังประชาชนคนอื่นด้วยว่าการโฆษณาแบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ประชาชนจะได้รู้เท่าทันการโฆษณาและผลเสียจากการทำศัลยกรรมต่างๆ ด้วย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น