เบาๆ...เอาไว้หน่อย!!!

  • Friday, January 5, 2018 - 00:00


    ไม่ว่าชอบ-ไม่ชอบ รัก-ไม่รัก...แต่อย่างน้อยคงต้องยอมรับนั่นแหละว่า ยังไงๆ เผด็จการละมุนภัณฑ์อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ บ้านเรา น่าจะดูดีกว่า ทรัมป์บ้า ผู้นำประชาธิปไตยของแท้แต่ดั้งเดิมอย่างอเมริกาไม่รู้กี่ต่อกี่เท่า จะด้วยเหตุเพราะประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ไม่ถึงกับสร้างเวร-สร้างกรรมเอาไว้กับใครมากมาย ซักเท่าไหร่ เลยไม่ต้องเจอกับภาวะ ด้วยเหตุเพราะประเทศนี้ (อเมริกา) มันมีกรรม-จึงได้ทรัมป์มาเป็นนายขายหน้าเอย ดังที่อาจารย์ ปราโมทย์ นาครทรรพ ท่านได้รจนาเอาไว้ หรือไม่ ประการใด คงต้องไปคิดๆ กันเอาเอง...
    ----------------------------------------------
    แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ถ้าต้องเจอกับระดับประธานาธิบดี ระดับผู้นำสูงสุดของประเทศ ลุกขึ้นมาแสดงกิริยาอาการไม่ต่างอะไรไปจาก เด็กหลังวัด หรืออาจหนักซะยิ่งกว่านั้น คือลุกขึ้นมาป่าวประกาศ ท้าทาย ว่า ของกูใหญ่กว่ามึง หรือ ยาวกว่ามึง (Mine is bigger) ดังเช่นที่ ทรัมป์บ้า ลุกขึ้นมาประกาศตอบโต้ คิมน้อย ในเรื่อง ปุ่มนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือ อันนี้...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ออกจะเป็นอะไรที่น่าอาย น่าขายหน้า มิใช่น้อย คือมันไม่ได้แสดงออกถึง สติ, ปัญญา และ วุฒิภาวะ ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่ทำให้อเมริกันชนทั้งหลาย ต้องเสียหน้า เสียหมา ไปด้วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้บรรดาพลโลกทั้งหลาย พลอยต้องเสียวสันหลังวาบไปด้วย ที่ดันมี ผู้นำโลก ซึ่งหนักไปทาง บ้า..ก็...บ้าวะ อย่างเห็นได้โดยชัดเจน...
    -------------------------------------------
    คือเรื่องของอาวุธ นิวเคลียร์ เรื่องของ ขีปนาวุธทำลายล้าง...ยังไงๆ มันคงไม่ใช่เรื่องประเภทบ้องข้าวหลามหนองมน หรือเรื่องปลัดขิกวัดบางขุนเทียนนอก อยู่แล้วแน่!!! ที่จะเอามาวัดขนาด เอามาคุยใหญ่ คุยโต ว่าของใครยาวกว่า ใหญ่กว่า ของใครใช้การได้ ของใครยังใช้การไม่ได้ เพราะถ้าลองเจอเข้าแค่ ตูม เดียวเท่านั้น ผลที่ตามมา...มันคงไม่ต่างไปจากที่ ดร. ทาคาชิ นากาอิ (Dr. Takashi Nagai) หนึ่งในประจักษ์พยานผู้ได้เห็นเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ที่คุณพ่ออเมริกาเอามาทิ้งใส่ อำเภออูราคามิ จังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อที่ 9 สิงหาคม ปีค.ศ.1945 และได้เขียนบรรยายไว้โดยละเอียดในหนังสือเรื่อง The Bells of Nagasaki หรือ นางาซากิเสียงครวญแห่งสันติ ที่คุณ ฉัตรนคร องคสิงห์ ท่านได้นำมาแปลเผยแพร่เป็นภาษาไทยไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว...
    ----------------------------------------------
    ตามข้อความในหนังสือว่าเอาไว้ดังนี้... 11 นาฬิกากับอีก 2 นาที ของวันพฤหัสที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 ระเบิดปรมาณูชนิดพลูโตเนียม แสดงแสนยานุภาพอันมหาศาลของมันที่ระดับความสูงราวห้าร้อยเมตร เหนือเทือกเขามัตสุยามา อำเภออูราคามิ จังหวัดนางาซากิ พลังมากมายเกินกว่าคณานับของแรงอัดที่รุนแรงยิ่งกว่าพายุใต้ฝุ่นที่แรงที่สุด อัดกระแทกออกมาพร้อมๆ กับการระเบิด ตามด้วยพายุที่บ้าคลั่งพุ่งทะลุทะลวงสู่ทุกทิศทางด้วยความเร็ว 2,000 เมตรต่อวินาที กระแทก-บด-อัด-ขยี้ กวาดเรียบทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ภาวะสุญญากาศ ณ จุดใจกลางระเบิด ทำให้ข้าวของทุกสิ่ง ไม่ว่าชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก ถูกดูดลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นจึงตกกระหน่ำกลับมาสู่พื้นเบื้องล่างอย่างเกรี้ยวกราด สุดฤทธิ์โทสะ อุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 9,000 องศาฟาเรนไฮต์ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมอดไหม้ภายในพริบตา ฝนเหล็กเรืองรองด้วยประกายไฟ ที่เกิดจากเศษเล็ก เศษน้อย ของเนื้อโลหะถูกเผาร้อนแหลกเหลว ตกโปรยปรายสู่พื้นดิน ส่งผลให้ทุกหย่อมหญ้ากลายเป็นทะเลเพลิง ประมาณกันว่าผู้คนประมาณ 30,000 คนตายลงในวันนั้น อีกกว่า 100,000 คน ทุรนทุรายอยู่กับความเจ็บปวด ไม่รวมอีกจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคอันเกิดเพราะรังสีปรมาณู...ฯลฯ
    -------------------------------------------------------
    นี่...แค่นี้ ก็น่าจะจับมา ตบปาก ได้ทันที สำหรับใครก็ตามที่พยายามคุยว่านิวเคลียร์ของกูใหญ่กว่า ยาวกว่า ร้ายแรงกว่าของมึง หรือสามารถสร้างความฉิบหายได้มากกว่าของมึง อะไรทำนองนั้น คือมันไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงการคำนึงต่อคุณค่าความเป็นมนุษย์ ต่อชีวิตเพื่อนผู้ร่วมวัฏสงสารเอาเลยแม้แต่น้อย แทบไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปตง ประชาธิปไตย อะไรให้เมื่อยปาก เพราะมันหนักซะยิ่งกว่าประเภทวี้ดๆ แว้ดๆ แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีลูก ขอโทษ ตามมาภายหลัง หรือหลังจากตั้ง สติ ได้ในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ด้วยเหตุนี้...เผด็จการละมุนภัณฑ์ จึงเป็นอะไรที่น่าจะยังพอ อยู่ๆ กันไปได้ ไม่เหมือนกับ ประชาธิปไตยของแท้และดั้งเดิม อย่างคุณพ่ออเมริกา ที่ไม่รู้ว่าบรรดาอเมริกันชน ช่างไปสรรหา จัดหา ขุด ทรัมป์บ้า ขึ้นมาจากหลุมไหน ต่อหลุมไหน ถึงได้ บ้าก็บ้าวะ ยิ่งขึ้นทุกที...
    ----------------------------------------------------------
    ดังนั้น...เอาเป็นว่า ในฐานะความเป็นคนไทยทั้งแท่ง ทั้งด้าม ถ้ายังไม่ถึงกับเหลือบ่า กว่าแรง มากมายเกินไปนัก คงต้องพยายามแผ่เมตตา ช่วยประคับประคอง บิ๊กตู่ เอาไว้มั่ง อย่าถึงกับไล่บด ไล่บี้ กันในทุกเรื่อง ทุกราว ชนิดต้อง ประกาศขายหมา กลางอากาศเอาเลยถึงขั้นนั้น อันนั้น...ออกจะอำมหิต โหดร้าย เกินไปหน่อย อย่างน้อย...ก็พอให้ผ่าน โรดแมป ไปได้ด้วยดี ไม่ถึงกับต้องบอบช้ำจนเกินไป ส่วนถ้าคิดจะ โรดหมับ ขึ้นมาจริงๆ ค่อยไปว่ากันอีกที เพราะใช่ว่า คนกลาง ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีอยู่แค่ บิ๊กตู่ คนเดียวซะเมื่อไหร่ ขึ้นชื่อว่าไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่ไม่ถึงกับได้สร้างเวร สร้างกรรม ให้กับใครต่อใครมากมายนัก แถมยังมี พระสยามเทวาธิราช ช่วยปกป้อง คุ้มครอง มาโดยตลอด ยังไงๆ...คงไม่ตกต่ำถึงขั้นต้องเจอกับนักประชาธิปไตยแบบ ทรัมป์บ้า เอาง่ายๆ...
    ------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก “Ronald Steel”... “Heroes come along when you need them.- วีรบุรุษจะปรากฏตัวเมื่อถึงคราวคับขัน...”
    ------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น