สัญญาณบวกรับ “ปีจอ” คาดหวังให้เป็น "ความจริง"

  • Saturday, January 6, 2018 - 00:01


    ปิดท้ายปีระกาแบบไก่หงอยไปตามๆ กัน บางกิจการก็รอดพ้นเศรษฐกิจที่ซึมเซาไปแบบหวุดหวิด บางกิจการก็สู้ไม่ไหวม้วนเสื่อกลับบ้านไปตั้งสติ เพื่อเริ่มต้นใหม่ในปี 2561 สถานการณ์เงินในกระเป๋าของคนในชาติโดยภาพรวมถือว่าไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่หลายคนก็ยังมีความหวังว่าในปีนี้เศรษฐกิจน่าจะดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากข้อมูลที่ภาครัฐได้เปิดเผยออกมาผ่านตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายตัว ส่งสัญญาณว่าการลงทุนในภาครัฐและเอกชนน่าจะส่งผลให้ภาพรวมดีขึ้นทั้งระบบ

    และหากดูข่าวในวันเปิดทำการหลังปีใหม่ก็นับว่ามีแต่สัญญาณบวก ให้หลายคนเริ่มมีความหวังมากขึ้น โดยเฉพาะภาวการณ์ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่สร้างสถิติและความคึกคักต่อเนื่อง โดยดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก ซึ่ง นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับขึ้นสูงมาจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี หลังจากเกิดความไม่สงบในประเทศอิหร่าน รวมถึงนักวิเคราะห์ได้ปรับคาดการณ์จีดีพีจีนดีขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ดีขึ้น

    นอกจากนั้นยังมีกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย มาจากสถานการณ์ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เนื่องจากผลตอบแทนไม่สูงมาก อีกทั้งปัจจุบันผลตอบแทนในตราสารหนี้สหรัฐและตราสารหนี้ไทยไม่ต่างกันมาก จึงทำให้เงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น ทองคำ และน้ำมันมากขึ้น และคาดว่าเงินต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อไปจนถึงเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง

    ข่าวบวกอีกหนึ่งข่าวคือ คณะกรรมการพิจารณาค่าจ้าง 3 ฝ่าย ไตรภาคีชุดใหญ่ ซึ่งมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน จะพิจารณาการปรับค่าแรงขั้นต่ำในวันที่ 15 มกราคมนี้ โดยค่าแรงที่ปรับเพิ่มจะมีผลทันทีในสิ้นเดือนมกราคม ตามข้อสั่งการของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ โดยจะมีการนำปัจจัยต่างๆ มาประกอบ เช่น ค่าครองชีพ ความเป็นอยู่ และสถานะของผู้ประกอบการ รวมถึงสถานการณ์ค่าแรงของประเทศเพื่อนบ้าน

    ทั้งนี้ นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ไทยไม่ได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว แม้ปีที่ผ่านมาอาจปรับขึ้นเป็น 310 บาท ก็ปรับเพียง 30 จังหวัดเท่านั้น แต่รอบนี้จะพิจารณาปรับขึ้นทั่วประเทศ โดยหัวใจสำคัญต้องการเพิ่มสัดส่วนแรงงานไทยให้เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น รวมถึงจะกำหนดอัตราค่าแรงเป็นรายชั่วโมงในลักษณะงานพิเศษที่สามารถจ้างผู้สูงอายุ คนพิการ และพนักงานทั่วไปหลังเลิกงานประจำ มาทำงานรายชั่วโมงได้อีก เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยมีช่องทางหารายได้เพิ่ม

    เช่นเดียวกับ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออกที่ขยายตัว การท่องเที่ยวดี มาตรการกระตุ้นการบริโภคและเศรษฐกิจได้ผล ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับขึ้น และมีข่าวการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้มีเม็ดเงินอยู่ในมือชนชั้นกลาง ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและกล้าที่จะจับจ่ายมากขึ้น

    แต่ในระดับฐานรากยังเจอปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จึงทำให้เศรษฐกิจในภาคเหนือ อีสาน และใต้ ยังฟื้นตัวไม่โดดเด่น แต่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวเด่นขึ้นในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 หรือประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 5-7 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อจีดีพีไทยประมาณ 2-3% โดยมาจากรายได้จากการส่งออกที่คาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้น 1-2 แสนล้านบาท รายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท

    สำหรับเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากทั้งมาตรการบัตรสวัสดิการคนจนเฟส 1-2 และการปรับขึ้นค่าแรงรวมประมาณ 1-1.5 แสนล้านบาท เงินลงทุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อีก 1-1.5 แสนล้านบาท และเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 2-3 แสนล้านบาท และเงินลงทุนภาคเอกชนที่จะตามมาอีก 5 หมื่น ถึง 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปีนี้จะขยายตัวอยู่ที่ 4% ทำให้ทั้งปีนี้ขยายตัวอยู่ในกรอบ 4.2-4.5% และมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะขยายตัวได้ถึง 5% หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวชัดเจน รัฐอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็ว ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น และมีการเลือกตั้งปลายปี

    เมื่อพิจารณาดูจากปัจจัยบวกที่เป็นข่าวดีออกมาอย่างต่อเนื่องประกอบความหวังต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นปลายปี ก็คาดว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา ปัญหาปากท้อง ข้าวยากหมากแพงน่าจะคลี่คลาย อย่ากลายเป็นแค่ตัวเลขทางจิตวิทยา ขายฝันลดแรงกดดันเท่านั้น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น