แด่...13 พันธมิตรฯ

  • Monday, January 8, 2018 - 00:00


    วันนี้...เห็นทีคงต้องพักเรื่องความห่วงใยชาติ บ้านเมือง เอาไว้ก่อน ขออนุญาตไปแสดงความเป็นห่วง เป็นใย ต่อบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ จำนวน 13 พระหน่อ ที่กำลังถูกหน่วยงานราชการอย่างการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ไล่ทวง ไล่บี้ กะจะยึดทรัพย์เอามาสังเวยค่าเสียหาย มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยอีก 7.5 เปอร์เซ็นต์ให้จงได้...
    --------------------------------------------------
    13 พระหน่อที่ว่า...ก็คือบรรดา 13 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ริเริ่มจุดเทียนไข ส่องแสงสว่างไล่ความมืดมิดในช่วง ทศวรรษแห่งความมืดมน เป็นด้ามแรก แท่งแรก นั่นเอง ไล่มาตั้งแต่ สนธิ ลิ้มทองกุล พลตรี จำลอง ศรีเมือง อาจารย์ พิภพ ธงไชย ฯลฯ ยันไปถึงผู้ที่ ท่านขุนน้อย ออกจะเป็นห่วง เป็นใย อย่างถึงที่สุด ก็คือ คุณพี่ สำราญ รอดเพชร ผู้เคยเห็นหน้า เห็นตา มาตั้งแต่เป็นหนุ่มน้อย จนกลายเป็นหนุ่มใหญ่ ใกล้จะแก่ลงไปทุกที เจอเข้ากับการทวงหนี้มูลค่า 522 ล้าน แบ่งเฉลี่ยกันไปรายละไม่ต่ำกว่า 40 ล้านกว่าๆ แล้วยังคิดไม่ออกว่าคุณพี่ท่านจะไปหาเงินที่ไหน มาชดใช้ค่าเสียหายเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องตกเป็น บุคคลล้มละลาย ในช่วงวัยชรา ที่แม้อะไรยังคงแข็งๆ แต่โดยเรี่ยวแรงไม่น่าจะเหลืออยู่อีกมากมายซักเท่าไหร่นัก...
    ------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...สำหรับผู้ที่ดำรงตนเป็น คนข่าว มาแทบตลอดทั้งชีวิต โอกาสที่จะรวยในระดับสามารถคาดนาฬิกาเรือนละ 10 ล้าน 20 ล้าน สะสมเอาไว้เป็นแค็ตตาล็อก จนไม่ต้องกังวลใจกับค่าเสียหายระดับ 40-50 ล้านนั้น ยังไงๆ...ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ แค่เหลือ มะเขือ ติดตัวเอาไว้ซักด้าม สองด้าม เม็ด สองเม็ด ก็ถือว่า...ยอดแล้ว ดังนั้น...โอกาสที่คุณพี่ สำราญ ท่านจะไปหาเงินมาใช้หนี้ค่าเสียหายให้กับการท่าอากาศยานฯ ได้ตามการบังคับชี้ขาดของกฎหมาย ที่ถึงขั้นตอนสิ้นสุดลงไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว จึงแทบมองไม่เห็นความเป็นไปได้เอาเลยแม้แต่น้อย แนวโน้มที่ต้อง ล้มละลาย ในตอนแก่ จึงมีอยู่ค่อนข้างสูงเอามากๆ...
    -----------------------------------------------
    เมื่อต้องเจอกับฉากชีวิตเช่นนี้...แรกๆ บรรดาน้องๆ พี่ๆ เคยคิดๆ ว่าจะรวบรวมเงินบริจาค เอาไว้ไถ่หนี้ หรือไถ่ตัว คุณพี่ สำราญ ให้รอดพ้นไปจากสถานะดังกล่าวให้จงได้ แต่พอเจอเข้ากับตัวเลขระดับ 40-50 ล้าน หรือรวมแล้ว 500 กว่าล้าน จากจำนวน 13 ราย บรรดาน้องๆ พี่ๆ ที่ไม่ได้มีใครมีบารมีเทียบเท่ากับบุคคลแห่งปีอย่าง ตูน บอดี้สแลม แม้แต่น้อย ถึงจะออกวิ่งตั้งแต่นราธิวาสข้ามไปถึงเทือกเขาอัลไตแถวๆ ประเทศจีนโน่นเลย โอกาสรวบรวมเงินบริจาคระดับเป็นสิบล้านร้อยล้าน มาช่วยเหลือเยียวยาบรรดา 13 แกนนำพันธมิตรฯ โดยเฉพาะคุณพี่ สำราญ รอดเพชร จึงแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย...
    ------------------------------------------------------
    ส่วนรายอื่นๆ...ในจำนวน 13 ราย ก็คงไม่ถึงกับแตกต่างไปจากกันซักเท่าไหร่นัก ไม่ว่าท่านอดีตรัฐมนตรี ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่ถึงเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีก็เถอะ แต่โดยบัญชีทรัพย์สินที่ถูกแจ้งเอาไว้กับ ป.ป.ช. ดูเหมือนว่าจะมีเงินติดเก๊ะ หรือติดอยู่ในบัญชี ระดับแค่หมื่นๆ แสนๆ จะไปทุบกระปุกให้ได้เศษเหรียญครบ 40 กว่าล้านบาท แทบเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อาจารย์ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็อีกราย เฉพาะเงินค่ารักษาพยาบาลตัวเองจากโรคซ้ำ กรรมซัด เท่าที่ผ่านมา ก็น่าจะหนักหนา สาหัส อยู่ไม่น้อย ยิ่งช่วงหลังๆ ที่ยังไม่รู้จักเข็ด ยังร่วมสมคบคิดกับอดีตรัฐมนตรี ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กะจะจุดเทียนพรรษาให้ส่องสว่างไปทั่วขอบเขตประเทศไทยกันอีกครั้ง ต้องเสียเงินค่ารถ ค่าเรือ ออกเดินสายไปพบปะกับใครต่อใครทั่วทั้ง ประเทศ แล้วจะมีเงินเหลือพอมาใช้หนี้การท่าอากาศยานฯ ระดับ 40-50 ล้าน ยังไงๆ...คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ...
    ---------------------------------------------------------
    แม้แต่คุณน้อง สุริยะใส กตะศิลา ที่แม้จะหล่อกว่า คุณพี่ สำราญ รอดเพชร ประมาณ 10 เท่า สามารถสร้างแรงดึงดูดใจให้ใครต่อใครได้มากกว่า แต่ก็นั่นแหละ...เจอเข้ากับค่าเสียหายระดับ 40-50 ล้าน บรรดา แม่ยก ทั้งหลาย น่าจะเหนื่อยยากอย่างเป็นพิเศษ ถึงจะหาเงินมาใช้หนี้การท่าฯ เขาได้ ตามตัวบทกฎหมาย อันเป็นไปตามแบบฉบับ ภายใต้กระแสแห่งยุติธรรมา ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ได้มากมายซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้...มันเลยอดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกห่วงใย เกิดความเป็นทุกข์ เป็นร้อน กับชะตากรรมของบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้ง 13 รายไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้...
    -------------------------------------------------------------
    ยิ่งเมื่อหวนไปคิดถึงความเสียสละ ความไม่เห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง บรรดาผู้ที่ต้องตกอยู่ในฐานะ ผู้สูญเสีย ทำนองนี้ ออกจะมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะใน สังคมไทย ของหมู่เฮา ที่บางครั้ง บางครา เคยถูกเรียกขานเอาไว้ในนาม สังคมทอนกำลัง อะไรทำนองนั้น คือเป็นสังคมที่มักไม่ได้ดำเนินไปตามครรลอง ตามแนวทาง ที่ได้รับการชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้มาโดยตลอด ว่าต้องหาทาง ส่งเสริมคนดีให้ขึ้นมามีบทบาท ป้องกันคนไม่ดีไม่ให้ขึ้นมามีอำนาจ แต่โดย ข้อเท็จจริงทางการเมือง มันมักเป็นอะไรที่สวนทางกับข้อชี้แนะ ชี้นำ เหล่านี้อยู่ไม่น้อย คือบรรดาคนดีหลายต่อหลายราย อาจต้องติดคุก ติดตะราง บาดเจ็บ ล้มตาย หรืออาจต้องล้มละลายกันไปเป็นแถบๆ ในขณะที่บรรดาคนไม่ดีทั้งหลายมักจะกินรวบ กินสองต่อเข้าฮอส ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง เสมอๆ...
    ---------------------------------------------------------------
    ก็เอาเถอะ...ในเมื่อกฎหมายย่อมต้องเป็นกฎหมาย โอกาสจะไปควานหาความสุขเกษมเปรมใจมามอบตอบแทนให้กับบรรดาผู้ที่พยายามทำดี ผู้เสียสละ ผู้ยอมแลกเลือด แลกเหงื่อ แลกชะตากรรมแห่งชีวิตตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม มันคงยากซ์ซ์ซ์ที่จะเป็นไปได้ แม้แต่จะไปรวบรวมเงินทองเอามาเป็นค่าไถ่หนี้ ไถ่ตัว ก็ยังน่าจะเกินกำลังอยู่ไม่น้อย เลยได้แต่มอบ กำลังใจ มอบความรู้สึกเป็นห่วง เป็นใย มาไว้ ณ ที่นี้ แม้จะกินไม่ได้ ปัดเป่าความทุกข์ ความเดือดร้อน อะไรแทบไม่ได้ แต่ขอเพียงให้รับรู้ว่ายังมีผู้มองเห็นคุณค่า ความสำคัญ ของสิ่งดีๆ เหล่านี้ อาจพอช่วยๆ อะไรได้มั่ง แม้แต่ เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี...
    ---------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Longfellow... Lives of great men all remind us/ We can make our lives sublime/ And departing leave behind us/ Foot-prints on the sand time.-ประวัติวีรบุรุษไซร้/เตือนใจ-เรานา/ว่าเราก็ยังชนม์/เลิศได้/แลยามจะบรรลัย/ทิ้งซึ่ง/รอยบาทเหยียบแน่นไว้/แทบพื้น-ทรายสมัย...
    -------------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น