โรฮีนจารับซุ่มโจมตีทหารพม่าอีก

  • Monday, January 8, 2018 - 00:00


    ค่ายผู้ลี้ภัยโรฮิงญาในบังกลาเทศ

    กองกำลังติดอาวุธโรฮีนจาที่เคยยกพวกโจมตีที่มั่นกองกำลังความมั่นคงเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว จนโดนตอบโต้อย่างนองเลือดและทำให้โรฮีนจาอพยพจากยะไข่กว่า 6 แสนคน ประกาศอ้างความรับผิดชอบทางทวิตเตอร์ ว่าเป็นผู้ซุ่มโจมตีรถทหาร ทำให้บาดเจ็บหลายคนเมื่อวันศุกร์

    กองทัพกอบกู้โรฮีนจาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) ยกกำลังหลายร้อยคนโจมตีที่มั่นของกองกำลังความมั่นคงเมียนมา 30 จุดในรัฐยะไข่ ภาคเหนือของเมียนมา เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 สังหารตำรวจตระเวนชายแดนของเมียนมา 12 นาย และทำให้กองทัพเปิดปฏิบัติการตอบโต้อย่างรุนแรง ส่งผลให้ชาวโรฮีจามากกว่า 650,000 คน อพยพข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศ

    องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประณามปฏิบัติการที่โหดร้ายทารุณของเมียนมา ที่ถูกกล่าวหาว่าเข่นฆ่า ข่มขืน และวางเพลิง ว่าเทียบเท่ากับการล้างเผ่าพันธุ์ แต่กองทัพและรัฐบาลเมียนมาปฏิเสธคำกล่าวหานี้ กองทัพเมียนมายืนกรานว่าปฏิบัติการของกองทัพเป็นการตอบโต้ที่สมควรแก่เหตุ เพื่อปราบปรามภัยคุกคามจาก "ผู้ก่อการร้าย"

    นับแต่การโจมตีเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กองกำลังอาร์ซาก่อเหตุยิบย่อยอีกแค่ไม่กี่ครั้ง กระทั่งเช้าวันศุกร์ที่ 5 มกราคม กองทัพเมียนมากล่าวหาว่า กองกำลังติดอาวุธกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ "ราว 10 คน" ได้ซุ่มโจมตีรถของกองทัพเมียนมา ด้วยปืนกลและกับระเบิดประดิษฐ์เอง ส่งผลให้ทหาร 2 นาย และคนขับรถได้รับบาดเจ็บ

    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า กองกำลังอาร์ซาได้เผยแพร่แถลงการณ์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม ยอมรับว่าพวกตนก่อเหตุซุ่มโจมตีครั้งล่าสุดนี้

    "กองทัพกอบกู้โรฮีนจาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) จึงขอประกาศว่า เราได้ซุ่มโจมตีกองทัพก่อการร้ายเมียนมา เมื่อเวลาประมาณ 10:00 น. วันที่ 5 มกราคม 2561"

    คำแถลงที่ลงนามโดยอาตา อุลลาห์ ผู้นำอาร์ซา กล่าวด้วยว่า อาร์ซาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต่อสู้กับการก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากทางการเมียนมาซึ่งกระทำต่อประชากรชาวโรฮีนจา เพื่อปกป้อง, กอบกู้ และคุ้มครองชุมชนโรฮีนจา

    คำแถลงไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีที่เมืองหม่องดอ ในรัฐยะไข่ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แต่ยังได้กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของชาวโรฮีนจาในการตัดสินใจใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของพวกเขา

    "ชาวโรฮีนจาต้องได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการตัดสินใจทุกเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการด้านมนุษยธรรมและอนาคตทางการเมืองของพวกเขา" คำแถลงกล่าว

    จนถึงขณะนี้ ขีดความสามารถของอาร์ซายังไม่เป็นที่ประจักษ์ชัด แต่รายงานของอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ปกล่าวว่า ดูเหมือนว่าอาร์ซาตั้งใจจะรวมกลุ่มกันใหม่และอาจจะดึงพวกผู้ลี้ภัยโรฮีนจาจนตรอกตามค่ายผู้ลี้ภัยมาร่วมปฏิบัติการในอนาคต

    ความรุนแรงที่เกิดเพิ่มขึ้นในรัฐยะไข่จะเพิ่มความวิตกต่อแผนการส่งกลับผู้ลี้ภัยคืนสู่เมียนมา ซึ่งรัฐบาลเมียนมาและบังกลาเทศตกลงกันว่าจะเริ่มกระบวนการในวันที่ 23 มกราคมนี้ หลังจากลงนามข้อตกลงกันไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

    จ่อ เทย์ โฆษกกองทัพเมียนมากล่าวว่า พวกผู้ก่อความไม่สงบกำลังพยายามถ่วงการส่งกลับผู้ลี้ภัยจากบังกลาเทศ

    "อาร์ซามีเป้าหมายทำให้พวกที่กำลังคิดจะกลับมีความหวาดกลัว เพื่อแสดงให้เห็นว่าภูมิภาคนี้ไม่มีสันติภาพ" โฆษกกองทัพเมียนมากล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น