ประสานมาเลย์ตามจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

  • Tuesday, January 9, 2018 - 00:00

    ตำรวจท่องเที่ยวร่วมหารืออัยการ ตั้งคณะทำงานฟันคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "สุรเชษฐ์" เผยประสานมาเลย์ขอตามเข้าไปจับกุมในพื้นที่ ด้าน ปปง.ไล่ยึดทรัพย์แล้ว 53 ล้านบาท

    ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เวลา 10.00 น. วันที่ 8 มกราคมนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าพบนายยงยุทธ สิทธิธัญกิจ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร เพื่อหารือแนวทางเร่งฟ้องและคืนทรัพย์สินผู้เสียหายจากการถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง

    ภายหลังการหารือร่วมกันเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์แถลงว่า คดีคอลเซ็นเตอร์เป็นคดีความเดือดร้อนพื้นฐานของประชาชน ในส่วนของตำรวจที่ดำเนินการมาทั้งหมดใกล้สรุปสำนวนแล้ว และจะส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการหารือเพื่อจะตั้งคณะทำงานร่วมกันในคดี ซึ่งเหตุที่เจ้าหน้าที่สามารถปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 2 เดือน เพราะคณะทำงานมีการบูรณาการร่วมกันทั้งในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สถาบันการเงินทุกสถาบัน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจฯ

    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การหารือร่วมกับอัยการฝ่ายเศรษฐกิจฯ มีการเอาสำนวนมาบูรณาการร่วมกันเพื่อปิดช่องโหว่ โดยทำ 2 ส่วน คือ 1.การปราบปรามเชิงรุก 2.การสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อนำทรัพย์สินคืนสู่ประชาชนโดยเร็วที่สุด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการนำเงินไปใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิต การประชุมนัดแรกในวันนี้ ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะตั้งคณะทำงานดำเนินการรับสำนวนการสอบสวนคดีคอลเซ็นเตอร์ เพื่อไปพิจารณาสั่งสำนวนต่อไป

    "ขณะนี้สำนวนที่เราทำมาค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เรื่องการสอบสวนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำเป็นขบวนการ ต้องทำให้ปรากฏได้ว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำ ตั้งแต่การเปิดบัญชี คนกดเงิน เบิกเงินไปใช้ โอนไปต่างประเทศ เจ้าของในต่างแดน เป็นต้น เรื่องการสืบสวนสอบสวนเราทำอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นไปตามแนวทางของอัยการอยู่แล้ว เรามาบูรณาการร่วมกันเพื่อให้การส่งสำนวนรัดกุม รวดเร็วขึ้น และอยู่ในห้วงระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ที่ต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์มากขึ้น รัดกุมมากขึ้น เราทำทั้งการสอบสวน ปราบปราม จับกุมควบคู่กัน และนำเงินคืนสู่ประชาชนให้เร็วที่สุด

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีทั้งหมดกี่สำนวน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ทั้งหมด 167 สำนวน ถือว่ามากและต้องใช้เวลาในการพิจารณาตรวจสอบร่วมกัน ของเก่าเราจะเคลียร์ให้หมด ตนจะเร่งรัดเต็มที่ ไม่เกิน 3-4 เดือนต้องเสร็จ จะได้เอาเวลาไปทำเรื่องอื่นที่ประชาชนเดือดร้อน ฝากสื่อช่วยประชาสัมพันธ์เยอะๆ คนจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ยอมรับว่าขณะนี้สถานการณ์เรื่องคอลเซ็นเตอร์ดีขึ้น ส่วนวันที่ 9 ม.ค.จะมีการประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางของประเทศมาเลเซีย จะนำข้อมูลทั้งหมดที่เตรียมไว้แล้วไปเรียนว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในมาเลเซียมีจุดไหนบ้างที่เราจะประสานให้จับกุม จะไปร่วมจับกุมและสังเกตการณ์ด้วย มีคนไทยกี่คนจะได้ขยายผลต่อ การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ยั่งยืนจับแค่ในประเทศไม่พอ ต้องไปจับที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งเรามีข้อมูลอยู่ ทางมาเลเซียก็มีการปราบปรามอยู่แล้ว เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ความผิดนอกราชอาณาจักรต้องให้อัยการสูงสุดซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งคดีมา เพราะมีคนไทยที่ไปทำผิดในต่างแดน ส่วนเงินที่อยู่ในต่างประเทศนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก หากไล่สืบเส้นทางการเงินได้ก็นำกลับมาได้หมด

    ด้านนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ปปง. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวน 53 ล้านบาท และออกประกาศให้ผู้เสียหายมาแจ้งขอเงินคืน นำข้อมูลทางธุรกรรมส่งอัยการและส่งศาล เพื่อพิจารณาว่าใครควรจะได้เท่าไหร่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของพนักงานสอบสวนด้วยว่า เส้นทางการเงินของบุคคลที่เรายึดมากับเส้นทางการเงินของผู้เสียหายเป็นเส้นทางเดียวกันหรือไม่ สำหรับผู้เสียหายที่เพิ่งถูกหลอกใหม่ๆ เมื่อมีการแจ้งความเสียหายเข้ามาเร็วก็สามารถยึดตรวจสอบอายัดได้ทัน เมื่อตรวจสอบว่าเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหายรายนั้นแน่นอนแล้วก็สามารถคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหายได้ ในส่วนของ ปปง.สามารถคืนไปได้แล้ว 3 ราย ประมาณเกือบ 2 ล้านบาท ส่วนทางตำรวจคงคืนไปได้แล้วประมาณ 6-7 ราย สำหรับการหลอกลวงด้วยการออกหมายปลอมนั้นเริ่มมีการระบาดในช่วงหลัง รูปแบบการหลอกลวงมีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องมีความระมัดระวัง แต่ไม่ว่ารูปแบบในการหลอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็ต้องโอนเงินออกจากบัญชีของคุณ หากถึงขั้นนี้เชื่อได้ว่าคุณถูกหลอกแล้ว เพราะไม่มีหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดดำเนินการลักษณะนี้.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น