สุรินทร์แชมป์เมาขับคุมประพฤติเข้มสงกรานต์

  • Tuesday, January 9, 2018 - 00:00

    จับเมาขับเทศกาลปีใหม่กว่า 6 พันราย สุรินทร์ครองแชมป์ รองลงมาคือ กทม. กรมคุมประพฤติเผยเตรียมใช้กฎหมายเข้มข้นรับสงกรานต์หลังพบสถิติผู้ถูกคุมประพฤติพุ่ง

    ที่ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ วันที่ 8 มกราคมนี้ นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าวสรุปยอดคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยมีนายพักดี สอนประเทศ ผู้ถูกคุมความประพฤติ และนายเจษฎา แย้มสบาย เหยื่อเมาแล้วขับ ร่วมพูดคุยประสบการณ์

    นายประสารเปิดเผยว่า ในเทศกาลปีใหม่เกิดอุบัติเหตุจำนวน 3,841 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 423 ราย และบาดเจ็บ 4,005 ราย ซึ่งมีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 119 แห่ง จำนวนทั้งสิ้น 6,677 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา 6,030 คดี คิดเป็นร้อยละ 90.31, ขับเสพและอื่นๆ 602 คดี คิดเป็นร้อยละ 9.01, ขับรถประมาท (ตามประมวลกฎหมายอาญา) 45 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.67 และมีการพักใบอนุญาตขับขี่ 295 ราย ส่วนจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุรินทร์ 448 คดี สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 354 คดี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม 269 คดี รวมถึงยังพบว่ามีผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีขับรถขณะเมาสุราและขับรถประมาทที่พ้นโทษในช่วงปี 2558-2560 กลับมากระทำผิดซ้ำ จำนวน 99 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.5 โดยเจ้าหน้าที่เตรียมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น เมาแล้วขับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงยังอนุญาตให้ยึดรถตามคำสั่ง คสช.เพิ่มเติม ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ผู้ถูกคุมความประพฤติจะไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก

    อธิบดีกรมคุมประพฤติเผยอีกว่า เงื่อนไขที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาคุมประพฤติ 1-2 ปี ทำงานบริการสังคมเฉลี่ย 21 ชั่วโมง กำหนดรายงานตัว 4 ครั้ง และเงื่อนไขอื่นๆ อาทิ ให้ความรู้อบรมกฎหมายจราจร การพักใบอนุญาตขับขี่ และห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นต้น ส่วนมาตรการผู้กระทำผิดซ้ำและกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในคดีขับรถขณะเมาสุรา จะให้ทำงานบริการสังคม โดยเน้นการดูแลช่วยเหลือเหยื่อเมาแล้วขับที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และหากมีพฤติกรรมติดสุราจะส่งเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิกดื่มสุรา ซึ่งให้พนักงานคุมประพฤติและอาสาสมัครคุมประพฤติติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งดำเนินกิจกรรมการกระตุ้นจิตสำนึกและรับทราบถึงความสูญเสียต่างๆ

    "เมื่อเทียบสถิติระหว่างปี 2560 กับ 2561 พบว่ามีจำนวนผู้ถูกคุมประพฤติมากขึ้น และในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเตรียมใช้กฎหมายมากขึ้นเพื่อให้สถิติลดลงกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีใหม่ 2561 เจ้าหน้าที่รัฐมีการดำเนินคดีและจับกุมมากขึ้น ทำให้สถิติการบาดเจ็บ เสียชีวิตและอุบัติเหตุลดน้อยลง นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติมีมาตรการเช่าเครื่องมือติดตามอิเล็กทรอนิกส์ (EM) จำนวน 4,000 เครื่อง มาใช้กับผู้ถูกคุมความประพฤติทุกกลุ่ม ทุกฐานความผิด คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน พ.ค.2561" อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว

    ด้านนายเจษฎากล่าวว่า ในอดีตตนทำงานมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน แต่หลังเกิดอุบัติเหตุถูกคนเมาแล้วขับรถพุ่งชนขณะที่ตนจอดรถจักรยานยนต์ติดไฟแดง และต้องพิการนั่งอยู่บนรถเข็นมากว่า 15 ปี จึงขอเป็นตัวแทนของเหยื่อให้คนเมาแล้วขับตระหนักถึงความสำคัญในการขับขี่รถบนท้องถนนซึ่งอาจทำลายชีวิตอีกหลายคน ที่ผ่านมามีโครงการนำคนเมาแล้วขับมาช่วยดูแลผู้ป่วยตามโรงพยาบาล ทำความสะอาดวัดวาอาราม บริจาคเลือด แต่ตนอยากฝากให้โครงการนำผู้ถูกคุมประพฤติมาดูแลคนพิการจากคนเมาแล้วขับด้วย เพราะเชื่อว่าสามารถสร้างจิตสำนึกได้ โดยอาจเห็นถึงความลำบากของผู้พิการ

    ส่วนนายพักดีระบุว่า ตนโดนจับถูกเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติครั้งแรก ได้มีโอกาสไปช่วยเหลือผู้พิการ อาทิ เข็นรถเข็นพาไปเข้าห้องน้ำ ป้อนข้าวให้สำหรับผู้ที่เสียมือและแขน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดื่มอีก สุดท้ายตนรู้สึกโชคดีที่ยังไม่ได้เมาแล้วขับรถไปชนผู้ใดเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเลย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น