อาชีพในฝันเด็กไทย2561

  • Tuesday, January 9, 2018 - 00:00


    วันนี้ผู้เขียนมีผลสำรวจอาชีพในฝันของเด็กไทยยุคดิจิทัลมาเล่าสู่กันฟัง โดยกลุ่ม บริษัท อเด็คโก้ประเทศไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจ “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ครั้งที่ 9 ประจำปี 2561 โดยการสำรวจเด็กไทยที่มีอายุ 7-14 ปี จำนวน 2,044 คน พบว่าอาชีพที่เด็กๆ ใฝ่ฝันอยากทำมากที่สุดคืออาชีพ “ครู” เพราะอยากถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่น ปลูกฝังให้เด็กเป็นคนเก่งและคนดี ซึ่งครูครองแชมป์อันดับที่เด็กอยากเป็นมากที่สุด 2 ปีซ้อน

    ส่วนอาชีพที่มีคะแนนตามติดมาเป็นอันดับ 2 คือ “แพทย์” ซึ่งในปีนี้น้องๆ อยากเป็นแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น เช่น แพทย์ทางด้านสมอง แพทย์ทหาร และแพทย์ผิวหนัง ส่วนอาชีพนักกีฬาเป็นอาชีพที่มาแรงไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ส่วนใหญ่อยากเป็น “นักฟุตบอล” เพราะเป็นกีฬาที่ชื่นชอบ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง มีค่าตอบแทนที่ดี และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้

    สำหรับเทรนด์อาชีพใหม่มาแรงที่เด็กไทยสนใจ ได้แก่ เกมเมอร์ และนักแคสเกม เพราะอยากใช้ความชอบในการเล่นเกมมาประกอบอาชีพ สร้างรายได้และสร้างชื่อเสียง ขณะเดียวกันก็มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่สนใจอยากเป็นนักธุรกิจและผู้ประกอบการเพราะต้องการอิสระในการทำงาน บางส่วนต้องการสืบทอดกิจการของครอบครัว ส่วนเชฟเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มาแรงในปีนี้ โดยให้เหตุผลว่าอยากเป็นเพราะอยากทำอาหารอร่อยๆ ให้คนที่รับประทานมีความสุข

    ส่วนอาชีพที่เท่ที่สุดในสายตาเด็กไทย อันดับ 1 คือ ทหาร รองลงมา คือ ตำรวจ, นักกีฬา, ศิลปิน/ดารา และแพทย์ ตามลำดับ สำหรับเหตุผลที่เด็กๆ คิดว่าทหารและตำรวจเป็นอาชีพที่เท่นั้น เพราะเป็นอาชีพที่ได้ปกป้องคุ้มครองประเทศ ได้รับใช้ประชาชนและประเทศชาติ เช่นเดียวกับอาชีพนักกีฬาที่เปิดโอกาสให้รับใช้ทีมชาติและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จึงถูกมองว่าเป็นอาชีพที่เท่ในความคิดของเด็กไทย

    อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าถึงแม้ว่าครูจะเป็นอาชีพในฝันของเด็กอันดับต้นๆ แต่กลับไม่ใช่อาชีพที่เท่สำหรับเด็กไทย

    ทั้งนี้ เมื่อถามถึงเงินเดือนที่เด็กๆ ต้องการ ส่วนใหญ่อยู่ที่ 15,000-30,000 บาท โดยเงินเดือนสูงสุดที่เด็กไทยอยากได้ คือ มากกว่า 100,000,000 บาท ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่าอาชีพในฝันที่เด็กๆ คิดว่าจะได้เงินเดือนสูง คือ อาชีพนักกีฬา เพราะหากเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงก็จะได้รับค่าตอบแทนที่สูงตามมาด้วย โดยส่วนใหญ่จะนำเงินเดือนที่ได้ไปเลี้ยงดูครอบครัวและตนเอง

    ในขณะที่บางกลุ่มกลับคิดว่าหากได้ทำอาชีพที่ชอบแล้ว จะได้รับเงินเดือนเท่าไรก็ได้ ขอแค่เพียงพอกับการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว เพราะการได้ทำสิ่งที่ชอบนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจที่สุด

    สำหรับคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆ อยากทำหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น มีคำตอบที่หลากหลายมาก แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า รองลงมาคือ การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ขาดโอกาสในกลุ่มต่างๆ เช่น คนยากจน คนพิการ คนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร และผู้ประสบภัยต่างๆ ในขณะที่ประเด็นเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดและการทุจริต คอร์รัปชัน ก็เป็นเรื่องที่เด็กๆ ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน

    ทั้งนี้ "ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์" ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค-ไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัท อเด็คโก้ประเทศไทย แสดงความคิดเห็นว่า ผลสำรวจอาชีพในฝันสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน แม้ว่าอาชีพในฝันปีนี้จะยังคงเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความคล้ายคลึงกับปีที่ผ่านมา คือ ครู แพทย์ นักกีฬา แต่มีความสนใจที่เฉพาะทางในสาขาอาชีพต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น อยากเป็นครูสอนดนตรี ครูสอนคอมพิวเตอร์ หรือกรณีที่อยากเป็นแพทย์ ก็ระบุชัดเจนว่าสนใจที่จะเป็นแพทย์ด้านใด เช่น แพทย์ด้านสมอง แพทย์ทหาร หรือแม้กระทั่งแพทย์อาสาที่จะไปรักษาประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

    อีกทั้งเด็กมีความสนใจที่จะทำอาชีพที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาชีพด้านการบริการสาธารณะ เช่น นักสังคมสงเคราะห์ จิตอาสา และกู้ภัย สะท้อนให้เห็นว่าเด็กไทยเริ่มเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือผู้อื่น ถือเป็นเรื่องน่าชื่นใจเพราะพวกเขาคือแรงสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ผลสำรวจนี้ยังสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่คนรุ่นใหม่มีความตื่นตัวและหันมาให้ความสำคัญกับคุณค่าทางสังคมมากขึ้น สนใจที่จะทำงานในองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย.

    นัจกร สุทธิมาศ

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น