งบประมาณ-ความเป็นธรรม

  • Tuesday, January 9, 2018 - 00:00


    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท

    ขณะที่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 ระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยวัดจากความเจริญในพื้นที่ โดยเฉพาะตามถนนหนทาง จากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปจนถึงอำเภอเบตง จังหวัดยะลา
    โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กำลังดำเนินการแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับส่วนราชการ ภาคเอกชน และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ก่อเกิดนโยบายพัฒนาเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"

    ทั้งนี้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเมืองต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการวางแผนการพัฒนาระยะยาว (Development Roadmap) ภายใต้กรอบเวลา 4 ปี ซึ่งในระยะแรกนี้ เป็นการสนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเพิ่มเติมเป็นพิเศษ

    อันประกอบด้วย แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการภายใต้โครงการเมืองต้นแบบ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 6,157 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 กลุ่มงาน รวม 44 โครงการ คือ 1.ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2.ด้านการพัฒนาอาชีพ และ 3.ด้านอื่นๆ อาทิ โครงการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมธุรกิจรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แน่นอนว่านี่คือ จำนวนงบประมาณมหาศาลที่ทุ่มลงไปในพื้นที่ และตัวเลขงบประมาณในอนาคตก็ยังคงพุ่งสูงต่อไปในพื้นที่

    อย่างไรก็ตาม มีข้อพิจารณาจากเสียงสะท้อนในพื้นที่ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังมองไม่เห็นปลายทางของการแก้ไขปัญหา และเสนอความคิดเห็น มุมมอง ที่สวนทางกับหน่วยงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้มีอำนาจ โดยหลายเสียงของพวกเขาระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือบ้านของพวกเขา สถานการณ์ยังคงเลวร้ายอยู่

    นี่คือข้อมูลจากพื้นที่ที่สวนทางกับข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งมันสะท้อนนัยสำคัญจากพื้นฐานของปัญหาตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีของปมปัญหาในพื้นที่ ว่าการแก้ไขปัญหาให้ยุติความไม่สงบที่เกิดขึ้น ยังคงไม่มีความคืบหน้า เพราะตัวชี้วัดที่สำคัญคือ คำตอบของคนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบหรือการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินรายวัน ตลอดจนการเผชิญกับความรู้สึกไม่มั่นคง ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นนับเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา

    และความเป็นจริงในพื้นที่คือ ชาวบ้านในพื้นที่น้อยคนที่จะสนใจจำนวนงบประมาณมหาศาลในการดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ หรือพยายามติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ เพราะข้อมูลเหล่านี้ถูกดำเนินการโดยหน่วยงานรัฐในพื้นที่ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และกองทัพ จนมาถึงรัฐบาลแต่ละยุคสมัย ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการทุ่มงบประมาณลงไปคือ การดำเนินการตรวจสอบแบบคู่ขนาน ควบคู่กันไปอย่างจริงจังในการใช้เม็ดเงินต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลในทางสาธารณะ

    เป็นที่แน่ชัดว่า รัฐบาลแต่ละยุคพยายามดำเนินการจำกัดพื้นที่ของปัญหาในพื้นที่ แต่อย่าลืมว่างบประมาณที่ใช้ดำเนินการผ่านหน่วยงานรัฐหรือกองทัพ ในนามของการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และประชาชนต้องมีโอกาสเข้าถึง รับรู้ การดำเนินการใช้งบประมาณ หรือสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างเหมาะสม มีความชอบธรรม เป็นธรรมในพื้นที่ ทั้งในส่วนของการพัฒนาพื้นที่ เยียวยาประชาชน หรืองบประมาณในการสร้างความปลอดภัย คุ้มครองเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม!.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น