จับตาเปิดเทรดบิตคอยน์ คลังเตือนเสี่ยงสูง/ผิดกม.

  • Tuesday, January 9, 2018 - 00:00


    "คลัง-ธปท." เต้น! บริษัทหลักทรัพย์ในไทยเปิดเทรด "บิตคอยน์ ฟิวเจอร์ส" บี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบรายละเอียด ห่วงคนหลงเชื่อหอบเงินร่วมลงทุน เตือนเสี่ยงผิดกฎหมายส่อเข้าข่ายฟอกเงินแบบไม่รู้ตัว ด้าน ก.ล.ต.แจง บล.ฟิลลิปชวนลงทุนบิตคอยน์ไม่ผิด อ้างเป็นตลาดที่อยู่ใต้กำกับขององค์กรสมาชิก IOSCO ชี้มีความเสี่ยงผันผวนจากค่าเงินสกุลดิจิทัล กำชับ บล.ประเมินความเหมาะสมแนะนำลูกค้า

    เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ในประเทศไทยเปิดให้บริการซื้อขายบิตคอยน์ฟิวเจอร์สเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ผ่าน 2 ตลาดล่วงหน้าที่สหรัฐอเมริกาว่า กระทรวงการคลังจะเร่งประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบว่าการที่บริษัทหลักทรัพย์เปิดให้บริการดังกล่าวสามารถทำได้ในประเทศไทยหรือไม่ และมีกฎหมายรองรับเพียงใด แต่รัฐบาลขอเตือนให้ผู้สนใจลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มความระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงสูงและผันผวนมาก

    "ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้เงินสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ขณะเดียวกันมูลค่าของเงินสกุลดิจิทัลยังมีความผันผวนมาก เพราะเกิดจากความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายเป็นหลัก ทั้งไม่สอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และบางกรณีมีลักษณะเก็งกำไรสูง ดังนั้นผู้ที่ถือเงินสกุลดิจิทัลจึงมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงได้ด้วย" นายพรชัยกล่าว

    นายพรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ สศค.ยังได้ทำข้อมูลเพื่อออกเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงในการใช้สกุลเงินดิจิทัลผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลมีความเสี่ยงขาดทุน เพราะมีความผันผวนสูง และมีลักษณะคล้ายการพนันซึ่งเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้นทั้งหมด เสี่ยงชำระหนี้ไม่ได้เพราะไม่สามารถนำมาใช้แทนเงินบาทตามกฎหมายได้ เสี่ยงผิดกฎหมายโดยอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างการฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว และเสี่ยงแชร์ลูกโซ่ ซึ่งอาจถูกหลอกลวงไปลงทุนในแชร์ลูกโซ่ โดยอ้างอิงเงินสกุลดิจิทัลและจูงใจด้วยผลตอบแทนสูง

    ด้านนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ขอเวลาตรวจสอบว่าการเปิดเทรดบิตคอยน์ฟิวเจอร์สมีการขออนุญาตจาก ก.ล.ต.ก่อนหรือไม่อย่างไร หรือถือว่าเป็นการซื้อขายในตลาดตราสารอนุพันธ์ประเภท Futures ใหญ่ที่สำคัญ ผ่าน 2 ตลาดล่วงหน้าชั้นนำของโลกที่มีการกำกับดูแล คือ The Chicago Mercantile Exchange (CME) และ Chicago Board Options Exchange (CBOE)

    ในส่วนของ ธปท.ขออนุญาตตรวจสอบว่า เป็นการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศตามช่องทางที่ ธปท.ได้เคยอนุญาตไปแล้ว ได้แก่ การลงทุนผ่านสถาบันตัวกลาง คือบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทย ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองและดูแลให้นักลงทุนได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องเป็นนักลงทุนที่สามารถจะรับความเสี่ยงได้

    "ราคาของสินค้าพื้นฐาน (Digital Commodity) นี้ในตลาดล่วงหน้ามีความผันผวนสูงมาก แต่ข้อความที่น่าจะเป็นการเชิญชวนให้ผู้อ่านเข้าใจผิด คือการอ้างเป็น บล.รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่สามารถซื้อขายบิตคอยน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการรับรองจาก ธปท. เพราะ ธปท.ไม่เคยรับรองบิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย" นางจันทวรรณกล่าว

    ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้เปิดให้บริการซื้อขาย "บิตคอยน์ฟิวเจอร์ส" เป็นรายแรกในประเทศไทย ผ่าน 2 ตลาดล่วงหน้า CBOE (Chicago Board Options Exchange) และ CME (The Chicago Mercantile Exchange) นั้น สามารถทำได้ เนื่องจาก บล.ฟิลลิป เป็นสมาชิก CME รวมถึงที่ผ่านมา ตลท.เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนในต่างประเทศได้โดยไม่ได้จำกัดประเภทสินทรัพย์การลงทุน ทั้งนี้ นักลงทุนที่ไปลงทุนจะต้องศึกษาข้อมูล ทำความรู้จักและเข้าใจสินค้าดังกล่าวด้วย

    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า จากกรณีที่มีบริษัทหลักทรัพย์ชักชวนนักลงทุนไปซื้อขายบิตคอยน์ฟิวเจอร์ส (Bitcoin Futures) ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในต่างประเทศนั้น ผลิตภัณฑ์ในข่าวเป็นสัญญาฟิวเจอร์สที่ซื้อขายในตลาด The Chicago Mercantile Exchange และ The CBOE Futures Exchange ซึ่งเป็นตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสหรัฐอเมริกาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commodity Futures Trading Commission ของสหรัฐอเมริกา (US CFTC) ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ไทยสามารถบริการลูกค้าที่ประสงค์จะลงทุนผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในต่างประเทศดังกล่าวได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นตลาดที่อยู่ใต้กำกับขององค์กรสมาชิก International Organization of Securities Commissions (IOSCO) ซึ่งมีข้อตกลงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

    อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรกำกับดูแลที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นประเด็นที่น่าเป็นห่วงในกรณีนี้จึงไม่ใช่เรื่องฉ้อโกงหรือฟอกเงิน แต่เป็นเรื่องที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงมากจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นสินค้าอ้างอิง รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราทด (leverage) ในตัว ทำให้อัตราของผลกำไรขาดทุนสูงกว่าสินค้าอ้างอิง และการต้องเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการถูกเรียกหลักประกันเพิ่มรายวัน ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงต้องคำนึงถึงความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนด้วย หากไม่เข้าใจหรือไม่พร้อมก็ควรหลีกเลี่ยง

    ทั้งนี้ ก.ล.ต.ได้กำชับบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการในลักษณะดังกล่าวต้องประเมินความเหมาะสมในการแนะนำลูกค้า โดยคำนึงถึงความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ ฐานะทางการเงิน และความสามารถในการรับความเสี่ยงของลูกค้าด้วย

    สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกตลอดทั้งวัน สามารถขึ้นไปทำจุดสูงสุดได้ที่ 1,813.17 จุด แต่มีแรงขายทำกำไรออกมาในช่วงท้ายตลาด หลังจากก่อนหน้านี้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นสูง จึงเกิดการเก็งกำไร รวมถึงยังไร้ปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนเพิ่ม ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,792.81 จุด ลดลง 2.64 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -0.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 78,350.59 ล้านบาท แตะจุดต่ำสุดที่ 1,792.81 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,331.76 ล้านบาท กองทุนซื้อสุทธิ 607.33 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 1,249.11 ล้านบาท และรายย่อยซื้อสุทธิ 1,475.31 ล้านบาท

    นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยมีโอกาสพักฐาน หลังจากในช่วงขาขึ้นที่ราคาหุ้นจะบวกพร้อมกันทั้งกระดาน แต่เมื่อมีแรงซื้อกระจุกตัว จึงมีโอกาาสสูงที่จะถูกเทขายทำกำไรออกมาในลักษณะที่ปรับตัวลงเร็วและแรง ขณะที่นักลงทุนสถาบันที่ซื้อสุทธิมาตลอดก็มีโอกาสที่จะพิจารณาขายทำกำไรได้เช่นกัน ทั้งนี้คาดว่ากรอบดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ม.ค. แนวรับแรกอยู่ที่ 1,785 จุด ถัดไปอยู่ที่ 1,770 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,815 จุด.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น