ฟัน9เปรตกินเงินทอนวัด ชงลงโทษวินัยฟ้องอาญา

  • Tuesday, January 9, 2018 - 00:00


    ป.ป.ช.มีมติฟัน "พนม-ประนอม" พร้อมเจ้าหน้าที่ พศ.รวม 9 คนโกงเงินทอนวัดจังหวัดชายแดนใต้ 3 แห่ง 9.6 ล้านบาท แฉหลังถูกจับได้พยายามทำเอกสารเท็จรองรับการกระทำผิด ชงผู้บังคับบัญชาลงโทษวินัยร้ายแรงและให้ อสส.ส่งฟ้องศาลเอาผิดอาญา เผยติดตามเงิน 12 ล้านคืนคลังได้แล้ว

    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี วันที่ 8 มกราคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมี พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน กรณีกล่าวหา น.ส.ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก รวม 9 คน ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เกี่ยวกับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนแก่วัดชลธาราวาส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส วัดยูปาราม อ.เมืองยะลา จ.ยะลา และวัดสุริยาราม อ.เทพา จ.สงขลา วัดละ 4,000,000 บาทนั้น การไต่สวนข้อเท็จจริงพยานหลักฐานฟังได้ว่า ในปีงบประมาณ 2558 พศ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 เป็นเงินอุดหนุน 4,501,448,900 บาท โดยงบส่วนหนึ่งจำนวน 459,842,000 บาท นำไปใช้ในโครงการกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองพุทธศาสนาศึกษา

    เลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนโครงการกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำปีงบประมาณ 2558 มีนายพนม ศรศิลป์ ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ.เป็นที่ปรึกษา และ น.ส.ประนอมเป็นประธานกรรมการ พบว่าช่วงปลายเดือน ก.ค. 58 นายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ ผอ.พศจ.สงขลา ได้ประสานติดต่อกับวัดชลธาราวาส วัดยูปาราม และวัดสุริยาราม ว่าจะจัดสรรงบอุดหนุนให้ แต่มีเงื่อนไขว่าวัดจะต้องคืนเงินส่วนหนึ่งแก่ตน และต่อมาคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนได้ประชุมเมื่อวันที่ 3 ส.ค.58 พิจารณาจัดสรรงบอุดหนุนให้วัดซึ่งไม่ได้ขอรับเงินอุดหนุนจำนวน 3 วัดดังกล่าวที่นายเสถียรได้ประสานติดต่อไว้

    หลังจากนั้นได้ดำเนินการตามขั้นตอนธุรการเพื่อขออนุมัติจัดสรรและโอนจ่ายเงินอุดหนุนแก่วัดทั้งสาม ซึ่งต่อมานายพนมได้อนุมัติให้โอนจ่ายเงินแก่วัดทั้งสามวัดละ 4,000,000 บาท หลังจากได้โอนเงินอุดหนุนแก่วัดทั้งสามแล้ว นายเสถียรได้แจ้งวัดทั้งสามว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีแล้วจำนวน 4,000,000 บาท และให้คืนเงินจำนวน 3,200,000 บาท โดยในวันที่ 21 ส.ค.58 นายเสถียรได้ไปพบกับพระครูบริหารสังฆานุวัตร บริเวณห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาสงขลา เพื่อรับเงินในส่วนของวัดชลธาราวาส จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายเสถียรพร้อมของกลางเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท รวม 3,200,000 บาท

    นายวรวิทย์กล่าวต่อว่า หลังจากนายเสถียรถูกจับกุม ในช่วงค่ำวันเดียวกัน น.ส.ประนอมโทรศัพท์แจ้งนายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ให้จัดทำเอกสารโครงการส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันพระพุทธศาสนาเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจัดทำโครงการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 3 กิจกรรม เพื่อแสดงว่าจะนำเงินจำนวน 4,000,000 บาทที่ได้โอนให้วัดชลธาราวาสไปใช้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าวซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว เมื่อทำเอกสารเสร็จแล้วจึงได้แฟกซ์เอกสารให้ พศจ.สงขลา เพื่อใช้ประกอบการชี้แจงข้อเท็จจริงที่นายเสถียรถูกจับกุมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยวรรคท้ายในบันทึกข้อความปรากฏข้อความว่าจะมีการจัดประชุม ผอ.พศจ. 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 28 ส.ค.58 เพื่อรับมอบเงินจำนวน 3,200,000 บาทที่นายเสถียรรับจากพระครูบริหารสังฆานุวัตร นำไปดำเนินการตามโครงการดังกล่าว

    จากนั้น น.ส.ประนอมได้มีหนังสือถึง ผอ.พศจ.ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแนบแผนการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเพื่อให้ พศจ.ประสานคณะสงฆ์ภาคส่วนต่างๆ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เพื่อร่วมดำเนินการตามแผนโครงการ ดังนั้นจึงต้องแบ่งเงินจำนวน 3,200,000 บาทจากวัดชลธาราวาสเพื่อใช้ในแผนการขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 1 โดยต้องให้ ผอ.พศจ.จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปรับเงินที่นายเสถียรรับคืนจากพระครูบริหารสังฆานุวัตร จำนวน 3,200,000 บาท ในวันที่ 28 ส.ค.58 ที่วัดโคกสมานคุณ จ.สงขลา เพื่อนำไปใช้ในโครงการหรือกิจกรรมในจังหวัดของตน สำหรับในส่วนของเงินจำนวน 3,200,000 บาทที่จัดสรรให้วัดยูปาราม จะนำไปใช้ตามแผนการขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 2 ใน จ.สงขลา ปัตตานี สตูล และนราธิวาส จังหวัดละ 800,000 บาท และเงินจำนวน 3,200,000 บาทที่จัดสรรให้วัดสุริยาราม จะนำไปใช้ตามแผนการขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 3 ในจังหวัดปัตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 800,000 บาท

    นายวรวิทย์กล่าวว่า ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนวัดชลธาราวาส วัดยูปาราม และวัดสุริยาราม ไม่มีเอกสารประกอบการพิจารณา จึงเป็นการไม่ชอบ ส่วนเอกสารโครงการส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันพระพุทธศาสนาเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เป็นหลักฐานเท็จที่ทำขึ้นภายหลังนายเสถียรถูกจับกุม และการที่ น.ส.ประนอมทำหนังสือ พศ.ลงวันที่ 27 ส.ค.58 และลงวันที่ 31 ส.ค.58 เป็นการดำเนินการเพื่อรองรับการกระทำของนายเสถียรที่เรียกรับเงินจากวัดชลธาราวาส วัดยูปาราม และวัดสุริยารามโดยทุจริต

    "และเห็นว่าการจัดสรรงบเงินอุดหนุนให้ทั้งสามวัดดังกล่าว จึงมิใช่เพื่อนำไปแบ่งดำเนินการในโครงการหรือกิจกรรมอื่นตามแผนการขับเคลื่อนโครงการทั้ง 3 ระยะ รวมทั้งการที่นายเสถียรเรียกเงินจากวัดชลธาราวาส วัดยูปาราม และวัดสุริยาราม วัดละ 3,200,000 บาท โดยได้รับเงินในส่วนของวัดชลธาราวาสจากพระครูบริหารสังฆานุวัตรในวันที่ 21 ส.ค.58 จึงไม่ได้มีเจตนาเพื่อนำไปใช้ในโครงการหรือกิจกรรมอื่น หรือเป็นการกระทำในการปฏิบัติราชการของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แต่เป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น สำหรับการติดตามเงินคืนนั้น พศ.ได้แต่งตั้งคณะทำงานติดตามเรียกเงินอุดหนุน จำนวน 12,000,000 บาทคืนจากวัดทั้งสามดังกล่าว และนำส่งกระทรวงการคลังแล้ว"

    เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า 1.น.ส.ประนอม และนายเสถียร มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, มาตรา 157, มาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 83 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 (พ.ร.บ. ป.ป.ช.) มาตรา 123 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 2. นายพนมมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 3.นายประสงค์ จักรคำ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา นายวสวัตติ์ และนายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการศาสนาชำนาญการ ในฐานะกรรมการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุน และมีส่วนในการจัดทำเอกสารเท็จเกี่ยวกับการขออนุมัติจัดสรรเงินอุดหนุนแก่วัดทั้งสาม มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 83 และตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 4.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร นักวิชาการศาสนาชำนาญการ นายดำรงค์ศักดิ์ เกตุแก้ว นักวิชาการศาสนาชำนาญการ และนายจักรเวทย์ เดชบุญ นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ ในฐานะกรรมการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุน

    "มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งรายงานและเอกสารพร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป" นายวรวิทย์กล่าว

    ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ.ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตเงินทอนวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา และอยู่ระหว่างหลบหนีว่า ต้องดำเนินการขอความร่วมมือทางอาญา เพราะมี พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญาอยู่แล้ว อาจขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าเขาหลบหนีก็ต้องหลบหนีไปตลอดชีวิต.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น