“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย”ครั้งที่ 38  สง่างาม 5 ภาคยกวิถีชุมชนไว้สวนลุม


   

จากนโยบายของรัฐบาลประกาศให้ปี 2561 เป็น “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” หรือ “Amazing Thailand Year 2018” โดยระดมทุกภาคส่วนนำประเทศไทยไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนและเมืองระดับรอง ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 38  โดยนำของดีของเด่นของเมืองไทยยกมาไว้ที่สวนลุมพินี  กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัส และตอกย้ำเป้าหมายชัดเจนในการท่องเที่ยวเมืองไทยตลอดปีนี้

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย”ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17  -21 มกราคม 2561 เวลา 12.00-22.00 น. สวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยจะทำพิธีเปิดในเวลา 18.00 น. โดยนำเสนอโซนกิจกรรมท่องเที่ยวจำนวน 10 โซน ที่น่าสนใจได้แก่

โซน 1 เที่ยวตามรอยพระบาท ตามศาสตร์พระราชา การแสดงสาธิตเห่เรือสุพรรณหงส์จำลอง ความยาว 22 เมตร โดยความร่วมมือจากกองทัพเรือ จัดแสดงเห่เรือเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เกี่ยวกับพระราชประเพณีดั้งเดิม ให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักแก่คนรุ่นหลัง พร้อมนำเสนอนิทรรศการ “ตามรอยพระบาท ตามศาสตร์พระราชา” ภายใต้เนื้อหา “วิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชา ตำราของพ่อ”

โซน 2 แนะนำโปรแกรมและสินค้าท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2561 ว่าด้วยโปรแกรมและสินค้าท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดปี 2561 ของ ททท. เช่น โครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด...พลัส, โครงการท้าเที่ยวข้ามภาค, โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว, กิจกรรมสำหรับกลุ่มผู้หญิง, กิจกรรมสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงโครงการ “Go Local - เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” อีกทั้งยังมีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.), สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.),  สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.)  และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ร่วมให้ข้อมูลแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวด้วย

โซน 3 หมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค (กลาง-ตะวันออก-เหนือ-ใต้-อีสาน) นำเสนอหมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศจำลองเสมือนจริง สร้างการรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความต้องการเดินทางไปยังพื้นที่ทั้ง 5 ภูมิภาคเริ่มต้นจาก

ภาคกลาง “สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม” ภายใต้แนวคิด “วิถีถิ่น แผ่นดินทอง” (วิถีชุมชนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา) นำเสนอรูปแบบวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ศิลปวัฒนธรรมที่เคยเป็นที่นิยมในอดีต โดยมีโซนที่น่าสนใจต่างๆ อาทิ บ้านเรือนไทยภาคกลาง “บ้านขุนช้าง” จังหวัดสุพรรณบุรี, โซน “D.I.Y. สไตล์ภาคกลาง”, โซนงานวัด, ลิเกโรงใหญ่, โซนตลาดย้อนยุค, โซน 15 ตลาดบก 16 ตลาดน้ำ, โซนชุมชนเด่นภาคกลาง และโซนสาธิตสืบสานงานศิลป์(ช่างสิบหมู่) เป็นต้น

ภาคตะวันออก “สีสันตะวันออก” ภายใต้แนวคิด “Sea-fruit” เติมเต็มประสบการณ์มหัศจรรย์กับ “สีสันตะวันออก” ด้วยสีสันความอร่อยจากอาหารทะเล ผัก ผลไม้ขึ้นชื่อ และบรรยากาศท้องทะเลตะวันออกที่มีความทันสมัย ผ่านการนำเสนอในโซนต่างๆ อาทิ “Sea-fruit” ที่เป็นการผสมผสานระหว่างผลไม้และสัตว์จากท้องทะเล, โซน Seafood & Chef ชุมชน, โซน Fruit Market โซนอาหาร (วิถี...การกิน), โซนวิถีชุมชน, โซนวิถี...ฝีมือไทย และโซนวิถีพอเพียง เป็นต้น

 

ภาคเหนือ “เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ” ภายใต้แนวคิด “อลังการล้านนาเรืองรอง” นำเสนอความรุ่งเรือง งดงาม สง่างาม ความสวยงามของวัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่นของภาคเหนือ วิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์และความร่วมสมัยของงานหัตถศิลป์ ที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ ผ่านการนำเสนอในโซนต่างๆ อาทิ ปราสาทล้านนาออกแบบจากสถาปัตยกรรมจองพารา, โซนธรรมะสร้างแรงบันดาลใจ, โซนชุมชนชาวเหนือ, โซนโครงการหลวง, โซนสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, เวทีรำวง เวทีต่อนยอนนำเสนอศิลปะการแสดงทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย, โซนป๊าดโซะ!! ของดี๊ดี๋ (OTOP), โซนฮักคาเฟ่ (กาแฟ) และโซนกาดม่วนใจ๋ เป็นต้น

ภาคใต้ “ปักษ์ใต้...ปักหมุด หยุดเวลา” ภายใต้แนวคิด “เที่ยวใต้ ได้อะไรมากกว่าที่คิด” นำเสนอมุมมองใหม่ของการเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้ ที่นอกจากจะมีทะเลที่สวยงามแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยมีโซนต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ treet Art รูปปั้นนางเงือก ประติมากรรมปลาใบ ตู้ไปรษณีย์สูงใหญ่, โซนตลาดใต้โหนด, โซนนิทรรศการ : ร่วมชมนิทรรศการถ่ายทอดอีกมุมมองของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, โซนกิจกรรมสาธิต ชวนร่วมชมและร่วมลงมือทำกิจกรรมสาธิตที่น่าสนใจและหาดูได้ยาก อาทิ การจักสานจากต้นคลุ้ม จังหวัดสตูล, การร้อยลูกปัดโนราเป็นเครื่องประดับ จังหวัดพัทลุง และโซนเวทีหลัก : จำลองฉากหน้าผาหาดไร่เลย์ ในลักษณะ 3 มิติ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “อีสานแซ่บนัว” ภายใต้แนวคิด “Cool Isan (วิถีถิ่น สู่วิถีเทรนด์) นำเสนออัตลักษณ์ตัวตนของชาวอีสาน ผ่านวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม งานประเพณี อาหาร ผ้าพื้นเมืองของชาวอีสาน ในมุมมองใหม่ๆ ที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น อาทิ พญาศรีสัตนาคราช ประเพณีไหลเรือไฟ บายศรีพญานาค, โซน #เที่ยวอีสานเหนือ-“เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพญานาค", โซน #เที่ยวอีสานกลาง-“เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยไดโนเสาร์”, โซน #เที่ยวอีสานใต้-“เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมขอม”, โซน “ธรรมะ ธรรมดา ธรรมชาติ”, โซนลานแซ่บนัว “ชวนสะเดิด ระเบิดความแซ่บ” กับอาหารพื้นบ้านอีสานรสเด็ด, โซน“DIY อีสานเฮ็ดมือ” และโซนการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ททท.จัดขบวนแห่วัฒนธรรม 5 ภูมิภาคทุกวัน เวลา 17.00 น. ภายในบริเวณสวนลุมพินี

โซน 4 อาหารดัง 50 เขต กทม. พบอาหารเด่น ททท. 5 ภูมิภาค โดยนำเสนอ “ปิ่นโต ภาชนะคู่บ้านวิถีไทย” วัตถุดิบความอร่อยแบบฉบับ กทม. และอาหารเด่นขึ้นชื่อจาก 5 ภูมิภาค รวม 75 ร้านค้า

โซนที่ 5 เวทีกลาง (การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงร่วมสมัย) จัดพิธีเปิด ต้อนรับบุคคลสำคัญ จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 5 ภาค การแสดงร่วมสมัยและคอนเสิร์ตจากศิลปินที่ได้รับความนิยม ในทุกวันของการจัดงาน อาทิ ตู่ ภพธร, ป๊อป ปองกูล, นภ พรชำนิ, ก็อต จักรพันธ์, ฝน ธนสุนทร, ก้อง ห้วยไร่, ปู่จ๋าน ลองไมค์, ลำไย ไหทองคำ เป็นต้น

โซน 6 TAT STUDIO นำเสนอภายใต้แนวคิด “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Tourism Year 2018” กิจกรรมภายในโซนนี้จะจำลองรูปแบบ Studio ที่มีกิจกรรมประเภท DJ & VJ ดำเนินรายการถ่ายทอดสด โดยเชื่อมสัญญาณผ่านจอ LED ทั่วบริเวณการจัดงาน ให้นักท่องเที่ยวที่เดินชมงานได้ชมบรรยากาศสดภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยครบทุกโซน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

โซน 7 กิจกรรมท่องเที่ยว OUTDOOR FEST เป็นโซนกิจกรรมประเภท Outdoor โดยความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร 12 หน่วยงาน อาทิ 1) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นำกิจกรรมภายใต้ Theme งานวัด 2) กองทัพเรือ โดยกิจการพลเรือน นำเรือใบ และเรือใบมด มาแสดงโชว์ และ 3) Ride to Khongs ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมแข่งจักรยานเลียบแม่น้ำโขงที่จะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม 2561 เป็นต้น

โซน 8 TAT LAB นำเสนอกิจกรรม Workshop รูปแบบต่างๆ เช่น กิจกรรม Workshop เพื่อสุขภาพ ได้แก่ ทำอโรม่า ทำลูกประคบ กิจกรรม Workshop เพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทำเครื่องประดับจากกระดาษ จัดสวนในขวดแก้ว กิจกรรม Workshop ด้านอาหาร ได้แก่ อาหารออร์แกนิก ทำพิซซ่า ฯลฯ รวมถึง Special Zone อาหารและเมนูอินเทรนด์มากมายจาก Celeb ได้แก่ แม่น้อย โพธิ์งาม / ขายส้มตำ, ป๋าเทพ / ขายขนมเปี๊ยะ, น้ำฝน พัชรินทร์ / ขายคุกกี้, น็อต วรฤทธิ์ / ขายไก่ปิ้ง เนื้อปิ้ง, นาตาลี / ขายขนมเบเกอรี่, โย ยศวดีและเอ อัญชลี / ขายแซนด์วิชเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมพูดคุย/เสวนา ร่วมกับศิลปิน นักแสดงและผู้มีชื่อเสียงในสาขาต่างๆ เช่น ท็อป พิพัฒน์ (Eco Tourism), โย ยศวดี (เรื่องสุขภาพ/การออกกำลังกาย) เป็นต้น

โซน 9 กิจกรรม CSR “ขยะให้โชค” จัดกิจกรรม “ขยะให้โชค” สร้างจิตสำนึกใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และลดปริมาณขยะในแหล่งท่องเที่ยว พร้อมลุ้นรับรางวัลชิงโชคและของที่ระลึก เพียงนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ขวดน้ำพลาสติก, ขวดแก้ว และกระป๋องต่างๆ มาทิ้งลงในถังขยะที่จัดไว้บริเวณทางออก เพื่อร่วมบริจาคให้กับหน่วยงานเพื่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

          โซน 10 ประชารัฐ (หน่วยงานพันธมิตรร่วมจัดกิจกรรม) ความร่วมมือทางธุรกิจท่องเที่ยวจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมออกบูธจัดแสดงนิทรรศการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน โดยมีหน่วยงานทั้งสิ้นกว่า 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมทรัพยากรธรณี, องค์การสวนสัตว์,ตำรวจท่องเที่ยว, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)-ประชารัฐรักสามัคคี, ขสมก., ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), นครชัยแอร์, การท่องเที่ยวกองทัพเรือ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสายการบิน AirAsia

            ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวในตอนท้ายว่า “คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561 นี้ ไม่ต่ำกว่า  600,000 คน ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 61 ของผู้เข้าร่วมชมงาน คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ในระหว่างการจัดงานให้ชุมชน/ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในทันทีกว่า 420 ล้านบาท และจะส่งผลให้เกิดรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศกว่า 1 ล้านล้านบาท”

ทั้งนี้ สำหรับผู้เข้าร่วมชมงาน เพื่อความสะดวก  สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะ ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางด้วยรถสาธารณะประจำทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม (ประตู 1) รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

สรณะ รายงาน