'วังวนตำรวจกับคนค้ากาม'


   

          ทางนิตินัย "อาบ-อบ-นวด" กับ "ค้าประเวณี" มันคนละเรื่องกัน

             แต่ทางพฤตินัย...........

            "อาบ-อบ-นวด" กับ "ค้าประเวณี" มันเรื่องเดียวกัน!

            ถ้าเอากันจริง

            จะตำรวจหรือดีเอสไอหรือหน่วยไหนก็ได้ หลับตาเดินเข้าไปในอาบนวดทุกแห่งในประเทศไทย

            จับข้อหา "ค้าประเวณี" ได้ทุกแห่ง!

            ฉะนั้น ที่ดีเอสไอไปค้น "วิคตอเรียซีเครท" ที่ซอยศูนย์วิจัย ๔ ถนนพระราม ๙ วันก่อน จับหญิงค้าประเวณีจำนวนมาก นั้น

            สมจริงดังทั่วโลกร่ำลือ ไทยแลนด์ แดนค้ากาม!

            ก็ไม่แปลก..........

            จะแปลก ก็ตรงอาบนวดในกรุงเทพฯ มีเป็นร้อย แต่ทำไมค้นจับเฉพาะที่วิคตอเรียซีเครทแห่งเดียว?         ชาวบ้านเขาวิจารณ์กันอย่างนี้ และชาวบ้านพูดกันด้วยว่า

            ที่พบรายชื่อตำรวจชนิด "ยกโรงพัก" ในบัญชีน้ำกาม

            นั่นก็ไม่แปลก..........

            เพราะมันเป็นการ "ธำรงวัฒนธรรมท้องที่" ของตำรวจ ถ้าพบว่าท้องที่ไหน ไม่มีการ "ส่งส่วย-รับส่วย" รายเดือน

            นั่นตะหาก ที่แปลก!?

            ผมฟังๆ แล้วคิดถึง "คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ" ที่พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน เลยอยากให้ข้อสังเกตจากเรื่องนี้กระตุ้นต่อม

            ก่อนปฏิรูปจะจบแบบ "ปฏิเละ"!

            ชาวบ้านเขาฝากถาม "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ทำไมจึงมีกฎระเบียบใช้กับตำรวจอยู่กฎเดียว?

            คือ "กฎเด้ง"

            เพราะตำรวจทำผิด-ทำบกพร่องทีไร มีแต่ "กฎเด้ง" กฎเดียวใช้บังคับ

            อย่างทำคดีศูนย์เหรียญหละหลวม จนศาลยกฟ้อง ก็....

            เด้ง........

            "พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง" ผู้กำกับ สน.พญาไท ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล ๑ 

            คดีพายิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศ ก็....

            เด้ง.......

            "พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์" รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล ๕ ไปปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล ๕

            คดีแสดงตนสนิทสนมกับผู้ต้องหา "เสก โลโซ" ถ่ายรูปหมู่ชูนิ้วโป้งบนโรงพักบ้าง ตั้งโต๊ะฉลองกันบ้าง ก็

            เด้ง............

            "พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช" ผู้กำกับ สน.คันนายาว ไปช่วยราชการที่ บก.น.๒

            เด้ง..........

            "พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ" ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช "พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย" สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ไปประจำ ศปก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช

            ล่าสุด ในคดีวิคตอเรียซีเครท ท้องที่ไม่ตรวจจับ ดีเอสไอมาตรวจจับ ก็

            เด้ง...........

            "พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง" ผกก.สน.วังทองหลาง "พ.ต.ท.นเรนทร์ เครื่องสนุก" รอง ผกก.วังทองหลาง "พ.ต.ท.พิชัย ทูลธรรม" รอง ผกก.วังทองหลาง

            "พ.ต.ท.เดชาวัสส์ ขันกสิกรรม" สวป.วังทองหลาง "พ.ต.ท.ปรัชญา บุญยืน" สว.สส.วังทองหลาง ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.บช.น.

            ขนาดเรื่องร้ายแรงและอัปยศสถาบันตำรวจ อย่างคดี "บอส-ทายาทกระทิงแดง" ขับรถชนตำรวจตาย

            ตำรวจที่ไปจับนายบอส กลับไปเอาคนในบ้านมารับสมอ้างเป็นคนขับแทนนายบอส ก็

            เด้ง.........

            "พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง" สวป.สน.ทองหล่อ ไปช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

            นี่แค่ยก "เป็นตัวอย่าง".......

            ซึ่งทุกครั้งที่ตำรวจผิด-บกพร่อง ไม่มีกฎอื่นใช้ มีแต่ "กฎเด้ง" ทุกครั้งไป!

            อยากให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ สำรวจข้อมูลเป็นสถิติว่า...........

            นายตำรวจที่ถูกมาตรการ "เด้ง" ทุกราย นั้น

            สุดท้าย.........

            "จบ" ตามขั้นตอนกฎระเบียบ-กฎหมาย หรือจบแบบ "กลบเรื่องเงียบ" แล้วก็จบกันไป?

            อีกอย่าง มันคือการแก้ปัญหาที่ถูกต้องแล้วหรือ มีเรื่องอะไรก็ "เด้ง" จากท้องที่นี้ ไปอยู่ท้องที่โน้น

            การ "เด้ง" นี่ พูดกันอีกที..........

            มันคือการฉ้อฉลเชิงนโยบายอย่างหนึ่ง ไม่ต่างจากการ "แหกตาหลอกชาวบ้าน" ซักเท่าไหร่

            แผล็บเดียว ก็เห็นเลื่อนยศ-เลื่อนตำแหน่งกันตามปกติ!

            เพราะนายตำรวจที่จะลงท้องที่ได้ ใช่ว่าไหลมาตามอาวุโส-ตามขั้น-ตามความสามารถ

            ร้อยละ ๙๙ มาตามเส้น-ตามพวกทั้งนั้น เผลอๆ อย่างที่เคยมีข่าวว่า "มาตามซอง"!

            ระดับ "ผู้กำกับ" นครบาล นั้น ถูกรางวัลที่ ๑ ยกชุด ยังง่ายกว่า ลมเพ-ลมพัดมาเอง

            ดังนั้น ที่ย้าย-ที่เด้ง ไปนั้น แค่ไปแหมะหลบ "มรสุมสังคม" ชั่วครั้ง-ชั่วครู่

            เหมือน...ยี่เก

            การ "เข้าฉาก-ออกฉาก" เป็นเรื่องสมมุติ จึงไม่ใช่มาตรการลงโทษ-ลงทัณฑ์ ที่ตำรวจคนไหนต้องกลัวเกรง

            คณะปฏิรูปตำรวจ ก็ลองสำรวจข้อมูลดู เผื่อจะทำให้เกิดดวงตาเห็นนรก-สวรรค์ นำไปสู่การปฏิรูปอย่างที่ประชาชนต้องการ

            ทีนี้ย้อนมาดูด้านคดีบ้าง..........

            ที่ไปตรวจจับวิคตอเรียซีเครท เพราะมีคนร้องเรียน ว่ามีการกักขัง หน่วงเหนี่ยว เด็กอายุไม่เกิน ๑๕  มาค้าประเวณี นั้น

            สรุปตามที่ดีเอสไอตรวจสอบ ความผิดอาจไม่ได้อยู่แค่เป็นสถานที่จัดหาค้าประเวณี

            อาจถึงขั้น "ค้ามนุษย์"!

            ถ้าหลักฐานไปถึงขั้นค้ามนุษย์ เข้าข่ายอั้งยี่-ซ่องโจร พัวพันองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

            อันนี้ เรื่องยาว ถึงขั้น "ยึดทรัพย์" ตามทลายแก๊งกันเลยทีเดียว

            แต่ที่น่าสังเกตเอามากๆ..........

            ธุรกิจรูปแบบบริษัทจดทะเบียน ลงทุนเป็นร้อย-เป็นพันล้าน อย่างอาบนวดวิคตอเรียซีเครท

            ดีเอสไอไปจับ เหมือนจับ "บ่อนไพ่-บ่อนไฮโล" ริมถนน

            ได้ "ป๋ากบ".........

            นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ "คนเชียร์แขก" คนเดียว เป็นผู้ต้องหา ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ ค้าประเวณี ฯลฯ!?

            ผมว่า มันคนละเรื่องกับจับพนันริมถนนนะครับ ที่อุปโลกน์ใครซักคน "รับเป็นเจ้ามือ" แล้วก็จบ

            แต่นี่ บริษัทตามกฎหมาย พฤติกรรมกลับนอกกฎหมายร้ายแรงถึงขั้นค้ามนุษย์

            ยิ่งดูตามคำสั่งศาลที่ "ไม่ให้ประกัน" ป๋ากบ ว่า......

          "ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีหลายข้อหา เป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกสูง  มีการกระทำเป็นองค์กรอาชญากรรมต่อผู้เสียหายที่เป็นเด็ก นับเป็นเรื่องร้ายแรง

          ทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ในชั้นนี้ จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว...ยกคำร้อง"

            เห็นชัดว่า มูลฐานและองค์ประกอบของเรื่อง แค่ "ป๋ากบ" คนเดียวทำไม่ได้ และไม่ใช่

            ว่ากันจริงๆ ป๋ากบ "แค่คนเชียร์แขก" เรียกตามภาษาซ่อง "ป๋ากบ" ก็คือ "แมงดา" ดีๆ นี่เอง!

            ดังนั้น การจับแหล่งค้ามนุษย์ มีขบวนการล่อลวงหญิงชาติต่างๆ มากักขังค้ากาม บางคนอายุอาจไม่ถึง ๑๕ ติดสินบน ด้วยการส่งส่วยตำรวจ

            แต่ "ดีเอสไอ" จับแค่แมงดาคนเดียวเป็นผู้ต้องหา ดูมันขัดสายตาและความเป็นจริงทางธุรกิจเอาการอยู่?

            ก็เชื่อว่า ดีเอสไอคงจะขยายผล จับเพิ่มเติมอีก

            ที่สำคัญ "ตัวใหญ่-ตัวการ" รายวิคตอเรียซีเครทนี้ คือใคร ซึ่งต้องไม่ใช่ "ป๋ากบ" แน่?

            ชาวบ้าน "อยากเห็น" เท่ากับอยากเห็น "กลไกกฎหมาย" ถูกนำมาใช้อย่างทัดเทียมกัน

            มิใช่เป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ใช้กับเฉพาะคน-เฉพาะราย-เฉพาะกิจ

            อาบนวด ไม่ผิดกฎหมาย รัฐได้ภาษีก็ไม่เท่าไหร่

            นวดนาบ ตรงนี้ผิดกฎหมาย แต่เจ้าของสถานบริการได้เป็นกอบ-เป็นกำ

            ส่วนรัฐ ไม่ได้จากส่วนนี้เลยซักบาท!

            มีแต่ "คนในระบบรัฐ" ที่มาตัดตอนรวยกัน

            นวดนาบกับหญิงพร้อมใจและวัยเกิน ๒๐ ไปแล้ว นั่นยังพอทำใจกับสังคมเป็นจริง

            แต่การล่อลวง-หน่วงเหนี่ยว-กักขัง-บังคับ ให้หญิงวัยเด็กต่ำกว่า ๒๐ ลงมา

            ตรงนี้ "ยอมรับไม่ได้".......

            ถ้าวิคตอเรียซีเครทมี "สินค้าเด็ก" ก็ยากวางใจว่า จะไม่มีสถานที่อื่นๆ อีก รองรับ

            ที่ดีเอสไอควรต้องขยายผล และทำจริงจัง เพราะขบวนการค้ามนุษย์นั้น ลำพังเจ้าของอาบนวด  ลำพังคนเชียร์

            หาสินค้าเด็กมาเองไม่ได้แน่

            คนที่จะทำ ต้องทำเป็นขบวนการ และใคร-พวกไหนล่ะที่ "คุ้มครองขบวนการ"?

            ลอง "พลเอกบุญสร้าง" ออกปาก "ปฏิรูปตำรวจมันยาก" ทำได้แค่ถ่วงดุลการสืบสวน-สอบสวน

            นั่นก็เท่ากับ ๔ ปี ผ่านไป..........

            ความสุข "ตามสัญญา" อันจะได้มาจากปฏิรูปตำรวจ ยังจะไม่ได้เห็น

            แล้วจะได้เห็นพรรคไหน ชูนโยบายปฏิรูปตำรวจบ้างมั้ยเนี่ย?


๗ กกต........เป็นอันว่า ต้องกลับไปเริ่มต้น "นับหนึ่ง" กันใหม่เพราะเมื่อวาน (๒๒ ก.พ.๖๑)

ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"