นครบาล...วังเวง


   

     

     

      เห็นข่าวในเว็บไซต์มติชนออนไลน์เมื่อ 3-4 วันก่อน เป็นเนื้อหาบางช่วงบางตอนของการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น.แก่ตำรวจระดับ ผกก. 88 สน. 

      มี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.มาเป็นประธาน ร่วมกับ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พร้อมกับรอง ผบช.น.ที่ดูแลงานป้องกันปราบปราม

      อ่านแล้วสะท้อนใจ!!!

      และเข้าใจหัวอก ผู้บัญชาการนครบาล หากต้องเจอลูกน้อง ดื้อตาใส คงปวดหัวไม่น้อย แล้วหากพวกดื้อตาใสเป็นประเภท เส้นกวยจั๊บ แล้วด้วยคงยิ่งหงุดหงิดไปกันใหญ่

        "ผู้กำกับทุกคนฟังไว้ คำสั่งที่ผมสั่งพวกคุณแล้วไม่ทำมานั้น เส้นใหญ่ยังไงผมจะย้าย ผมบอกไว้เลย ลองดูกันได้ ผมแลกแน่ 8-9 เดือน ผมย้ายคุณไม่ได้ ผมย้ายตัวเอง บอกไว้เลย เส้นใหญ่แค่ไหนผมจะย้ายพวกคุณ”

      นี่ขนาด บิ๊กหยม เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แถมมีหลายคนบอกเป็นถึงเพื่อนสนิท เป็นคู่หูกันตอนที่ทั้งคู่ร่วมชั้นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 เคยเล่นรักบี้ด้วยกันมา  ยังเจอฤทธิ์ตำรวจเส้นกวยจั๊บ

      คงไม่ต้องไปถามผู้บัญชาการหน่วยอื่นๆ ว่ากินยาพาราแก้ปวดหัวหมดกันไปกี่แผง กี่กระปุก

      ทุกเนื้อหา ทุกถ้อยคำที่สื่อถ่ายทอดอ้างเป็นคำพูดของ พล.ต.ท.ชาญเทพ ในที่ประชุม ก็แสดงว่า  ผบช.น.คงอึดอัด เหลืออดต่อพฤติกรรมลูกน้อง ที่สั่งงานอะไรไปไม่เคยได้รับการตอบสนอง ถ้าภาษานักเลงก็ต้องเรียกว่า

        "ข้าไม่กลัวเอ็ง"!!!

      ถึงกับต้องประกาศ "เดิมพันเก้าอี้" วัดกันไปว่าใครจะอยู่ใครจะไป 

        แบบนี้ "นครบาล" จะอยู่กันอย่างไร???

      จริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งต้องทบทวนไปที่ระบบการแต่งตั้งตำรวจปัจจุบัน ที่ระดับ ผู้บัญชาการ มีแต่ หน้าที่ ไม่มี อำนาจ ในการให้คุณให้โทษ ที่จะสามารถแต่งตั้งโยกย้ายคนมาใช้งาน มาดำเนินการตามนโยบายได้เลย

      ทุกตำแหน่ง ทุกเก้าอี้ ถูกจัดสรร ถูกกำหนด ถูกส่งบัญชีมาแบบเบ็ดเสร็จ

      ตำรวจนักวิ่งต่างก็เข้าหาขั้วอำนาจ วิ่งเต้นเพื่อให้มาอยู่ในตำแหน่งดีๆ ในพื้นที่นครบาล เพื่อผลประโยชน์โดยไม่สนใจเรื่องการทำงาน

      ผลสุดท้าย ผู้บัญชาการ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดในหน่วยงาน ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายการทำงานได้อย่างที่ตัวเองต้องการ ผลกระทบก็ตกอยู่กับประชาชนที่ได้รับการบริการ ได้รับการดูแล แบบแคระแกร็น เหมือนอย่างที่ นครบาล กำลังเผชิญอยู่

      ไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนซี้ครั้งนี้ จะทำให้ บิ๊กแป๊ะ ลุกขึ้นมาบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบบไม่ต้องเกรงอกเกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือยัง

      ถ้ายังยึดวลีเดิมที่เคยประกาศไว้ว่าการแต่งตั้งตำรวจทำเอง ไม่มีใครเข้ามาแทรกแซง แล้วกรณีที่  ผู้กำกับ ดื้อตาใส ถึงขนาด ผู้บัญชาการนครบาล ต้องลุกมาท้าเดิมพันเก้าอี้

        "ผบ.แป๊ะ" จะรับผิดชอบอย่างไร.


"หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป"อริยสงฆ์ "สายหลวงปู่มั่น" ละสังขารแล้ว เมื่อวันตรุษจีน ที่ ๑๕ กุมภา ๖๑ภายในกุฏิท่าน ณ วัดป่าอรัญญวิเวก บ้านปง ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'
'ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม
ประชาธิปไตยกลับหัว
สำนึกข้าราชการ 'วิทูรัช ศรีนาม'