วัยเก๋าแนะเทคนิค“วิ่งเพื่อสุขภาพ” ตัวช่วยฟิต&เฟิร์ม-ดูอ่อนกว่าวัย


   


อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ในวัย 72 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส. นับเป็นอีกหนึ่งคนรักสุขภาพที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการวิ่งมาถึง 33 ปี ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกันดีว่าท่านเป็นโต้โผจัดการวิ่งครั้งใหญ่เมื่อ 35 ปีที่แล้วอย่าง “จอมบึงมาราธอน” กระทั่งออกกำลังกายต่อเนื่องด้วยการวิ่งมาโดยตลอด ที่สำคัญการออกกำลังกายรูปแบบดังกล่าว นอกจากเป็นการเผาผลาญไขมันที่กำลังฮอตฮิตอยู่ในช่วงนี้ เพราะมีการจัดวิ่งหลายรายการ ทั้งเพื่อสุขภาพและการกุศลอย่างโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ของน้องๆ หนูๆ 
    

เกริ่นมาอย่างนี้ หลายคนคงอยากรู้ว่าการวิ่งให้อะไรกับคนรักสุขภาพวัยหลัก 7 นำหน้า อ.ณรงค์มีข้อมูลมาบอกและเล่าให้ฟังว่า หลังจากผ่านพ้นการจัดงานวิ่งมาราธอนครั้งแรกอย่าง “จอมบึงมาราธอน” เมื่อ 35 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นตนก็ออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาโดยตลอด รวมระยะเวลากว่า 33 ปี เนื่องจากช่วงดังกล่าวอายุเข้าเลข 4 พอดี และมองว่าการเอกเซอร์ไซส์ที่รุนแรงและต้องปะทะหนักๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จึงเลือกที่จะวิ่งออกกำลังมาโดยตลอด 


  

 “ผมเริ่มวิ่งอย่างจริงจังมาตั้งแต่เด็ก และการวิ่งก็เป็นพื้นฐานของกีฬาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการตีเทนนิส เล่นกอล์ฟ ว่ายน้ำ อีกทั้งช่วยสร้างพละกำลัง และเป็นวิถีธรรมชาติของมนุษย์ เนื่องจากเมื่อสักประมาณ 1 ล้านปี มนุษย์จะนิยมวิ่งจับสัตว์ เป็นการออกกำลังกายที่ง่าย ที่สำคัญสามารถเริ่มจากเดินเร็วๆ แล้ววิ่ง และยังไม่ต้องฝึกทักษะอะไรมาก ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องรอใคร คนเดียวก็วิ่งได้ ไปไหนก็วิ่งได้ ทั้งริมถนน ข้างศาลาวัด หรือสนามเด็กเล่นใกล้บ้าน โดยรวมแล้วผมก็ออกกำลังด้วยการวิ่งเพื่อสุขภาพมา 35 ปีแล้วครับ และตอนนี้ก็วิ่งออกกำลังอยู่เป็นประจำ อาทิตย์ละ 2-3 วัน วันละ 30-50 นาทีครับ” 


    อ.ณรงค์บอกอีกว่า การออกกำลังกายด้วยการวิ่งได้ทั้งสุขกายและจิตใจที่แข็งแรง โดยเฉพาะสุขภาพกายที่ทำให้ระบบการหายใจขึ้นและปอดแข็งแรง อีกทั้งเมื่อได้เคลื่อนไหวร่างกาย อวัยวะที่อยู่ภายในก็ได้ออกกำลังกายไปด้วยในตัว จึงทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ กล้ามเนื้อแขนและขาก็แข็งแรงเช่นกัน


    “สิ่งที่ผมได้จากการวิ่ง นอกจากร่างกายแข็งแรงแล้ว ก็ได้เรื่องจิตใจ เพราะขณะวิ่งร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขที่ทำให้ใจสบาย จึงทำให้ความเครียดถูกทิ้งหายไป จากกลไกร่างกายหลั่ง “สารเอนดอร์ฟิน” เมื่อเรามีความสุข มันก็เท่ากับทำให้ติดการวิ่งไปโดยอัตโนมัติ และยังทำให้สังคมดีได้ด้วย เพราะเวลาที่ออกไปวิ่งแล้วเจอเพื่อนเป็นหมื่นเป็นแสนคน จิตใจก็จะสดใสจากการได้คุยกับคนโน้นคนนี้ หรือบางครั้งที่เราไปวิ่งก็เพื่อช่วยเหลือสังคมโดยการวิ่งการกุศล จึงถือเป็นการสอนการแบ่งปันไปด้วยในตัว และยังรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะขณะวิ่งเราจะลดการทิ้งขยะลงได้ครับ และผลพลอยได้อีกอย่างคือ เวลาที่ผมไปเช็กสุขภาพประจำปี ผลปรากฏว่าอายุสมรรถภาพทางร่างกายเหมือนคนอายุ 40 ปี ทั้งที่ตอนนี้ผมอายุหลัก 7 แล้ว” 

อ.ณรงค์ เทียมเมฆ

    วัยเก๋ารักสุขภาพอย่าง อ.ณรงค์ กล่าวว่า นอกจากการวิ่งได้ให้ประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน ทั้งกายและใจแล้ว แต่โครงการกุศลโดยการวิ่งอย่าง “ก้าวคนละก้าว” ของตูน บอดี้สแลม ไม่เพียงสะท้อนให้สังคมไทยตระหนักถึงสุขภาพด้วยการหมั่นออกกำลังกาย แต่นั่นยังเป็นตัวอย่างที่สอนเรื่องการให้และการแบ่งปันอันยิ่งใหญ่ให้กับน้องๆ หนูๆ ที่มารอบริจาค และอยากถ่ายรูปกับพี่ตูนสักครั้ง โดยมีการวิ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเด็ก เยาวชนกับนักร้องในดวงใจที่กำลังปฏิบัติภารกิจช่วยประเทศ 


    รู้อย่างนี้แล้ว คนหลัก 5 หลัก 6 ก็สามารถออกกำลังกายโดยการวิ่งเบาๆ เพื่อเรียกความสดชื่นและความอ่อนเยาว์กันตั้งแต่วันนี้...ว่าไหมค่ะ...


กรณี "ทุบรถ" ที่ประเวศ.........คือตัวอย่างยืนยันถ้าไม่ปฏิรูป "ระบบราชการ" แต่ยุคนี้-วันนี้ เมื่อศตวรรษที่ ๒๑ มาถึง ไทยก็ยังยุค "อนารยะ" คงที่

การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'