สอบ'เสี่ยป้อม'นาฬิกาหรู เซอร์ไพรส์ป.ป.ช.คือ?


   

ไม่รู้ว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์สมราคาคุยหรือต้องถอนหายใจกับการแถลงข่าวของ วรวิทย์ สุขบุญ  เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่นัดสื่อฟังแถลงข่าวของ ป.ป.ช. วันพุธที่ 24 ม.ค.นี้ ในเรื่องการตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับปม"แหวนเพชร-นาฬิกาหรู" 
ที่สังคมคาใจกันมาร่วมเดือน จนบิ๊กป้อมที่ตอนนี้ได้ฉายาใหม่ เสี่ยป้อม-นาฬิกาหรู จากผู้มากบารมีของรัฐบาล คสช. กำลังกลายสภาพเป็น "จุดอ่อนสำคัญของรัฐบาล คสช."
ข่าวบอกว่าก่อนหน้านี้ หลังยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เลขาธิการ ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เพื่อทำหนังสือเชิญบุคคลที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง 4 รายมาให้ถ้อยคำ ซึ่งเบื้องต้นข่าวว่าคณะทำงานของ ป.ป.ช.สอบปากคำคนที่เกี่ยวข้องแล้ว จนในการประชุมเมื่อ 23  ม.ค. นายวรวิทย์และคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้รายงานความคืบหน้าการทำงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ทราบ และมีการมอบหมายให้นายวรวิทย์เปิดแถลงข่าว เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการทำงานของคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงให้สังคมทราบความคืบหน้า 
ด้วยเหตุนี้ก็ต้องรอดูว่า สิ่งที่ ป.ป.ช.แถลงจะเป็นความคืบหน้าการตรวจสอบที่ทำให้สังคมเห็นว่า  ป.ป.ช.เอาจริง ไม่ได้ลอยตัว ไม่มีลูบหน้าปะจมูก เกรงใจเสี่ยป้อม อย่างที่สังคมกังขา หรือสุดท้ายคำแถลงจะยิ่งไปกันใหญ่ คือไม่มีอะไรในกอไผ่ ต้องรอติดตาม 
เบื้องต้นเลขาธิการ ป.ป.ช.บอกแค่ว่า "สื่อมวลชนให้ความสนใจและโทรศัพท์มาสอบถามเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก ผมยังบอกรายละเอียดไม่ได้ ขอให้รอฟังพรุ่งนี้ ให้มีเซอร์ไพรส์บ้าง"
เรื่อง เสี่ยป้อม-นาฬิกาหรู ถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่าหลายฝ่าย แม้แต่ กองหนุนบิ๊กตู่ ก็ประสานเสียงตรงกันว่าหากพลเอกประยุทธ์ยังเอาแต่เกรงใจ อุ้มสมเสี่ยป้อมต่อไป แบบไม่สนใจกระแสเสียงกังขาของสังคม แม้เรื่องนี้จะไม่สามารถล้ม คสช.ได้ แต่ก็ทำให้กองหนุนต่างๆ ที่นิยมชมชอบบิ๊กตู่คงคับข้องใจไม่น้อย  
โดยท่าทีล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นชัดว่ายังติดลูกอุ้ม เกรงใจพี่ป้อมของน้องตู่อยู่  จากการที่ย้ำหลังการประชุม ครม.เมื่อ 23 ม.ค.ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของ พล.อ.ประวิตร และเรื่องเหล่านี้ก็มีขั้นตอนและกระบวนการ ส่วนกระบวนความว่าได้มาอย่างไร มาจากไหน หลายคนไปกล่าวอ้างว่ามาจากการทุจริตที่ไหน อย่างไร ก็ต้องมีการสอบสวนกันต่อ เพราะฉะนั้นต้องรอข้อยุติให้ได้ก่อนในกระบวนการเหล่านี้
        “ทุกคนอาจจะลืมไปแล้วว่าเรื่องนี้อะไรเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความบกพร่องส่วนตัว ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย เรื่องไหนเป็นเรื่องการใช้งบประมาณแผ่นดินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่านำสองเรื่องมาปนกัน ถ้าใช้งบประมาณแผ่นดินแล้วทำให้เกิดความเสียหาย มีหลักฐานชัดเจนก็ว่าไปอีกแบบ ขอให้แยกแยะให้ออก ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะยุติได้แล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.ตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม” 
ลักษณะท่าทีแบบนี้ของพลเอกประยุทธ์ ทำให้กองเชียร์บิ๊กตู่ที่ต้องการให้กำจัดจุดอ่อนรัฐบาล คสช.ด้วยการทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับเสี่ยป้อม คงหงุดหงิดพอสมควร 
แต่หากว่ากันตามจริง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถ้าสถานการณ์ไม่ถึงขีดสุด เสถียรภาพรัฐบาล คสช.ไม่เข้าตาจนแบบเจียนอยู่เจียนไปจริงๆ ใครต่อใครย่อมรู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่บิ๊กตู่จะเขี่ย พลเอกประวิตร ได้ลงคอ เพียงแต่ในทางการเมือง หากเรื่องนี้ยื้อต่อไป บิ๊กป้อมยังหาทางชี้แจงให้สังคมเชื่อไม่ได้ถึงที่มาที่ไปของนาฬิกาหรูจำนวนมาก และบิ๊กป้อมยังคงเป็นพี่เบิ้มในรัฐบาล คสช.แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ  แม้ต่อให้รัฐบาล คสช.ยังยืนอยู่ได้ แต่คะแนนนิยม-ความเชื่อมั่นก็จะไม่ขลังเช่นเดิม 
เพราะมีสัญญาณหลายอย่างเริ่มบ่งชี้ เช่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง เส้นทางการเลือกตั้งสู่ประชาธิปไตยไทยนิยม โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,114 คน พบจุดที่น่าสนใจ
 คือเมื่อถามว่า "หากวันนี้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านจะออกเสียงสนับสนุน  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่" 
ผลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 36.8 ระบุว่าจะ สนับสนุน แต่เป็นการสนับสนุนที่ลดลงจากผลสำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ร้อยละ 16.0 ขณะที่ร้อยละ 34.8 ระบุว่าจะ “ไม่สนับสนุน” ส่วนร้อยละ  28.4 งดออกเสียง
ทางการเมืองมองได้ว่า จังหวะการทำโพลออกมาช่วงที่เกิดปัญหาเสี่ยป้อม ที่เป็นปัญหามาร่วมเดือน โดยที่สังคมก็ยังคาใจในตัวแกนนำรัฐบาล คสช.อยู่ 
หากปมนาฬิกาหรูเสี่ยป้อม ยังจบไม่ได้ และยิ่งหาก ป.ป.ช.แถลงข่าว 24 ม.ค.นี้ ไม่มีอะไรให้เห็นทิศทางการตรวจสอบ และทำให้สังคมเชื่อในองค์กรอิสระแห่งนี้ได้ 
ปัญหาของเสี่ยป้อม แม้ไม่ทำให้รัฐนาวาบิ๊กตู่ล้มครืนได้ แต่ปล่อยไว้เรื่อยๆ แบบนี้ เห็นกันชัดๆ เส้นทางข้างหน้าถึงแม้ไปได้ แต่วิ่งไม่ฉิวเหมือนเดิม. 


กรณี "ทุบรถ" ที่ประเวศ.........คือตัวอย่างยืนยันถ้าไม่ปฏิรูป "ระบบราชการ" แต่ยุคนี้-วันนี้ เมื่อศตวรรษที่ ๒๑ มาถึง ไทยก็ยังยุค "อนารยะ" คงที่

การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'