อีอีซี 'โครงการอนาคตไทย'


   

    ถ้าอยากเห็น "ประเทศไทย" ใน พ.ศ.๒๕๖๖ คืออีก ๕ ปี ข้างหน้า ว่าจะมีสภาพแบบไหน?
    ผมแนะให้.........
    แหงนหน้า ระดับสายตา ๔๕ องศา ไปที่ "โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)"
    โครงการต่อยอด "อีสเทิร์นซีบอร์ด"
    ที่นำไทยโชติช่วงชัชวาลด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมมาร่วม ๔๐ ปี จากอัจฉริยภาพ "ป๋าเปรม"
    ถ้า "อีสเทิร์นซีบอร์ด" เป็นกองทุน "บุญประเทศ" ก็ต้องบอกว่า เรา..คนไทย-ประเทศไทย ขณะนี้
    "กินบุญเก่า" ไปเกือบหมดแล้ว! 
    เมื่อพลเอกประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ จึงคิดนโยบายต่อยอด คือ "เติมทุน" เข้ากองบุญประเทศ 
    อีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 
    ส่วนโครงการอีอีซี เป็นอุตสาหกรรมต่อยอดด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรมแห่งอนาคตระยะยาว
    ไม่เพียงรักษาความโชติช่วงให้คงอยู่เท่านั้น อีอีซี จะทำให้ความโชติช่วงนั้น ชัชวาลยิ่งทวีคูณ
    ทั้งไทย และทั้งกลุ่ม CLMV
    เอาอย่างนี้ จะอธิบายทั้งหมด ว่าอีอีซี "เมืองนวัตกรรมแห่งอนาคต" มีอะไรบ้าง?
    มันก็มาก ตั้ง ๑๐ หมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง อธิบายก็น้ำท่วมทุ่ง 
    เพื่อให้ "หลับตาเห็นภาพ"........
    และภาพนั้น ต่อยอดจินตนาการให้ท่านเห็น "ประเทศไทย" ในอีก ๕ ปีข้างหน้าเองคร่าวๆ
    หลับตานึกถึงภาพ "๓ ท่าเรือหลัก" ของประเทศนะครับ
    "ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือสัตหีบ-ท่าเรือมาบตาพุด" 
    ทั้ง ๓ ท่าเรือ........
    เชื่อมโยงเข้ากันกับ "สนามบินอู่ตะเภา-สนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ"
    ด้วย "รถไฟฟ้า"!
    ไปไหน-มาไหน-จากจุดไหน, ไม่ว่ารายทางหรือต้นทาง-ปลายทาง "นั่งรถไฟฟ้า" ต่อเดียว-รวดเดียว ถึงกันหมด
    นี่แค่ "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่ใช้เชื่อมโยงชนิดเดียวนะ อย่างอื่นยังไม่ได้พูดถึง
    ประเทศไทย พ.ศ.๒๕๖๖ "ก้าวไกล" ชนิดจินตนาการ ตามแทบไม่ทันเลยใช่ไหม?
    แรงขับเคลื่อนมนุษย์ คือ "ความหวัง"
    ความหวัง ทำให้มนุษย์ก้าวเดิน บ้านเมืองไทยเรา มีสิ่งสนองหวังรอคอยอยู่มากมาย
    ฉะนั้น การอยู่เมืองไทยให้เป็นสุข อย่าก้มหน้า อย่ามองสิ่งรอบตัวด้วยระดับสายตาปกติ
    เพราะภาพระดับสายตาแต่ละวันของบ้านเมือง จะให้ความรู้สึกสับสน
    หดหู่, สมเพช, ทุเรศ ชวนอาเจียน กับภาพเคลื่อนไหวของกลุ่มคน ในสังคมกินและถ่ายรดเมือง
    ต้องเงยหน้าระดับ ๔๕ องศา นั่นแหละ 
    จะเห็นประเทศไทยแท้จริง เต็มไปด้วยความสดสวย ศานติสดใส เปี่ยมหวังในหนทาง "สร้างบ้าน-สร้างเมือง"
    ผมมองดูแล้ว โครงการอีอีซีนี้แหละ ขอเพียงเดินตามแผนได้ต่อเนื่องซัก ๕ ปี
    จะพลิกสังคมประเทศไปสู่อีกมิติหนึ่งชนิด "เหนือจินตนาการ" ทุกวันนี้ พวกเราหมกมุ่นกับเรื่องงั่งๆ มากไป........
    แล้วเอาเรื่องงั่งๆ นั้น มาทึกทักจริงจัง แทนสาระบ้านเมือง เหมือนคนหลังคาแดง ทึกทักตุ๊กตาเป็นสมบัติเทพ 
    แล้วทึ้งกัน!
    ลองเปลี่ยนจากจ้องรัฐบาลประยุทธ์ว่าขาลง แล้วรุมทึ้ง ไปเป็น ค้นสำรวจว่า
    โครงการอีอีซี มันมีอะไรบ้าง ทำแล้วประยุทธ์ได้ หรือทั้งคน-ทั้งประเทศได้?
    บางที "จิตรวม" จะเกิด 
    ในขณะที่คนการเมืองชุลมุนในบท "ถ่วงเมือง" กลับปรากฏภาพหนึ่ง 
    คือ พ่อค้า-นักธุรกิจใหญ่ๆ ของไทย ที่สังคมจริตส่วนหนึ่ง มักด่า "พวกเอาเปรียบสังคม"
    เขาเหล่านั้น กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจการลงทุนในโครงการอีอีซี!
    เท่าที่เห็น ทั้งการบินไทย, เอสซีจี, ปตท., ซีพี., อมตะ และอีกหลายกลุ่มธุรกิจ รวมทั้งกลุ่มเสี่ยเจริญ
    ต่างหาพันธมิตรต่างชาติมาลงทุนในอีอีซีกันคึกคัก โดยเฉพาะด้านการบิน ไม่ว่า จีอี, โบอิง, แอร์บัส, ซาบ เรียงแถวเข้ามาเล็ง
    ส่วนญี่ปุ่น "ขาประจำ" ไม่ต้องพูดถึง เพียบอยู่แล้ว 
    มีเพิ่มเข้ามา เห็นจะเป็น "กลุ่มทุนเกาหลีใต้"
    ที่มีสีสันมากตอนนี้ กลุ่มทุนไทยเรานี่แหละ โดยเฉพาะรายกลุ่มทุนอมตะนคร ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ 
    กับกลุ่มทุนซีพี.ของเจ้าสัวธนินท์!
    ที่ผมว่ามีสีสัน ก็อ่านจากข่าว และจากที่คุณวิกรมแถลงเมื่อวาน
    คือจับสังเกตได้ว่า ๒ ค่ายนี้ กำลังประชันขันแข่ง แย่ง "ลูกค้าจีน" กันสนุกสนาน เพื่อให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของตน
    "อมตะนคร" ของวิกรม กรมดิษฐ์ ถือเป็นเจ้าถิ่น ครองทั้งที่ชลบุรีและระยอง 
    ตอนนี้ ค่ายซีพี.ผนึกบริษัทกว่างซี จากหนานหนิง ของจีน เปิด "นิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน" (CPGC) ที่นิคมพัฒนาและบ้านค่าย 
    จุดเด่นค่ายนี้.......
    ให้เป็น "อาณาจักรจีน" โดยเฉพาะ คือรับเฉพาะนักลงทุนจีนอย่างเดียว
    เป็นนิคมเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรม มีอุตสาหกรรมยานยนต์-ชิ้นส่วน
    เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์-ชิ้นส่วน, อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร 
    เนี่ย....เมื่อค่ายซีพี.ลงมาเล่นด้านนิคมอุตสาหกรรม อมตะนคร "เจ้าถิ่น" ชักนอนไม่หลับ
    ปกติ อมตะนคร ที่ปลวกแดง ระยอง ก็มีนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน รองรับนักลงทุนจีนอยู่แล้ว ตอนนี้มีกว่าร้อยราย
    เมื่อซีพีขยับ พุ่งเป้าเจาะนักลงทุนจีน คุณวิกรมชักร้อน เมื่อวาน (๒๓ ม.ค.๖๑) เห็นข่าว คุณวิกรมประกาศ
    "แผน ๕ ปี ก้าวสู่ความเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะระดับโลก ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ 
    ให้สอดรับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต 
    พร้อมก้าวสู่ยุค ๔.๐ 
    ที่จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะและศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาค เพื่อเป็นพื้นที่การลงทุนที่สมบูรณ์แบบในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)”
    พร้อมประกาศเปลี่ยนชื่อ.......
    จาก "อมตะนคร" ที่ชลบุรี เป็น “อมตะ ซิตี้ ชลบุรี”
    และ "อมตะ ซิตี้" ที่ระยอง เป็น “อมตะ ซิตี้ ระยอง”
    ครับ....
    โครงการอีอีซี ถือเป็นตัวชี้ "อนาคตใหม่" ของสังคมประเทศ ปี ๒๕๖๑ นี้ น่าจะได้ฤกษ์ลงมือกันแล้ว
    ก็อยากให้สนใจติดตามดูกัน เข้าใจว่า ต่อจากนี้ ทางรัฐบาลคงเน้นผลคืบหน้าเป็นข่าวสารให้รู้กันกว้างขวางมากกว่านี้
    โครงการนี้ ถึงใครมาเป็นรัฐบาลที่ไม่ใช่นายกฯ ประยุทธ์ ก็ต้องสานต่อให้จบ
    เพราะนี่คือ "อนาคตประเทศ" สู่ศตวรรษใหม่จริงๆ
    ความจริงวัน-สองวันนี้ "เรื่องราวเยอะ" แต่ผมเบื่อกับการจมปลัก เลยไม่อยากคุยถึง
    รออ่านที่ "คุณผักกาดหอม" เขาจะมาคุยต่อเรื่องการบ้าน-การเมืองวันพรุ่งนี้-ปะรืนก็แล้วกัน
    ส่วนผม ใกล้วันหมดน้ำยา..... 
    ฉะนั้น ขอลาต่ออีกซัก ๒-๓ วันเถอะ!


มวลชนบริสุทธิ์?ถามจริงเชื่อกันหรือเปล่าว่ากลุ่มนักศึกษาที่ออกมาตะโกน อยากเลือกตั้ง คือมวลชนบริสุทธิ์ ไม่มีใครชักใยอยู่เบื้องหลัง

'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'
'ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม
ประชาธิปไตยกลับหัว