ทันตแพทย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นแนะเคล็ดลับทำให้มีฟันแท้ 28 ซี่ตลอดชีวิต


   

27 ม.ค. 61- สุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกาย หากช่องปากมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นโรคฟันหรือโรคเหงือก จะมีความเสี่ยงให้อวัยวะส่วนอื่นมีปัญหาตามไปด้วย เช่น ปอดอักเสบ หัวใจวาย สตรีตั้งครรภ์ก็เสี่ยงที่จะคลอดลูกก่อนกำหนด ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้ให้ความสำคัญและรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปาก เมื่อเร็วๆนี้ได้ร่วมกับชมรมทันตสาธารณสุขแห่งประเทศไทยจัดงานประชุมวิชาการชมรมทันตสาธารณสุขแห่งประเทศไทย   จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10  ไฮไลต์ของงานคือ การบรรยายของ ดร.ทาคาชิ คูมาไก ทันตแพทย์จากประเทศญี่ปุ่นในหัวข้อ Keep 28, Make it Possible หรือ รักษาฟันแท้ให้อยู่ครบ 28 ซี่ สามารถทำได้ 
    ดร.คูมาไก เป็นทันตแพทย์ด้านทันตกรรมป้องกัน เปิดคลินิกที่ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงด้านการเสริมสร้างสุขภาพช่องปาก โดยคุณหมอท่านนี้ มีการบันทึกข้อมูลคนไข้เพื่อนำมาวิเคราะห์  และนำไปสู่วิธีการป้องกันที่นับว่าได้ผล โดยคนไข้ที่คลินิกของคุณหมอท่านนี้ ไม่มีฟันผุเลยถึงร้อยละ 10 และคนไข้เด็กอายุ 12 ปี ร้อยละ 90 ไม่มีฟันผุเลย
     แนวคิด Keep 28, Make it Possible หรือการให้คนเราสามารถรักษาฟ้นแท้ที่แข็งแรงให้อยู่ครบ 28ซี่ ตลอดชีวิตของเรา เป็นหัวใจหลักชองการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ที่ดร.คูมาไก พยายามแนะนำ  โดยเขาได้นำระบบข้อมูล Cloud System มาใช้เพื่อให้คนไข้สามารถเรียกดูข้อมูลช่องปากของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน ข้อมูลนี้จะทำให้คนไข้ ทันตแพทย์ ทันตาภิบาล เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของช่องปากคนไข้ได้อย่างชัดเจน  ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อตัวคนไข้เองที่จะรับทราบว่าดูแลฟันดีแล้วหรือยัง ต้องปรับปรุงจุดไหนบ้าง อีกทั้ง เป็นการพัฒนาคุณภาพการทำงานของทันตแพทย์ ทันตาภิบาล ในการให้บริการคนไข้ด้วย ซึ่งหากทำได้ดีทั้งคนไข้ ทันตแพทย์ ทันตาภิบาล ก็จะส่งผลให้สุขภาพช่องปากดี สามารถรักษาฟันแท้ที่ไม่ผุ ไม่ผ่านการอุด หรือรักษารากฟัน ให้อยู่ครบ 28 ซี่ไปตลอดชีวิต 
    ในการทำงานดร.คูมาไกนั้น ก่อนอื่นทันตแพทย์จะตรวจเช็คว่าคนไข้แปรงฟันถูกต้องหรือยัง มีคราบแบคทีเรียหรือเปล่า มีเหงือกหรือฟันเสียหายหรือไม่ ถ้ามีส่วนไหนที่จะต้องแก้ไข เช่น หินปูน ฟันผุ แตก กร่อน ต้องรักษาให้เรียบร้อย พร้อมกับแนะนำการแปรงฟันและดูแลช่องปากที่ถูกวิธีให้คนไข้ หลังจากนั้นจะถ่ายภาพช่องปากคนไข้เก็บไว้ใน iCloud เมื่อคนไข้กลับบ้านก็นำคำแนะนำของทันตแพทย์ไปปฏิบัติตาม (Home Care) แล้วกลับมาคลินิกตามนัดเพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจเช็ค (Professional Care) และทุกครั้งที่มาตรวจเช็คจะมีการถ่ายภาพเก็บไว้ หากคนไข้ดูแลตัวเองได้ดี ความถี่ของการนัดหมายก็จะลดลง ซึ่งการดูแลฟันที่ดีที่สุดควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ตั้งแต่มีฟันซี่แรก
     “ฟัน 28 ซี่ที่เราต้องการให้อยู่ไปตลอดชีวิตจะต้องเป็นฟันที่แข็งแรง ไม่ผุ ไม่ผ่านการอุด หรือรักษารากฟัน เพราะเราถือว่าฟันที่ผุแล้วเป็นฟันที่คุณภาพไม่ดี มีโอกาสที่จะสูญเสียฟันซี่นั้นในอนาคต อย่างการรักษารากฟัน ความเป็นไปได้ที่จะต้องถอนในอนาคตมีถึง 50% ตามสถิติ ฟันซี่ที่อุดจะอยู่ได้ 5.4 ปี ฟันที่ครอบจะอยู่ได้ 7.1 ปี หลังจากนั้นฟันก็จะค่อยๆ สูญเสียไป หลายคนคิดว่าการอุด การรักษารากฟัน เป็นการรักษาให้ดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เป็นการเข้าใกล้การถอนฟัน และในที่สุดท้ายก็ต้องใส่ฟันเทียม” ดร.คูมาไก กล่าว
    ดร.คูมาไก กล่าวถึงสาเหตุของการสูญเสียฟันว่า 90% มาจากฟันผุกับโรคเหงือก ซึ่งเกิดจากคราบพลัคและไบโอฟิล์ม ถ้าพลัคมาก ไบโอฟิล์มก็จะมาก วิธีดูแลตัวเองที่บ้าน คือ ทำความสะอาดฟันและเหงือกให้ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามก็ยังเกิดพลัคและไบโอฟิล์มได้ จึงต้องมาพบทันตแพทย์ เพื่อขูดพลัคและไบโอฟิล์มออก เพราะฉะนั้น ทั้ง Home Care และ Professional Care จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน
    อย่างไรก็ตาม ดร.คูมาไก ยังได้แนะนำวิธีแปรงฟันที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ เริ่มจากการแปรงฟันโดยไม่ใช้ยาสีฟันประมาณ 5 นาที เพื่อขจัดพลัคและเศษอาหาร จากนั้นใช้ไหมขัดฟันเพื่อขจัดไบโอฟิล์มที่อยู่ตามซอกฟัน แล้วจึงใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์แปรงฟันอีก 1 นาที และบ้วนน้ำเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้ฟลูโอไรด์ถูกชะล้างจนหมด 
 


รัฐบาล คสช. ........ ยังไม่ถึงกับล้มป่วย เพียงร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานคอร์รัปชันน้อยลง ไวรัสสายพันธุ์ NGO 5 SIN 1 จึงโจมตีต่อเนื่อง!

มาตรฐานไหนใช้คว่ำ ๗ กกต.?
ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'