มหา'ลัยต้องยอมรับถึงจุด"ฝีแตก"


   

“สมพงษ์” ชี้ปัญหาอุดมศึกษาปัจจุบันเหมือน "ฝีแตก" ถูกปล่อยทิ้งไว้นาน 20ปี ขี้รัฐบาลอย่าบีบคั้นอย่างเดียว ต้องช่วย แก้ไขปัญหา 3 เรื่อง ขณะที่ คนมหาวิทยาลัยต้องใจกว้าง เปิดใจ ยอมรับความจริงมีหลักสูตรด้อยคุณภาพเยอะแยะ ถ้าไม่เร่งแก้ไข ปล่อยไว้จะเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในปัจจุบันปัญหาของอุดมศึกษาที่สั่งสมมานาน กำลังปรากฎออกมาให้เห็น ทั้งเรื่องคุณภาพหลักสูตรที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) , ปัญหาความเหลื่อมล้ำของเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย , ปัญหาเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย ปัญหาธรรมาภิบาล รวมทั้งกรณีภาคเอกชนปฏิเสธไม่รับผู้ที่จบจากสถาบันอุดมศึกษาบางกลุ่ม เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาอุดมศึกษาถูกปล่อยทิ้งมานานกว่า 20 ปี และหลายๆ รัฐบาลก็ไม่มีนโยบาย หรือทิศทางการพัฒนาอุดมศึกษาที่ชัดเจน ทำให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต้องบริหารจัดการและหางบประมาณกันเอง  จึงทำให้เกิดหลักสูตรที่ไม่ได้คุณภาพ ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ประกาศจะปฏิรูปการอุดมศึกษา จึงเกิดปรากฎการณ์"ฝีแตก" สร้างความเจ็บปวดกันถ้วนหน้า ทั้งนี้เพราะอุดมศึกษาไม่เคยถูกวางไว้ในตำแหน่งของการช่วยพัฒนาประเทศมาก่อน พอรัฐบาลเอาจริงเอาจังจึงทำให้เห็นว่าปัญหามีทุกที่ ซึ่งคนอุดมศึกษาต้องใจกว้าง เปิดใจ ยอมรับปัญหาและเร่งแก้ไข หาปล่อยไว้จะเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความพยายามกดดันมหาวิทยาลัยให้เร่งทำวิจัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาประเทศและสนองนโยบายประเทศไทย 4.0 แต่หากจะขับเคลื่อนไปได้นั้น รัฐบาลก็ต้องช่วยมหาวิทยาลัยแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ใช่เร่งรัด ผลักดัน บีบบังคับมหาวิทยาลัยฝ่ายเดียว โดยปัญหาหลัก 3 เรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวอุดมศึกษา คือ 1.ปัญหาความเหลื่อมล้ำของเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งน้อยกว่าครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร้อยละ 8  ,2.เงื่อนไขการขอตำแหน่งผลงานทางวิชาการที่แข็งเกินไป ไม่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศงานวิชาการ งานวิจัยของมหาวิทยาลัย ส่งผลให้อาจารย์ขาดความกระตือรือร้นในการทำวิจัย

ที่สำคัญหน่วยงานด้านวิจัยของประเทศ เช่น สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.) , สภาวิจัยแห่งชาติ และอื่นๆ ต้องหารือและกำหนดทิศทางการสนับสนุนงานวิจัยของอาจาย์มหาวิทยาลัยให้ชัดเจน 3.รัฐต้องสนับสนุนงบฯพัฒนาอาจารย์ เมื่อรัฐบาลต้องการให้อาจารย์ทำวิจัยสนองตอบนโยบายประเทศไทย 4.0 ก็ต้องมีงบฯพัฒนาอาจารย์   ส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพราะตั้งแต่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง การส่งอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศก็ขาดตอน  เมื่ออาจาย์รุ่นเก่าเกษียณอายุราชการ ก็ไม่มีคนใหม่มาแทน เป็นผลให้มหาวิทยาลัยต่างๆ หาอาจารย์ประจำหลักสูตรได้ไม่ครบตามเกณฑ์ สกอ. เมื่อไม่ครบเกณฑ์ก็ไม่ผ่านการรับรองจาก สกอ.

“ตอนนี้เรามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ที่เคยเป็นอาจารย์และอธิการบดีมหาวิทยาลัย ซึ่งรู้ซึ้งถึงปัญหาของอุดมศึกษาเป็นอย่างดี แต่ผมอยากขอให้ นพ.อุดม คชินทร รมช.ศธ. ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบโดดรับนโยบายของรัฐบาล แล้วมาส่งต่อให้มหาวิทยาลัยทำทันที เพราะมันจะเป็นเหมือนคลื่นใหญ่ที่ซัดเข้าใส่อุดมศึกษา ในขณะที่ยังไม่แก้ไขปัญหาเร่งด่วนทั้ง 3 ประการดังกล่าว   ที่ควรแก้ไขไปพร้อมๆกัน ผมเชื่อว่าหากทำได้อุดมศึกษาจะไปได้ไกล เพราะรัฐบาลไม่ควรจะบีบ หรือสั่งมหาวิทยาลัยฝ่ายเดียว ควรช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้เราด้วย”อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว.


กรณี "ทุบรถ" ที่ประเวศ.........คือตัวอย่างยืนยันถ้าไม่ปฏิรูป "ระบบราชการ" แต่ยุคนี้-วันนี้ เมื่อศตวรรษที่ ๒๑ มาถึง ไทยก็ยังยุค "อนารยะ" คงที่

การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'