กัมพูชาจับต่างชาติ 10 คน ฐานเต้นรำลามกอนาจาร


   

ตำรวจกัมพูชาจับกุมชาวต่างชาติ 10 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในความผิดฐานร้องเพลงและเต้นรำลามกอนาจาร

กลุ่มชาวต่างชาตินั่งรอด้านนอกศาลเมืองเสียมเรียบ ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2561 ภาพ AFP

    ตำรวจกัมพูชาเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2561 ว่า ชาวต่างชาติทั้ง 10 คนโดนตำรวจจับเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดเสียมเรียบ ซึ่งอยู่ใกล้กับนครวัด แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกัมพูชา ทั้งหมดถูกนำตัวมาขึ้นศาลในเช้าวันอาทิตย์นี้
    วง ธาวี หัวหน้าแผนกต่อต้านการค้ามนุษย์และปกป้องเด็กและเยาวชนจังหวัดเสียมเรียบ เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ชาวต่างชาติที่ถูกจับในความผิดนี้มีทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในกัมพูชา และนักท่องเที่ยวที่มาพำนักในประเทศหลายเดือนแล้ว พร้อมกับระบุว่า รัฐบาลต้องการปราบปรามชาวต่างชาติที่เข้ามาทำกิจกรรมที่สร้างความเสื่อมเสียต่อวัฒนธรรมเขมร
    เว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชาโพสต์ช่วงสุดสัปดาห์ว่า ชาวต่างชาติที่กระทำความผิดร้องเพลงและเต้นรำลามกอนาจาร ได้แก่ ชาวสหราชอาณาจักร 6 คน, ชาวแคนาดา 2 คน และชาวนิวซีแลนด์ 1 คน และผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย ยังไม่สามารถระบุสัญชาติได้ และมีนักท่องเที่ยวอีกหลายสิบคนที่เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวไปหลังจากได้เตือนเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ตำรวจยังโพสต์รูปของชาวต่างชาติที่จับคู่กันและถ่ายรูปโพสต์ในท่าร่วมรักต่างๆ ในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง แต่ภาพของชาวต่างชาติเหล่านี้ไม่ตรงกับชาวต่างชาติ 10 คนที่ตำรวจจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดี
    สถานทูตอังกฤษในกรุงพนมเปญแถลงว่าได้ติดต่อกับชาวอังกฤษที่ถูกจับกุมในกัมพูชาแล้ว แต่บอกว่าชาวอังกฤษที่โดนจับมี 5 คนไม่ใช่ 6 คน
    เมืองเสียมเรียบของกัมพูชามีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวชมนครวัดพักอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีบาร์และคลับต่างๆ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวในเวลาค่ำคืน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทางการเขมรปราบปรามนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แอบถ่ายภาพนู้ดใกล้กับนครวัด และมีกฎห้ามนักท่องเที่ยวที่เข้าชมนครวัดแต่งตัวโป๊.

 


รัฐบาล คสช. ........ ยังไม่ถึงกับล้มป่วย เพียงร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานคอร์รัปชันน้อยลง ไวรัสสายพันธุ์ NGO 5 SIN 1 จึงโจมตีต่อเนื่อง!

มาตรฐานไหนใช้คว่ำ ๗ กกต.?
ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'