'น้ำพริกแพะ' รสเด็ด! หนึ่งเดียวในตรัง สูตรดั้งเดิมชาวปากีสถาน


   

   น้ำพริกเนื้อแพะ” รสเด็ด!หนึ่งเดียวในตรัง สูตรดั้งเดิมชาวปากีสถาน จิ้มกินกับโรตีหรือคลุกข้าวสวยร้อนๆก็อร่อย เตรียมต่อยอดทำเป็นธุรกิจส่งขายในตลาด ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มพี่น้องมุสลิม เป็นของขายดีรายได้งาม ยอดสั่งเพียบจนผลิตไม่ทัน

   ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปที่ฟาร์มแพะซาชา ม.7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง พบนายสุดดีน ซาชา อายุ 42 ปี ลูกชายเจ้าของฟาร์มแพะ เกษตรกรหนุ่มชาวมุสลิมเชื้อสายปากีสถาน โดยทำฟาร์มเลี้ยงแพะแบบครบวงจรเป็นอาชีพหลักตั้งแต่ขายพ่อแม่พันธุ์แพะหลากหลายสายพันธุ์ ชำแหละเนื้อขายและรับสั่งทำเมนูอาหารต่างๆตามที่ลูกค้าต้องการ รวมทั้งรีดนมแพะขายอีกด้วย ซึ่งฟาร์มแห่งนี้ใหญ่สุดและเป็นที่รู้จักของคนทั่วเมืองตรัง

    บังดีน เผยว่า ตอนนี้ได้ต่อยอดทำ “น้ำพริกเนื้อแพะ” สูตรดั้งเดิมของชาวปากีสถาน ซึ่งทำกินมานานแล้ว โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้และสั่งสมประสบการณ์จากมารดาคือ นางบีบีอาเสี้ยะ ซาชา อายุ 67 ปี จึงได้ปรับปรุงสูตรมาเรื่อยๆ โดยเข้าอบรมหลักสูตรด้านปศุสัตว์เกี่ยวกับการเลี้ยงแพะ ก่อนจบหลักสูตรได้คิดค้นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเนื้อแพะ

    “ที่ผ่านมาผมเห็นเขาทำกันหลายอย่างแล้ว เช่น แกงแพะ มัสมั่นแพะ ต้มซุปแพะ แพะย่าง ผมคิดว่าคนใต้บ้านเราชอบกินน้ำพริก จึงคิดทำน้ำพริกเนื้อแพะเพราะเป็นการเพิ่มมูลค่าของเนื้อแพะได้อีกทางหนึ่ง สามารถพกพาติดตัวไปที่ต่างๆได้ เช่น เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ผมทำมาประมาณ 2 ปีกว่าๆ ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ปรับปรุงมาตลอดจนได้รสชาติที่อร่อยลงตัว”

    บังดีน บอกว่า ตอนแรกทำตามคำสั่งซื้อจากลูกค้า ยังไม่ได้วางจำหน่ายเพราะมีราคาค่อนข้างสูง ลูกค้าอาจจะมองว่าราคาสูงเกินไป แต่คุณภาพจะดีกว่าน้ำพริกอื่นๆ เพราะเป็นเนื้อแพะล้วนๆ ส่วนผสมประกอบด้วยพริกสดบดละเอียด มะเขือเทศปั่น หอมแดงปั่น น้ำตาลโตนด และวัถุดิบต่างๆ ตั้งไฟผัดปรุงจนแห้งตามสูตรที่ต้องการ กินแล้วได้รสชาติทั้งหวานและเผ็ด  สามารถนำไปรังสรรค์ทำเมนูได้หลายอย่าง เช่น จิ้มกับโรตี กินกับขนมปัง หรือจะกินกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อย

    บังดีน กล่าวว่า ตอนนี้ทางฟาร์มได้ทำถุงบรรจุน้ำพริกเป็นแบบถุงซีลด้วยสุญญากาศ สามารถเก็บได้นานเพราะน้ำพริกแพะไม่ใส่สารกันบูด ถ้าแบบกระปุกสามารถเก็บได้ประมาณ 10 วัน ถ้าเก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้ประมาณ 1 เดือน หรือโทรติดต่อสอบถามได้ที่โทร.081-272-6028


กรณี "ทุบรถ" ที่ประเวศ.........คือตัวอย่างยืนยันถ้าไม่ปฏิรูป "ระบบราชการ" แต่ยุคนี้-วันนี้ เมื่อศตวรรษที่ ๒๑ มาถึง ไทยก็ยังยุค "อนารยะ" คงที่

การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'