'ทรัมป์'แถลงนโยบายประจำปี เรียกร้องเอกภาพ


   

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปีครั้งแรกเมื่อวันอังคาร เรียกร้องความเป็นเอกภาพในสหรัฐให้เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน กระตุ้นสองพรรคร่วมมือกันแบบประนีประนอม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกท่าทางขณะแถลงนโยบายโดยมีรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ (ซ้าย) และ ส.ส.พอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนปรบมืออยู่ด้านหลัง ภาพ  AFP

    ประธานาธิบดีที่สร้างความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐรายนี้ ได้แถลงนโยบายประจำปี ซึ่งเป็นการแถลงครั้งสำคัญที่สุดของเขาในรอบขวบปีของการรับตำแหน่ง ต่อที่ประชุมของทั้งสองสภา ที่อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 30 มกราคม 2561
    "ค่ำคืนนี้ ผมวิงวอนให้เราทุกคนละวางความแตกต่าง เพื่อแสวงหาจุดยืนร่วมกัน และเพื่อรวบรวมความสามัคคีที่พวกเราจำเป็นต้องมอบให้แก่ประชาชนที่เลือกพวกเรามาทำงานรับใช้" ทรัมป์กล่าว "ค่ำคืนนี้ ผมอยากจะพูดเกี่ยวกับอนาคตแบบไหนที่เรากำลังจะมี และประเทศชาติแบบไหนที่เรากำลังจะเป็น พวกเราทุกคน รวมตัวเข้าด้วยกัน เป็นทีมเดียว เป็นคนคนเดียว และเป็นครอบครัวเดียวกัน"
    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า คำกล่าวเปิดสุนทรพจน์ของทรัมป์มีความประนีประนอมอย่างผิดวิสัยของเขา ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้แสดงความรอมชอมต่อความพยายามลดจำนวนคนเข้าเมืองในสหรัฐ ซึ่งทรัมป์กล่าวโทษว่าเป็นต้นตอของปัญหาสังคมที่เกิดอย่างดกดื่น
    คำแถลงของทรัมป์ยังกล่าวถึงประเด็นนโยบายต่างประเทศหลากหลายด้าน รวมถึงตอนหนึ่งที่กล่าวอย่างเร้าอารมณ์ถึงชายชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่ขาพิการ นามว่าจี ซุงโฮ ซึ่งได้ยืนชูไม้ยันรักแร้ของเขาเมื่อที่ประชุมลุกขึ้นยืนปรบมือให้เขาอย่างพร้อมเพรียงกัน
    ทรัมป์ได้กล่าวเตือนถึงเกาหลีเหนือด้วยว่า แรงขับดันด้านนิวเคลียร์ "อย่างไม่ยั้งคิด" ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ อาจคุกคามมาตุภูมิของสหรัฐ "ในไม่ช้า" ขณะเดียวกัน เขายังกล่าวถึงความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์จากจีนและรัสเซีย และตอนหนึ่งทรัมป์ประกาศด้วยว่า เขากำลังสั่งการให้เปิดดำเนินการเรือนจำกวนตานาโมในคิวบาต่อไป ซึ่งตรงกันข้ามกับคำสั่งของประธานาธิบดีบารัค โอบามา
    อย่างไรก็ตาม การแถลงนโยบายประจำปีของเขาครั้งนี้ ซึ่งยาวเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยบันทึกไว้ ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที ส่วนใหญ่เน้นที่ปัญหาภายในประเทศ
    ภายในที่ประชุมนี้ มีสมาชิกสภาคองเกรสพรรคเดโมแครตหลายสิบคนที่นั่งกอดอกฟัง บางคนใส่ชุดสีดำเพื่อให้เกียรติแก่เหยื่อที่ถูกคุกคามทางเพศ และบางคนติดสติ๊กเกอร์ผีเสื้อเพื่อสนับสนุนคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นสองประเด็นปัญหาที่รุมเร้าสหรัฐอเมริกาในยุคสมัยของทรัมป์ยิ่งกว่าประเด็นอื่นใด
    ในห้องประชุมนี้ ยังรวมถึงสมาชิกครอบครัวของทรัมป์เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ที่เพิ่งยกเลิกการเดินทางเยือนเมืองดาวอสพร้อมกับทรัมป์และงดออกงานร่วมกับสามีนับแต่มีรายงานในสื่อสหรัฐ ว่าทรัมป์จ่ายเงินให้สตอร์มมี แดเนียลส์ นักแสดงหนังโป๊ เพื่อปิดปากเธอเรื่องที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันในช่วงที่เมลาเนียเพิ่งให้กำเนิดลูกชายของทรัมป์ แต่ทำเนียบขาวปฏิเสธรายงานข่าวนี้
    อย่างไรก็ดี สามีภรรยาคู่นี้ได้แหวกประเพณีด้วยการแยกกันเดินทางเข้าอาคารรัฐสภา แต่โฆษกของเมลาเนียกล่าวว่า เธอกำลังต้อนรับแขก.

 


๗ กกต........เป็นอันว่า ต้องกลับไปเริ่มต้น "นับหนึ่ง" กันใหม่เพราะเมื่อวาน (๒๒ ก.พ.๖๑)

ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ'
ทุบรถ 'สะท้อนถึงราก' ระบบ
การเมืองไซด์ไลน์
อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"